ดูหนังออนไลน์
COVID-19

‘บิ๊กตู่’ ติดตามสถานการณ์โควิดใกล้ชิด สั่งรายงานข้อมูลต่อเนื่อง

“นายกรัฐมนตรี” ติดตามสถานการณ์ข้อมูลเวชภัณฑ์ยารักษาโควิดใกล้ชิด กำชับสาธารณสุขทุกจังหวัดและรายงานข้อมูลต่อเนื่อง ย้ำมีแผนจัดหาเพียงพอต่อความต้องการ

นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกรณีที่ยังพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายใหม่ในประเทศเพิ่มขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ติดตามในเรื่องของความเพียงพอของเวชภัณฑ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขสามารถดูแลผู้ป่วยได้ทั่วถึง

นายกรัฐมนตรี

ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการมอบหมายให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ติดตามหน่วยบริการแต่ละจังหวัดให้ลงข้อมูลเวชภัณฑ์ในระบบบูรณาการข้อมูลผู้ป่วยโควิด-19 หรือระบบ Co-ward อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องเพื่อให้เห็นข้อมูลความต้องการเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการจัดหา พร้อมกับกำชับคณะทำงานด้านการจัดหายาและวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มเติมให้เพียงพอต่อความต้องการ

นางสาวไตรศุลี กล่าวว่า นายรัฐมนตรี ได้รับรายงานจากกระทรวงสาธารณสุขถึงข้อมูลสำรองเวชภัณฑ์ รวมถึงสถานการณ์บริหารจัดการยาว่า ขณะนี้ทั้งในส่วนเวชภัณฑ์และยารักษาโรคโควิด-19 อยู่ในระดับที่เพียงพอ โดยมีอัตราสำรองในระยะเวลาหลายเดือน เช่น

  • กรณีหน้ากาก N95 มีสำรองทั้งคลังส่วนกลางและคลังภูมิภาค 511,439 ชิ้น อัตราสำรองคงคลัง 14 เดือน
  • ชุด PPE แบบ Coverall&Grown มีสำรองคงคลังทั่วประเทศ 3,761,620 ชุด อัตราคงคลัง 4 เดือน
  • ถุงคลุมรองเท้า (Shoe Cover) มีสำรองทั่วประเทศ 1,819,895 คู่ อัตราสำรองคงคลัง 9 เดือน
  • หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (Surgical mask) มีสำรองในคลังทั่วประเทศ 194,978,564 ชิ้น อัตราสำรองคงคลัง 13 เดือน เป็นต้น

นายกรัฐมนตรี

ส่วนของยาฟาวิพิราเวียร์(Favipiravir) ปัจจุบันมีคงเหลือในคลังทั้งสิ้น 2,989,747 เม็ด โดยแยกเป็น อยู่ในคลังขององค์การเภสัชกรรม 857,700 เม็ด สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 392,962 เม็ด กรมการแพทย์ 2,254,504 เม็ด และกรมควบคุมโรค 31,341 เม็ด ส่วนยาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) มีคงคลังขององค์การเภสัชกรรม 2,369 ขวด (vial)

“นายกรัฐมนตรีกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลทั้งการจัดหา การกระจายเวชภัณฑ์และยาเพื่อการรักษาโรคโควิด-19 ไปยังหน่วยบริการให้เพียงพอและทั่วถึง ซึ่งทั้งหมดมีการประมาณการความต้องการและแผนการจัดหา การจัดงบประมาณสนับสนุนที่เพียงพอ เช่นกรณีของยาฟาวิพิราเวียร์มีแผนการจัดหาในเดือนกรกฎาคมนี้อีก 5 ล้านเม็ด ระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายนอีก 3 ล้านเม็ด ส่วนยา Remdesivir จัดหาในเดือนกรกฎาคมนี้อีก 3,100 ขวด” นางสาวไตรศุลี กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม