ดูหนังออนไลน์
COVID-19

ครม.ไฟเขียวใช้จ่าย พ.ร.ก.กู้เงิน 11 โครงการ ยกเลิก 2 โครงการ เช็คเลย!

ครม. ไฟเขียวใช้จ่าย พ.ร.ก.กู้เงิน ตามข้อเสนอ คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ อนุมัติ 11 โครงการ ยกเลิก 2 โครงการ เยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจ เช็คด่วนที่นี่

วันนี้ (1 มิถุนายน 2564) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่ คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ในคราวประชุมครั้งที่ 17/2564 วันที่ 20 พฤษภาคม 2564 และครั้งที่ 18/2564 วันที่ 28 พฤษภาคม 2564 โดย ครม. ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 11 โครงการ ยกเลิก 2 โครงการ ดังนี้

ครม. ไฟเขียวใช้จ่าย พ.ร.ก.กู้เงิน

1. อนุมัติให้นำวงเงินกู้เพื่อการตามมาตรา 5 (3) มาใช้เพื่อการตามมาตรา 5 (2) เพิ่มเติม (ครั้งที่ 4) จำนวน 16,238 ล้านบาท เพื่อรองรับการให้ความช่วยเหลือ เยียวยา ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา – 2019 รอบใหม่ในประเทศ

2. อนุมัติโครงการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับบริการประชาชนในประเทศไทย เพิ่มเติมจำนวน 35 ล้านโดส ของกรมควบคุมโรค ระยะเวลาดำเนินการ 5 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – กันยายน 2564 กรอบวงเงิน 6,378.2250 ล้านบาท โดยใช้จ่ายจากเงินกู้ภายใต้แผนงานที่ 1.2 ตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดฯ และมอบหมายให้กรมควบคุมโรคเป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ ดำเนินการตามมติคณะกรรมการฯ โดยเคร่งครัด

3. อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือน (เดือนเมษายน – กันยายน 2564) กรอบวงเงิน 10,569.8283 ล้านบาท โดยใช้จ่ายจากเงินกู้ภายใต้แผนงานที่ 1.3 ตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดฯ และมอบหมายให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการดำเนินการตามมติคณะกรรมการฯ โดยเคร่งครัด

4. อนุมัติโครงการค้นหาเชิงรุกสำหรับกลุ่มเสี่ยงของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระดับพื้นที่ของกรมควบคุมโรค ระยะเวลาดำเนินงาน 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – กันยายน 2564 กรอบวงเงิน 129.3028 ล้านบาท โดยใช้จ่ายจากเงินกู้ภายใต้แผนงานที่ 1.5 ตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดฯ และมอบหมายให้กรมควบคุมโรค เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ ดำเนินการตามมติคณะกรรมการฯ โดยเคร่งครัด

5. เห็นควรอนุมัติโครงการค่าตอบแทน เยียวยา ชดเชย และเสี่ยงภัย สำหรับการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในชุมชน ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ระยะเวลา 3 เดือน (เดือนกรกฎาคม – กันยายน 2564) กรอบวงเงินรวมไม่เกิน 1,575.4950 ล้านบาท

ในกรณีที่มีเหตุการณ์ไม่ปกติในอนาคต และกระทรวงสาธารณสุข ได้พิจารณาเห็นว่า มีความจำเป็นต้องจ่ายค่าตอบแทนเพิ่มเติม ก็สามารถขอรับเงินค่าตอบแทนเพิ่มเติมให้แก่ อสม. เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน อสม. ได้ต่อไป

6. อนุมัติโครงการภายใต้มาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ (ด้านไฟฟ้าและด้านน้ำประปา) จำนวน 4 โครงการ ของการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค กรอบวงเงินรวม 4,512.75 ล้านบาท

ทั้งนี้ ให้ใช้จ่ายจากเงินกู้ภายใต้แผนงานที่ 2.1 ตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดฯ และมอบหมายให้การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ ดำเนินการตามมติคณะกรรมการฯ โดยเคร่งครัด

7. อนุมัติโครงการเพิ่มกำลังซื้อ ให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 กรอบวงเงิน 16,380.1908 ล้านบาท และโครงการเพิ่มกำลังซื้อ ให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ กรอบวงเงิน 3,000 ล้านบาท ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – กุมภาพันธ์ 2565 โดยใช้จ่ายจากเงินกู้ภายใต้แผนงานที่ 2.1 ตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดฯ และมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ

8. อนุมัติโครงการ คนละครึ่ง ระยะที่ 3 กรอบวงเงิน 93,000 ล้านบาท และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ กรอบวงเงิน 28,000 ล้านบาท ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 – กุมภาพันธ์ 2565 โดยใช้จ่ายจากเงินกู้ภายใต้แผนงานที่ 3.3 ตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดฯ

พร้อมทั้งอนุมัติให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของผู้ประกอบการ ร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มเติมว่า “การกำหนดเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสินค้าและบริการของโครงการ คนละครึ่ง ระยะที่ 3 หรือโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้กำหนด” และมอบหมายให้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ ดำเนินการตามมติคณะกรรมการฯ โดยเคร่งครัด

9. เห็นควรมอบหมายให้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ติดตามและประเมินสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างใกล้ชิด โดยในกรณีที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง พิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่สามารถเริ่มดำเนินการได้ ตามกำหนดการที่เสนอไว้ให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เร่งเสนอเรื่องขอเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของโครงการที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบเสนอคณะกรรมการฯ พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

ขณะเดียวกัน ได้รับทราบแนวทางป้องกันการทุจริตโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ตามที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเสนอ พร้อมทั้งเห็นควรให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง จัดให้มีสายด่วนเพื่อรับแจ้งเบาะแสความผิดปกติในการใช้จ่ายเงิน ภายใต้โครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบทั้ง 4 โครงการ เพื่อให้การป้องกันการทุจริตมีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น

10. อนุมัติโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตโคเนื้อ ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ ของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรอบวงเงิน 75.6218 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือนตั้งแต่เดือนมิถุนายน – ธันวาคม 2564 โดยให้ใช้จ่ายจากเงินกู้ภายใต้แผนงานที่ 3.1 ตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดฯ และมอบหมายให้กรมปศุสัตว์ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ

11. อนุมัติให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข ปรับปรุงรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญของโครงการพัฒนาระบบปกติใหม่ ของบริการการแพทย์ฉุกเฉินและพร้อมรับมือกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ โดยขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ จาก 3 เดือน (ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2564) เพิ่มเติมอีก 6 เดือน (ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 30 กันยายน 2564)

12. อนุมัติการยกเลิกโครงการส่งเสริมการผลิตผักปลอดภัยในโรงเรือนอัจฉริยะ เพื่อพัฒนาสู่อินทรีย์รองรับเมืองสุขภาวะ กิจกรรมสนับสนุนการปลูกผักปลอดภัยในโรงเรือนอัจฉริยะและตรวจรับรองตามมาตรฐานการปฏิบัติทางเกษตรที่ดี (GAP) ของสำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่ จังหวัดแพร่ กรอบวงเงิน 13,951,500 บาท

13. อนุมัติการยกเลิกการดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิต การแปรรูป “แพะเมืองสิงห์” ของจังหวัดสิงห์บุรี กรอบวงเงิน 2,340,520 บาท และมอบหมายให้จังหวัดสิงห์บุรีดำเนินการตามมติคณะกรรมการฯ โดยเคร่งครัด

อ่านข่าวเพิ่มเติม