COVID-19

‘บิ๊กตู่’ โยน ศบค.พิจารณา ท้องถิ่นจัดหาวัคซีนเพิ่ม ยึดระเบียบมหาดไทย


นายกรัฐมนตรี ย้ำการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมของท้องถิ่น ต้องเป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ให้ ศบค. พิจารณา พร้อมให้มั่นใจงบประมาณด้านสาธารณสุขเพียงพอ

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันกับสื่อมวลชน ระหว่างตรวจเยี่ยมหน่วยความร่วมมือบริการวัคซีนโควิด-19 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด กรณีการให้ท้องถิ่นจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม เพื่อฉีดให้แก่ประชาชน อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ศบค. ซึ่งจะต้องเป็นไปตามระเบียบของ กระทรวงมหาดไทย

นายก 3

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันถึงการจัดซื้อจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม ซึ่งเร่งเจรจากับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับจำนวนวัคซีนของแต่ละบริษัท ว่ามีจำนวนเพียงพอหรือไม่ ขณะเดียวกันยังมีช่องทางต่าง ๆ ในการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม อาทิ จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่เป็นวัคซีนจาก ซิโนฟาร์ม ที่ได้ลงทะเบียนกับรัฐบาลไว้แล้ว

กรณีการให้ท้องถิ่นจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม เพื่อฉีดให้แก่ประชาชนนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ศบค. ซึ่งจะต้องเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ รัฐบาลเองจัดสรรการกระจายวัคซีนไปยังท้องถิ่น เพื่อให้มีความเท่าเทียมกันในทุกจังหวัด ทุกจังหวัด 76+1 ซึ่งเป็นไปตามข้อมูล หรือสถานการณ์การแพร่ระบาดในแต่ละพื้นที่

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการลงทะเบียน “หมอพร้อม” ว่า ต้องนำมาเชื่อมโยงการติดตามผล กับประชาชนที่มีการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีรายงานการฉีดวัคซีนไปแล้ว 3 – 4 ล้านราย ขณะที่ วันนี้ โลกมีความต้องการวัคซีนสูงขึ้น โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ที่มียอดการติดเชื้อสูงขึ้น 3,000 – 4,000 รายต่อวัน รวมทั้งผู้ที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย จะต้องข้าสู่ระบบการควบคุม คัดกรองและมาตรการต่าง ๆ

ดังนั้น เมื่อมีการตรวจเชิงรุกย่อมต้องพบผู้ติดเชื้อมาก ทุกคนต้องรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ให้ได้ หากจำนวนตัวเลขเพิ่มมากขึ้นต้องให้อยู่ในพื้นที่ที่สามารถควบคุมได้ และนำคนที่ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาลต่อไป

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังแสดงความห่วงใยกลุ่มแรงงานพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีที่พักอาศัยคับแคบและแออัด ซึ่งเป็นปัญหาที่พบเจอในหลายประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ไต้หวัน ญี่ปุ่น และมาเลเซีย โดยต้องร่วมกันให้กำลังใจประเทศอื่น ๆ ถ้าทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายในการเข้าออกประเทศก็คาดว่าจะสามารถควบคุมได้

นายกรัฐมนตรี ยังได้กำชับแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพบว่าใครเข้ายุ่งเกี่ยวกับกระบวนการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย จะมีการลงโทษสถานหนัก วันนี้ได้มีการจับกุมเข้ามาอย่างผิดกฎหมายจำนวนมากทุกวัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม