ดูหนังออนไลน์
COVID-19

ยังไม่แผ่ว! ติดโควิดวันนี้ 3,759 ราย ดับ 34 ศพ ‘หมอเบิร์ท’ แจงยิบ ‘นโยบายกระจายวัคซีน’

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. อัพเดทสถานการณ์ โควิดวันนี้ 28 พฤษภาคม 2564 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,759 คน ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมล่าสุดอยู่ที่ 144,976 คน พบผู้เสียชีวิตใหม่ 34 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมทั่วประเทศ อยู่ที่ 954 ราย ผู้ป่วยรักษาตัวหาย กลับบ้านเพิ่ม 4,044 คน รวมยอดผู้ป่วยรักษาตัวหาย กลับบ้านได้แล้ว 97,872 คน ยังเหลือรักษาตัว ในโรงพยาบาล 46,150 คน

เสียชีวิต 34 ราย

  • กรุงเทพมหานคร 24 ราย (เรือนจำ 2 ราย)
  • สมุทรปราการ 3 ราย
  • นครศรีธรรมราช 2 ราย
  • ชลุบุรี 1 ราย
  • นครราชสีมา 1 ราย
  • นครสวรรค์ 1 ราย
  • ร้อยเอ็ด 1 ราย

กลุ่มติดเชื้อ จากระบบเฝ้าระวัง และระบบบริการคัดกรอง จำนวน 1,374 ราย

กลุ่มค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก ในชุมชน 1,073 ราย

กลุ่มผู้ติดเชื้อจากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 1,294 ราย

กลุ่มเดินทางมาจากต่างประเทศ เข้าสถานกักกัน ที่รัฐจัดให้ 18 ราย

  • กัมพูชา 11 ราย
  • อินเดีย 4 ราย
  • โอมาน 1 ราย
  • อินโดนีเซีย 1 ราย
  • มาเลเซีย 1 ราย

วันนี้ พ.ญ.อภิศมัย ศรีรังสรรค์  ผู้ช่วยโฆษก ยังอธิบายเกี่ยวกับนโยบายวัคซีนของไทย ว่า ข้อมูลโดยสรุปมานำเสนอ ในเรื่องวัคซีน  โดยในอันดับแรก ต้องเน้นย้ำว่า การกระจายวัคซีนทั่วโลกตอนนี้ ถือเป็นอนุมัติฉุกเฉิน โดยการรับรองขององค์การอนามัยโลก คือ ปกติ จะอนมุัติวัคซีนออกมา บริษัทจะต้องวิจัยใน 3 ปี 5 ปี แต่ตอนนนี้ถือเป็นการอนุญาตใช้ในภาวะฉุกเฉิน โดยประสิทธิภาพของวัคซีน จะเน้นย้ำในเรื่องลดอัตราตาย และการเสียชีวิต ดังนั้น เป็นข้อสรุปที่ยังไม่ได้ว่า ป้องกันแพร่เชื้อ

หมายความว่า ฉีดแล้ว ไม่ได้จะไม่แพร่เชื้อ แต่มีรายงานทั่วโลกที่ยืนยันตรงกันว่า มีความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกันเมื่อติดเชื้อ จะลดอัตราตาย และลดความรุนแรง
ในบ้านเรา การฉีดวัคซีน เป็นวาระแห่งชาติ โดยนโยบาย คือ ให้ทุกคนเข้าถึง เป้าหมายข้อแรก คือ ลดอัตราการป่วย และเสียชีวิต ทำให้กลุ่มเป้าหมายแรก ที่ให้ลงทะเบียนฉีดวัคซีน จึงมุ่งไปที่ ประชากรที่มีความเสี่ยงจะป่วยรุนแรง หรือเสียชีวิต คือ สูงอายุ 60 ปี และโรคประจำตัวเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค

วัตถุประสงค์ที่ 2 คือ การปกป้องระบบสาธารณสุขของประเทศ นั่นก็คือ การกระจายวัคซีนไปที่บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขด่านหน้า ทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรค

เมื่อทิศทาง หลักการของการกระจายวัคซีนเป็นแบบนี้ ดังนั้นการบบริหารจัดการในระยะแรก ซึ่งถือได้ว่า มีวัคซีนเป็นปริมาณจำกัด จึงเน้นการกระจายไปที่กลุ่มบุคลากร ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ทั้งยังมีการสำรองวัคซีน สำหรับการควบคุมพื้นที่เสี่ยง ที่มีการแพร่ระบาดฉุกเฉิน

จากนั้นเข้าสู่ระยะที่ 2 ซึ่งมีวัคซีนมากขึ้น จะระดมฉีดวัคซีน โดยนโยบาย คือ ให้ครอบคลุมประชากร 70% ในประเทศ หรือราว 50 ล้านคน ไม่นับเด็ก และผู้หญิงมีครรภ์ ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ จะมีการฉีดเข็มที่ 1 ให้แล้วเสร็จในเดือนกันยายน เข็มที่ 2 ให้ครบถ้วนในเดือนธันวาคม 2564 เพื่อที่จะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ เป็นการปกป้องประเทศ และประชาชนชาวไทย

การจัดสรรในระยะ 2 นี้ กรมควบคุมโรคใช้หลักการ ตามนโยบาย คือ 70% ของประชากรแต่ละจังหวัด เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน แค่มีหลายจังหวัดขอเสนอความเห็น เช่น ขอโควตา จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อน้อย ให้จังหวัดที่กำลังระบาดหนักก่อน แต่จังหวัดน้อย ก็แย้งในเรื่องนี้

ศบค. จึงมีการประชุมเพื่อปรับเปลี่ยนแผนให้ตรงกับสถานการณ์มากขึ้น