ดูหนังออนไลน์
COVID-19

‘แรงงาน’ สั่งศึกษาประกันภัย ‘ฉีดวัคซีนโควิด’ เรียกความมั่นใจมาตรา 33

“แรงงาน” เด้งรับข้อร้องเรียนกลุ่มลูกจ้าง สั่งศึกษา ประกันภัย “ฉีดวัคซีนโควิด” ผู้ประกันตนมาตรา 33 จ่ายมากกว่ากฎหมายกำหนด ด้าน “มาตรา 39 – 40” โวย! ทำไมถูกทิ้ง

วันนี้ (21 พ.ค.) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน เป็นประธานการหารือร่วมกับนายมานิตย์ พรหมการีย์กุล ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย เรื่องการจัดทำ ประกันภัย ความเสี่ยงที่เกิดจากการ ฉีดวัคซีนโควิด – 19 ของผู้ประกันตน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการฉีดวัคซีน

ประกัยภัย ฉีดวัคซีนโควิด

โดยนายมานิตย์ กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3  ที่ผ่านมาทำให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกสาขาอาชีพ ทั้งในระบบและนอกระบบประกันสังคม ได้รับผลกระทบถ้วนหน้า รัฐบาลก็ได้เร่งมือเต็มที่ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ มากมายหลายโครงการ ทั้งบริการตรวจเชิงรุกให้บุคคลทั่วไปและตรวจในสถานประกอบการของผู้ประกันตน มาตรา 33 เพื่อเป็นการป้องกัน

ขณะเดียวกันรัฐบาลได้มีโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด – 19 ให้กับผู้ประกันตน มาตรา 33 ในระบบประกันสังคม ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานที่มีความสำคัญกลุ่มใหญ่ที่มีอาชีพต้องสัมผัส ต้องเจอคนจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งผู้ประกันตนก็เต็มใจเตรียมพร้อมที่จะฉีดวัคซีนกันทุกคน

ในการนี้เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและมั่นใจของผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่จะฉีดวัคซีนจึงขอให้กระทรวงแรงงาน ประกันภัยความเสี่ยงที่อาจจะเกิดผลกระทบจากการฉีดวัคซีน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนและครอบครัว

นายสุชาติ กล่าวถึงข้อเรียกร้องดังกล่าวว่า ในเบื้องต้นสำนักงานประกันสังคมได้มีประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่ได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ ซึ่งจะจ่ายสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนที่ได้รับความเสียหายหรือเกิดผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด- 19 ดังนี้

  • กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพจ่ายสูงสุดไม่เกิน 400,000 บาท
  • กรณีสูญเสียอวัยวะหรือพิการจ่าย 240,000 บาท
  • กรณีแพ้วัคซีนและจำเป็นต้องรักษาพยาบาลหรือฟื้นฟูจ่าย100,000 บาท
  • กรณีแพทย์สั่งให้หยุดพัก จะจ่ายเงินชดเชยรายวัน 50% ของค่าจ้างระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน (250 บาทต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 365 วันต่อปี)
  • เงินทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะ(ทุพพลภาพไม่รุนแรง) จ่าย 30% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 15 ปี
  • เงินทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะ (ทุพพลภาพรุนแรง) จ่าย 50% ของค่าจ้าง ตลอดชีวิต
  • เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต หากส่งเงินสมทบ 3 ปี ได้ชดเชย 2 เดือน ส่งเงินสมทบ 10 ปี ได้ชดเชย 6 เดือน และเงินสงเคราะห์บุตรกรณีผู้ประกันตนเสียชีวิตจะจ่ายเดือนละ 800 บาท จนบุตรอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ ทั้งนี้ แต่ละกรณีอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ที่จะเป็นผู้วินิจฉัย

“ผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนจะได้รับการจ่ายสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ข้างต้น ดังนั้นข้อเรียกร้องที่ขอให้จ่ายค่าชดเชยมากกว่าสิทธิประโยชน์ที่ พ.ร.บ.กำหนด ผมจะมอบหมายให้สำนักงานประกันสังคมไปศึกษาในรายละเอียดและความเป็นไปได้ เพื่อเป็นการประกันภัยความเสี่ยงและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกันตนในการฉีดวัคซีนครั้งนี้ นายสุชาติกล่าวในท้ายสุด

ประกันสังคม ฉีดวัคซีนโควิด

รายงานข่าวเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนโควิด – 19 ในกลุ่มผู้ประกันตน มาตรา 33 ในระบบประกันสังคม (ลูกจ้างสถานประกอบการ) เป็นอย่างมาก เนื่องจากมองว่าผู้ประกันมาตรา 33 เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและยังเป็นกลุ่มที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

โดยรัฐบาลเตรียมจัดสรรวัคซีนโควิด – 19 เพื่อฉีดให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ในกรุงเทพฯ จากนั้นจะกระจายไปยัง 9 จังหวัดเศรษฐกิจสำคัญและจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป ขณะเดียวกันมีการสำรวจพบว่า ผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวนถึง 80% แสดงความประสงค์ต้องการฉีดวัคซีนในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมยังไม่ได้แจ้งแนวทางการลงทะเบียนฉีดวัคซีนที่ชัดเจน จึงทำให้ผู้ประกันตนและนายจ้างยังเกิดความสับสน นอกจากนี้ผู้ประกันตนมาตรา 39 (ภาคสมัครใจ) และมาตรา 40 (นอกระบบ) บางส่วนก็ออกมาระบุว่า สำนักงานประกันสังคมควรเปิดให้มาตรา 39 และมาตรา 40 ลงทะเบียนด้วย เนื่องจากทั้ง 2 มาตราก็เป็นผู้ประกันตนและจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเช่นกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม