ดูหนังออนไลน์
COVID-19

นายกฯ สั่งระดมฉีดวัคซีนโควิด วัยทำงาน ‘มาตรา 33’ หนุนฟื้นภาคเศรษฐกิจ

นายกฯ สั่งดีเดย์ต้นเดือน มิ.ย. ระดม ฉีดวัคซีนโควิด วัยทำงาน “มาตรา 33” หนุนฟื้นภาคอุตสาหกรรมและบริการ

วานนี้ (19 พ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนโควิด – 19 ในกลุ่มผู้ประกันตน มาตรา 33 (ลูกจ้าง) ในระบบประกันสังคม เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงและเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ดังนั้น จึงมอบหมายให้กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง และภาคเอกชน เตรียมความพร้อมสำหรับการฉีดวัคซีนให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 เป็นต้นไป เริ่มจากพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อน จากนั้นจึงกระจายไป 9 จังหวัดเศรษฐกิจสำคัญต่อไป

ฉีดวีคซีนโควิด มาตรา 33

ฉีดวัคซีนโควิด “มาตรา 33” ต้น มิ.ย.

สำหรับข้อความทั้งหมดที่ พล.อ.ประยุทธ์ โพสต์เป็นดังนี้

“กลุ่มผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมตาม มาตรา 33 เป็นกลุ่มแรงงานที่ความสำคัญกลุ่มหนึ่ง เป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีอาขีพต้องสัมผัส ต้องเจอคนจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจของประเทศ

การเตรียมการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้ประกันตนนี้ จะเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวง แรงงาน กระทรวงการคลัง และภาคเอกชน โดยจะพร้อมฉีดตั้งแต่ ต้นเดือน มิ.ย. นี้ครับ

ผมได้กำชับให้ทำการฉีดให้ต่อเนื่อง และรวดเร็วที่สุด เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และภาคบริการ ฟื้นตัวได้โดยเร็ว

สำหรับแนวทางการกระจายวัคซีนมีดังนี้ครับ

1.สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ร่วมมือกับภาคเอกชน และ สปสช. ในการดำเนินการ โดยกลุ่มผู้ประกันตนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้ป่วยในกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง จะให้ทางกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ดำเนินการเนื่องจากกลุ่มดังกล่าวได้ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อมไปแล้ว

2.สำนักงานประกันสังคมจะประสานกับนายจ้างของแต่ละบริษัทให้ส่งข้อมูลลูกจ้างที่จะฉีดวัคซีน เพื่อทำการจัดสรรเวลาการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ประกันตน โดยในระยะแรกจะเน้นการฉีดวัคซีนสำหรับผู้ประกันตนใน กทม. และในระยะถัดไปจะเร่งฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ประกันตนใน 9 จังหวัดเศรษฐกิจ จากนั้นจะดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ประกันตนในจังหวัดที่เหลือต่อไป ที่สำคัญคือ จำนวนวัคซีนต้องเพียงพอกับจำนวนคน หากไม่ได้ทั้งหมดก็จะจัดสรรทะยอยให้ตามลำดับความเร่งด่วน

3.การฉีดวัคซีนใน กทม. นั้น จะมีจุดฉีดวัคซีน 45 แห่ง และจุดฉีดวัคซีนใน 9 จังหวัดเศรษฐกิจอีก 22 แห่ง

ทั้งหมดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามแผน “วาระแห่งชาติ” เรื่องการฉีดวัคซีน ผู้ประกันตนทุกคนจะต้องได้รับการฉีดวัคซีน ที่จะทั้งป้องกันโรคให้กับตนเอง คนรอบข้าง และผู้เข้ามารับบริการ เพื่อให้กิจการและเศรษฐกิจเดินหน้าต่อได้ครับ”

“แรงงาน” 80% อยากฉีดวัคซีน

รายงานข่าวเปิดเผยว่า เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับสถานพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคม ชี้แจงซักซ้อมทำความเข้าใจเพื่อเตรียมความพร้อมในการฉีดวัคซีนโควิด – 19 แก่ผู้ประกันตนก่อนเปิดให้บริการภายในเดือนมิถุนายนนี้

นายสุชาติกล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข พิจารณาจัดสรรวัคซีนให้กระทรวงแรงงานเพื่อกระจายให้แก่แรงงานซึ่งเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 ในระยะแรก จำนวน 6 ล้านโดส ในเดือนมิถุนายน 2564 จำนวน 1.5 ล้านโดส ในพื้นที่กรุงเทพฯ เดือนกรกฎาคม 2564 จำนวน 4.0 ล้านโดส ประกอบด้วยในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 1.5 ล้านโดส และในพื้นที่ 9 จังหวัดเศรษฐกิจอื่น 2.5 ล้านโดส

และมอบหมายให้กระทรวงแรงงาน เตรียมความพร้อมในการฉีดวัคซีนให้แก่แรงงาน โดยให้สถานประกอบการแจ้งรายชื่อที่จะฉีด และเชื่อมโยงข้อมูลกับแอพพลิเคชั่น “หมอพร้อม”ของกระทรวงสาธารณสุข และประสานภาคเอกชนในการหาสถานที่เพิ่มเติมให้เพียงพอกับความต้องการฉีดนั้น

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงแรงงานได้สำรวจความต้องการฉีดวัคซีนผ่านระบบ Web –Service โดยมีผู้ประกันตน มาตรา 33 ประสงค์จะฉีดวัคซีนมากถึง 80 % กระทรวงแรงงานยังได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครเขตพื้นที่ทั้ง 12 เขต ได้ไปหาสถานที่ฉีดวัคซีน ซึ่งขณะนี้ได้สถานที่ฉีดวัคซีนแล้วจำนวน 45 แห่ง โดยได้จัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นในการฉีดวัคซีนไว้พร้อมแล้ว ซึ่งในวันนี้ได้เชิญผู้บริหารโรงพยาบาลในเครือประกันสังคมจำนวน 12 แห่ง มาประชุมเพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจเพื่อเตรียมความพร้อมในการฉีดวัคซีน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนั้นจะสามารถเริ่มเปิดให้บริการได้ในเดือน มิถุนายนนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม