COVID-19

โควิด ‘เรือนจำ’ วันนี้ ติดเชื้อเพิ่ม 1,117 ราย ราชทัณฑ์วาง 6 มาตรการเข้ม สกัดแพร่ระบาด


โควิดเรือนจำ วันนี้ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 1,117 ราย จาก 11 แห่งทั่วประเทศ วาง 6 มาตรการ สกัดโควิด ตั้งโรงพยาบาลสนามในเรือนจำทุกแห่ง สั่งตรวจหาเชื้อ 100%

นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์แพร่ระบาดของ โควิดเรือนจำ วันนี้ ว่า จากผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุกในเรือนจำ และทัณฑสถาน เวลา 11.00 น. พบผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ 1,117 ราย และมีผู้ต้องขังติดเชื้อ อยู่ระหว่างการรักษา 12,767 ราย

โควิดเรือนจำ

ปัจจุบัน มีเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ ที่ยังพบผู้ต้องขังติดเชื้อรวม 11 แห่ง ประกอบด้วย

  • เรือนจำจังหวัดเชียงใหม่ วันนี้ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ มีผู้ต้องขังอยู่ระหว่างการรักษา 3,600 ราย
  • เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 521 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 2,370 ราย
  • ทัณฑสถานหญิงกลาง ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 112 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 1,540 ราย
  • เรือนจำกลางคลองเปรม ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 149 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 1,324 ราย
  • เรือนจำพิเศษธนบุรี ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 23 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 2,830 ราย
  • เรือนจำจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 16 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 64 ราย
  • ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ อยู่ระหว่างการรักษา 12 ราย
  • เรือนจำจังหวัดนนทบุรี ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 17 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 417 ราย
  • เรือนจำกลางบางขวาง ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 279 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 607 ราย
  • เรือนจำมีนบุรี ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ อยู่ระหว่างการรักษา 2 ราย
  • เรือนจำจังหวัดสมุทรปราการ
  • ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ อยู่ระหว่างการรักษา 1 ราย

ราชทัณฑ์

ทั้งนี้ มี 2 เรือนจำที่ผู้ต้องขังได้รับการรักษาจนหายแล้ว และไม่พบผู้ติดเชื้อคือ เรือนจำจังหวัดนราธิวาส และเรือนจำอำเภอแม่สอด

นอกจากนี้ ที่ประชุมศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 กรมราชทัณฑ์ (ศบค.รท.) เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2560 โดยมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน และมีนโยบายให้เตรียมความพร้อมรับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ในเรือนจำ และทัณฑสถานทุกแห่ง เร่งดำเนินการดังนี้

1. จัดพื้นที่จัดทำโรงพยาบาลสนามในเรือนจำ และทัณฑสถานทุกแห่ง พร้อมให้ประสานงานกับสำนักงานสาธารณสุขพื้นที่ เพื่อตรวจสอบมาตรฐาน ในการเตรียมรองรับ กรณีผู้มีติดเชื้อได้ทันที

2. ให้เรือนจำและทัณฑสถาน ตั้งศูนย์บัญชาการ แก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบค.) ประจำเรือนจำทัณฑสถานทุกแห่ง

3. เร่งคัดกรอง และตรวจหาเชื้อโควิดในผู้ต้องขัง หากพบให้เอกซเรย์ปอดทุกราย รวมถึงให้ยา และรักษาให้เร็ว เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดในวงกว้าง

4. ใส่คลอรีนผสมในน้ำสำหรับอาบ ของผู้ต้องขัง ในเรือนจำทัณฑสถานทุกแห่ง

5. เรือนจำทัณฑสถาน ที่มีการพบเชื้อ ให้เร่งตรวจหาเชื้อในเจ้าหน้าที่ และผู้ต้องขังทุกราย จนครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนเรือนจำที่ยังไม่พบเชื้อ ให้สุ่มตรวจเชื้อ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอาการไข้ และไอ

6. กรณีที่มีการปล่อยตัวผู้ต้องขังที่มีการติดเชื้อ ก่อนการปล่อยตัว ต้องรีบประสานสำนักงานสาธารณสุขพื้นที่ ในการส่งต่อผู้ต้องขัง ไปยังพื้นที่ที่สาธารณสุขกำหนดโดยด่วน

อายุตม์ สินธพพันธุ์
อายุตม์ สินธพพันธุ์

กรณีการสอบสวนสาเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อเข้าสู่เรือนจำ ว่าเกิดจากเจ้าหน้าที่ฝ่าฝืนระเบียบการเฝ้าระวัง และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่นั้น ขณะนี้กรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ของบุคลากรที่ติดเชื้อโควิดแล้ว ว่าเกิดจากการฝ่าฝืนระเบียบหรือไม่ เพื่อดำเนินการทางวินัย และให้บุคลากรเห็นความสำคัญ ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ และสังคมส่วนรวมต่อไป

ในส่วนของมาตรการลดความแออัดในเรือนจำนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้สั่งการให้กรมราชทัณฑ์ เร่งบรรเทาความแออัด ซึ่งกรมราชทัณฑ์ ได้กำหนดมาตรการแล้ว ทั้งการให้ผู้ต้องขังใช้สิทธิยื่นคำร้อง ขอปล่อยตัวชั่วคราวที่รับความกรุณา จากสำนักงานศาลยุติธรรม รวมทั้งเสนอโครงการพักการลงโทษกรณีพิเศษ สำหรับผู้ที่เจ็บป่วย ในสถานการณ์การแพร่ระบาด และการปรับขยายเกณฑ์พักการลงโทษ เพื่อให้นักโทษที่ได้รับการพักการลงโทษมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดต้องมีการพิจารณา ถึงความเหมาะสมอีกครั้ง

สำหรับกรณีผู้ต้องขังที่ป่วย ขณะนี้ได้กำชับให้เรือนจำ แจ้งให้ญาติทราบเป็นการเฉพาะราย ทางโทรศัพท์ หรือช่องทางอื่นแล้ว โดยเฉพาะความคืบหน้าการรักษา แต่ทั้งนี้ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ต้องขังก่อน

อ่านข่าวเพิ่มเติม