ดูหนังออนไลน์
COVID-19

อัพเดทล่าสุด ตำรวจติดโควิด สะสมแล้ว 304 ราย ผบ.ตร. ลั่น ฉีดวัคซีน ‘เป็นหน้าที่ของทุกคน’

ตำรวจติดโควิด อัพเดท 17 พฤษภาคม ตำรวจนครบาล ยอดป่วยสะสม 304 ราย รักษาหายแล้ว 147 ราย “ผบ.ตร.” ชี้ การฉีดวัคซีนสร้างภูมิกันหมู่ วิธีเดียวหยุดเชื้อโควิด-19

กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)  เปิดเผยว่า สถานการณ์ ตำรวจติดโควิด -19 ข้อมูล ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2564 ตำรวจนครบาลติดเชื้อสะสม 304 ราย เพิ่ม 2 ราย จากวันที่ 16 พฤษภาคม 2564 รักษาหายแล้ว 147 ราย คงเหลือ 157 ราย ที่ผ่านมา มีการกักตัวรวม 1,039 ราย โดยสิ้นสุดการกักตัวแล้ว 755 ราย คงเหลือกักตัวเพียง 284 ราย

ตำรวจติดโควิด

สำหรับ รายงานข้อมูลรับแจ้งผู้ป่วยโควิด-19 ผ่านศูนย์ผ่านฟ้า 191 ประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2564 มีสายโทรเข้ามาจำนวนทั้งสิ้น 51 สาย แยกเป็นขอคำปรึกษา 46 สาย, ขอรถพยาบาล 5 สาย ได้ โรงพยาบาลรักษาแล้ว 5 ราย ส่วนผลการปฏิบัติในภาพรวม เป็นผู้ป่วยที่ขอเตียง รถพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน – 16 พฤษภาคม 2564 รวมทั้งสิ้น 277 ราย

ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ในฐานะผู้บังคับบัญชา ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และในฐานะคนไทย หน้าที่ของคนไทยทุกคน และหน้าที่ของตำรวจทุกคน คือ การหยุดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 ซึ่งวิธีการปัจจุบัน และเป็นวิธีที่ดีที่สุด วิธีเดียวตอนนี้ คือ การฉีดวัคซีน

“การหยุดการการแพร่ระบาด ถ้าเราไม่หยุด หรือหยุดไม่ได้ สังคมก็จะเป็นอยู่แบบนี้ ต้องล็อกดาวน์กันอยู่แบบนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่คนติดเชื้อ เกินขีดความสามารถที่ระบบสาธารณสุขจะรองรับได้ ก็ต้องกลับมาล็อกดาวน์กันใหม่”พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าว

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข

ดังนั้น วิธีเดียวคือ ต้องหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อ ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ ที่ทุกคนต้องช่วยกันทำ ขอย้ำว่า การฉีดวัคซีน ไม่ใช่เพื่อตัวเราคนเดียว หรือครอบครัวเราคนเดียว แต่เพื่อสังคม เพื่อประเทศ เพื่อคนไทยทุกคน ต้องมองว่า ทุกคนเป็นหน้าที่ ที่ต้องช่วยกัน ไม่ใช่แค่ตำรวจ แต่ทุกคนต้องช่วยกัน

“ขอให้ท่องไว้ในใจว่า ต้องหยุดการแพร่ระบาด วิธีเดียวคือฉีดวัคซีน ถ้าเราไม่มีภูมิคุ้มกันหมู่ ก็จะเป็นแบบนี้ไม่จบไม่สิ้น ก็ฝากไว้ว่า ไม่มีผู้บังคับบัญชาคนไหนไปบังคับใครได้ เพียงแต่ชี้แจงให้ท่านทราบเหตุผลความจำเป็น ว่าทำไปเพื่ออะไร” ผบ.ตร.กล่าว

ในส่วนของข้าราชการตำรวจ ที่จะได้รับการฉีดวัคซีน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก เป็นกลุ่มที่มีความจำเป็นปฎิบัติหน้าที่ในแนวหน้า กลุ่มที่สอง ความเสี่ยงระดับปานกลาง และกลุ่มที่สาม มีความเสี่ยงระดับท้าย

สำหรับตำรวจนครบาลนั้น เฉพาะกลุ่มที่อยู่ในแนวหน้า รวมถึงครอบครัว ฉีดวัคซีนแล้วเกิน 50% เพราะเป็นหน้าที่ของทุกคน ต้องหยุดการแพร่ระบาด ด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ถ้าคนไทยฉีดไม่ถึง 50% หรือเกินนิดหน่อย ก็ไม่เกิดประโยชน์ และเชื้อก็จะแพร่ระบาดอยู่เช่นนี้ต่อไป ล็อคดาวน์กันอยู่แบบนี้

“ถ้าเราคิดจะอยู่อย่างนี้ ก็อยู่อย่างนี้ แต่ถ้าทุกคนเข้าใจว่า การฉีดวัคซีนสำคัญยังไง หลายคนบอกว่า เป็นเรื่องส่วนตัว แต่มันไม่ใช่ แต่เป็นการฉีดเพื่อประเทศ” พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เคยเกิดเหตุการณ์ ตำรวจปฏิเสธการฉีดวัคซีน เพราะกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียง และไม่มั่นใจในความปลอดภัยของวัคซีน จนต้องทำความเข้าใจถึงความจำเป็นของการฉีดวัคซีน โควิด-19

อ่านข่าวเพิ่มเติม