ดูหนังออนไลน์
COVID-19

เดือด! ฟ้อง ‘นักข่าวไทยพีบีเอส’ โพสต์เฟคนิวส์ ปรี๊ดต้นสังกัดเดือนเดียวผิด 3 ครั้ง

DES เดือด! ฟ้อง “นักข่าวไทยพีบีเอส” โพสต์เฟคนิวส์ กรณีสาวอุดรฯ อ้างแพ้วัคซีนโควิด – 19 สวดยับต้นสังกัดนำเสนอข่าวผิด 3 ครั้งในเดือนเดียว

จากกรณีที่สื่อหลายสำนักรายงานข่าวว่า มีหญิงสาวรายหนึ่งเข้ารับวัคซีนโควิด – 19 ของซิโนแวคที่จังหวัดอุดรธานี ได้เกิดผลข้างเคียง มีอาการชาทั้งตัว และมีเลือดออกในสมอง แต่มีการแอบอ้างภาพของผู้ป่วยรายหนึ่งที่โรงพยาบาลหนองม่วง จังหวัดลพบุรี ที่มีอาการแพ้ยา มีผื่นแดงเต็มตัว มาเผยแพร่ควบคู่กันจนเกิดความเข้าใจผิด และผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาปฏิเสธไปแล้วนั้น

DES ฟ้อง นักข่าวไทยพีบีเอส

ล่าสุดวันนี้ (12 พ.ค.64) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) เปิดเผยว่า กรณีสาวอุดรฯ อ้างแพ้วัคซีนโควิด – 19 ได้รับรายงานจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) รวมทั้งมีผู้ร้องเรียนเข้ามายังกระทรวง DES จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบตั้งแต่ต้น ก็พบว่า ต้นตอของข่าวดังกล่าวมาจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ รวม 3 ราย ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 รวมทั้งกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

โดยได้มอบหมายให้ผู้แทนกระทรวง DES เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ทุ่งสองห้อง กรุงเทพฯ เพื่อดำเนินคดีต่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Wadfhan Niphawan”, ผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ชื่อ “@tuykallaya” และผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “กะทิ จ้า” เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมาแล้ว แม้ทราบว่า ทั้ง 3 รายได้ลบโพสต์ออกไป และบางรายก็ได้โพสต์ขอโทษไปแล้ว แต่ก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้เป็นกรณีศึกษาสำหรับผู้ที่จะโพสต์หรือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังต่อสู้กับโควิด – 19 ที่เป็นเรื่องความเป็นความตาย

“รัฐบาลได้ยกระดับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด – 19 เป็นวาระแห่งชาติ ตลอดจนหลายภาคส่วนออกมาร่วมรณรงค์ให้ประชาชนฉีดวัคซีน แต่ก็ยังมีขบวนการที่พยายามดิสเครดิต สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคม จึงต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด” นายชัยวุฒิ ระบุ

เดือด! ฟ้อง “นักข่าวไทยพีบีเอส” สวดยับต้นสังกัด

นายชัยวุฒิ เปิดเผยด้วยว่า นอกจากนี้ตนได้ตรวจสอบบัญชี ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “กะทิ จ้า” ซึ่งพบว่าประกอบอาชีพสื่อมวลชน มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยบรรณธิการข่าวเช้า สำนักข่าวไทยพีบีเอส ซึ่งที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่สื่อมวลชนของสำนักข่าวไทยพีบีเอสว่า มีการนำเสนอข่าวผิดพลาดอย่างน้อย 2 ครั้ง

1.เมื่อวันที่ 24 เมษายน นำเสนอข่าวชาวอินเดียเช่าเครื่องบินเหมาลำมายังประเทศไทยเมื่อช่วงกลางเดือน เมษายน

2.เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม กรณีข่าวประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีต่อเชื้อโควิด – 19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ที่เป็นเพียงการคาดการณ์ผ่านมา ซึ่งเป็นการนำเสนอข่าวคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในระยะเวลาไล่เลี่ยกันอย่างผิดสังเกต แล้วยังมีคนระดับบรรณาธิการมาโพสต์ข้อมูลทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีนอีก

ทั้งนี้ ในช่วงเวลา 1 เดือนสำนักข่าวไทยพีบีเอสนำเสนอข่าวผิดถึง 2 ครั้ง และมีพนักงานนำ เฟคนิวส์ มาเผยแพร่ จนสื่อมวลชนสำนักอื่น นำข้อมูลดังกล่าวไปผลิตซ้ำ รวมแล้วเกิดเฟคนิวส์ที่มีจุดเริ่มต้นจากสำนักข่าวไทยพีบีเอส 3 ครั้ง จนทำให้ประชาชนเกิดความแตกตื่น

แม้เป็นสื่อมวลชน หากกระทำผิดก็ไม่ละเว้น ยิ่งต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพราะสื่อมวลชนควรมีความรับผิดชอบต่อสังคมที่สูงกว่าคนทั่วไป ต้องมีภูมิคุ้มกันที่สูงกว่า และเป็นผู้เสริมภูมิคุ้มกันในการเสพข่าวทางสังคมออนไลน์ให้กับประชาชน เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วต้องมีการตรวจสอบข้อมูลก่อนการนำเสนอ ไม่ควรปล่อยให้มีการออกข่าวผิดพลาด และบ่อยครั้ง จนมีคำถามถึงเจตนาที่แท้จริงของสำนักงานแห่งนี้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสื่อสาธารณะแห่งนี้

“แม้ที่ผ่านมาสำนักข่าวไทยพีบีเอส จะออกมาขอโทษที่นำเสนอข้อมูลคลาดเคลื่อน แต่ได้สร้างความสับสน และสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นกับประเทศไทย ผมจึงจำเป็นที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะการกระทำผิด 3 ครั้ง ภายใน 1 เดือน เป็นวิสัยที่ผิดปกติ และผมเกรงว่าหากไม่มีการดำเนินการตามกฎหมายจะมีการกระทำผิดครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก” นายชัยวุฒิ กล่าว

รายงานข่าวเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เกิดกรณีนักข่าวไทยพีบีเอสนำเสนอข้อมูลว่า กลุ่มเศรษฐีอินเดียได้เช่าเหมาลำเครื่องบินเพื่อเข้ามายังประเทศไทย จนทำให้ประชาชนภายในประเทศตื่นตระหนก เพราะเกรงว่าการรับเศรษฐีอินเดียเข้าประเทศจะเป็นการแพร่ระบาดเชื้อโควิด – 19 ให้ยิ่งรุนแรงขึ้น ซึ่งต่อมาเพจไทยพีบีเอสต้องขออภัยที่รายงานข่าวชิ้นนี้อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและตื่นตระหนก พร้อมถอดข่าวออกทุกจากแพลตฟอร์ม

อีกกรณีคือ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสได้นำเสนอรายงานข่าวประสิทธิภาพวัคซีนในการป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้คลาดเคลื่อน ต่อมานายวราวิทย์ ฉิมมณี ผู้ประกาศข่าวได้ออกมาขอโทษและชี้แจงว่า ปัญหาเกิดจากการแปลความหมายและการใช้ตัวเลขคาดการณ์ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน พร้อมขอพักงานหน้าจอเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อแสดงความรับผิดชอบ

อ่านข่าวเพิ่มเติม