ดูหนังออนไลน์
COVID-19

โควิดเชียงใหม่ต่ำ 50 วันที่ 8 เสียชีวิต 1 ศพ พร้อมออก 3 มาตรการคุมเดินทางเข้าพื้นที่

เชียงใหม่ติดโควิดต่ำ 50 วันที่ 8 พบระบาดในกลุ่มพนักงานดับเพลิงที่ท่าอากาศยานและงานศพที่อมก๋อย แข้งผู้โดยสารนกแอร์ DD008  ตรวจโควิดด่วน พร้อมออก 3 มาตรการดูแลคนเดินทางเข้าพื้นที่ ต้องลงทะเบียน CM CHANA 

นกแอร์

ที่ ศูนย์บัญชาการสถานการณ์การระบาดโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์นเรนทร์ โชติรสนิรมิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงสถานการณ์การระบาดของโรค Covid-19 ระลอกเดือนเมษายนจังหวัดเชียงใหม่ประจำวัน 

ติดเชื้อต่ำกว่า 50 รายต่อเนื่องวันที่ 8

ดร.ทรงยศ กล่าวว่าวันนี้จังหวัดเชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 22 ราย ซึ่งถือว่าเป็นยอดต่ำกว่า 50 รายติดต่อกัน 8 วันมาแล้ว โดยมียอดผู้ติดเชื้อสะสม 3,916 ราย รักษาหายแล้ว 3,183 ราย คิดเป็นร้อยละ 81 ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด มีผู้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกประเภท จำนวน 721 ราย คิดเป็นร้อยละ 19 และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย รวมผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 12 ราย

ขณะที่กลุ่มผู้ติดเชื้อ ที่ยังรักษาตัวอยู่นั้น แยกเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย (สีเขียว) 537 ราย อาการปานกลาง (สีเหลือง) 117 ราย อาการค่อนข้างหนัก (สีส้ม) 54 ราย และอาการหนัก (สีแดง) 13 ราย การตรวจหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยงสูงและผู้สัมผัสเมื่อวานนี้มีการตรวจ 950 ราย พบผู้มีผลบวกร้อยละ 1.79 ลดลงเช่นเดียวกัน แต่อัตราการตรวจพบเชื้อจากโรงพยาบาลประจำอำเภอยังสูงอยู่ รองลงมาเป็นโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัด

ด้านปัจจัยเสี่ยง ยังคบพบว่าผู้ติดเชื้อจากการสัมผัสในครอบครัวยังคงมีแนวโน้มสูง รวมทั้งการสัมผัสในชุมชน เช่น งานเลี้ยง ร้านอาหาร ตลาด เดินทางเยี่ยมเพื่อนบ้าน และการรวมกลุ่มเล่นการพนัน แต่การสัมผัสในสถานที่ทำงาน และการสัมผัสในสถานบันเทิง ลดลงอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มมีการระบาดในช่วงงต้นเดือนเมษายนเป็นต้นมา โดยการสัมผัสในครอบครัวเพิ่มเป็นร้อยละ 25.3 การสัมผัสในชุมชนเพิ่มเป็นร้อยละ 13.9  ส่วนการสัมผัสในสถานที่ทำงานลดลงเหลือร้อยละ 10.3

นอกจากนี้การตรวจเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยงและพื้นที่เสี่ยง ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่จะครบการกักตัว 14 วัน พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 2 ราย จึงได้ทำการคัดแยกผู้สัมผัสกักตัวต่อ และส่งตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาลสนามแล้ว  วันนี้ได้มีการตรวจคัดกรองในกลุ่ม Rider Line Man จำนวน 80 ราย โดยจะมีการแจ้งผลให้ทราบต่อไป

แจ้งผู้โดยสารเที่ยวบินนกแอร์ DD008 ตรวจโควิดด่วน

จังหวัดเชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อจากคนนอกพื้นที่ที่ได้ทำการตรวจเชื้อจากต่างจังหวัดและไม่รอผลตรวจ เดินทางเข้าเชียงใหม่ทางเครื่องบิน ผลการตรวจพบเป็นผู้ติดเชื้อทั้ง 3 ราย จึงขอแจ้งให้ผู้ที่เดินทางมากับสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD008 วันที่ 9 พฤษภาคม จากสนามบินดอนเมือง เวลา 16.30 น. ถึงเชียงใหม่เวลา 17.30 น.

ในกลุ่มเสี่ยงสูง คือ ผู้ที่นั่งสองแถวหน้าและสองแถวหลังของผู้ติดเชื้อ ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้โทรศัพท์ติดตามให้เข้ามารับการตรวจเชื้อแล้ว ยกเว้นที่ติดต่อไม่ได้ 3 ท่าน คือเลขที่นั่ง 43A  43C และ 41A

“ขอให้ติดต่อมายังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่หรือโรงพยาบาลใกล้บ้านโดยด่วน”

ส่วนเลขที่นั่งอื่นๆ ถือว่าเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำอยู่ ขอให้อยู่บ้านสังเกตอาการตัวเอง หากมีอาการ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส อาการใดอาการหนึ่ง ให้ติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้านเพื่อขอรับการตรวจได้ทันที

ไม่พบผู้ติดเชื้อใน 15 คลัสเตอร์

ส่วนกลุ่มผู้ติดเชื้อ (คลัสเตอร์) ของจังหวัดเชียงใหม่ทั้ง 15 คลัสเตอร์นับแต่เริ่มต้นการระบาดนั้น ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม แต่ยังคงเฝ้าระวังอยู่ 9 คลัสเตอร์ มีคลัสเตอร์ที่ยังมีการเคลื่อนไหวหรือพบผู้ติดเชื้ออยู่ 6 กลุ่มด้วยกัน คือกลุ่มผู้ติดเชื้อที่ตำบลหารแก้ว อำเภอหางดง กลุ่มผู้ติดเชื้อที่ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว กลุ่มผู้ติดเชื้อที่อำเภอดอยสะเก็ด และกลุ่มผู้ติดเชื้อที่อำเภอแม่วาง

“วันนี้ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ มีเพียง 2 คลัสเตอร์ที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มคือ คลัสเตอร์พนักงานดับเพลิงท่าอากาศยาน พบจากการตรวจเชิงรุกก่อนครบการกักตัว 14 วัน เพิ่มอีก 2 ราย ทำให้ผู้ป่วยคลัสเตอร์พนักงานดับเพลิงท่าอากาศยานมีผู้ติดเชื้อ รวม 17 ราย โดยได้ทำการแยกกักตัวในโรงพยาบาลสนามแล้วทั้ง 2 ราย ส่วนกลุ่มเสี่ยงคนอื่นๆ ก็ยังคงให้กักตัวต่อไป สำหรับคลัสเตอร์งานศพที่อำเภออมก๋อย พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1 ราย มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันที่ไปร่วมงานศพมาเยี่ยมที่บ้าน เริ่มมีอาการ 2-3 วันที่ผ่านมา จึงมาตรวจที่โรงพยาบาลอมก๋อย ผลเป็นบวก ทำให้คลัสเตอร์งานศพที่อมก๋อยมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 30 ราย”

สำหรับยอดการจองฉีดวัคซีน รอบเดือนมิถุนายน 2564 ของแต่ละจังหวัด พบว่าจังหวัดเชียงใหม่มีการจองฉีดวัคซีนแล้ว ในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง กว่า 43,000 รายแล้ว จึงขอเชิญชวนทุกท่านลงทะเบียนผ่านไลน์หมอพร้อม หรือที่โรงพยาบาลที่รักษาอยู่ โรงพยาบาลประจำตำบล และ อสม.ใกล้บ้าน ทั้งนี้สามารถเลือกโรงพยาบาลที่เป็นหน่วยฉีดและวันที่จะฉีดได้ โดยจะเริ่มฉีดตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป  

แจงผู้เสียชีวิต 1 รายเดินทางไปจังหวัดเสี่ยง

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์นเรนทร์ โชติรสนิรมิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้ชี้แจงกรณีมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 1 รายว่า ผู้เสียชีวิตเป็นหญิง สัญชาติไทย อายุ 65 ปี มีโรคประจำตัว คือ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โดยได้เดินทางไปจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูง  และวันที่ 13 เมษายน มีอาการไข้ หายใจเหนื่อยเล็กน้อย

ผู้เสียชีวิตเชียงใหม่

ต่อมา ได้ไปรับการตรวจหาเชื้อโควิดที่โรงพยาบาลเอกชนมีผลเป็นบวก ได้นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสันทราย เริ่มมีอาการหายใจเหนื่อยมากขึ้น ระดับค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดต่ำลง ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสชนิดรับประทาน และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลนครพิงค์ วันที่ 24 เมษายน มีอาการเหนื่อยมากขึ้น ได้รับการรักษาด้วยการใส่ท่อช่วยหายใจใส่เครื่องช่วยหายใจ จากนั้นจึงส่งตัวมารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

เนื่องจากมีภาวะปอดอักเสบรุนแรง ทำให้ปอดไม่สามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ แพทย์จึงเริ่มให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสชนิดฉีด ยาลดการอักเสบของปอดและยาปฏิชีวนะชนิดที่ครอบคลุมเชื้อในวงกว้าง ต่อมาตรวจพบว่ามีปัญหาการติดเชื้อราแทรกซ้อน จึงได้รับยาต้านเชื้อราชนิดฉีดเข้าหลอดเลือด และทำการฟอกเลือดเพื่อขับของเสียออกจากร่างกาย

ผู้ป่วยมีอาการซึมลงจึงได้ส่งตัวเอกซเรย์คอมพิวเตอร์พบมีภาวะแทรกซ้อนคือมีเลือดออกในสมอง มีอาการทรุดลง การทำงานของปอดแย่ลงและความดันโลหิตต่ำลด แพทย์ได้ให้ยากระตุ้นความดันโลหิต แต่ไม่สามารถประคับประคองความดันโลหิตได้ จึงทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาต่อมา

3 แนวทางดูแลคนเดินทางเข้าเชียงใหม่

นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ ได้ชี้แจงถึงกรณีพบผู้โดยสารจากสายการบินติดเชื้อโควิดและเดินทางเข้าเชียงใหม่ ว่า ขณะนี้สามารถติดตามผู้โดยสารได้อย่างรวดเร็ว เป็นผลจากการมีระบบการลงทะเบียนผ่าน CM-CHANA ทำให้ทางจังหวัดได้ทราบถึงข้อมูลต่างๆ รวมถึงจุดหมายปลายทางของผู้เดินทางเข้าเชียงใหม่

ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ได้มีการยกระดับมาตรการควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19 มากขึ้น โดยเฉพาะระบบขนส่งมวลชนทุกรูปแบบ จะมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องของทุกหน่วยงานทำการตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่ ให้มีการลงทะเบียนผ่าน CM-CHANA และให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวัง สังเกตอาการอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน 

กรณีข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่มีการตั้งด่านคัดกรองบนถนน เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าอาจจะเป็นการสร้างอุปสรรคในการเดินทางของพี่น้องประชาชน ทางจังหวัดเชียงใหม่มีมาตรการรัดกุมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว 3 แนวทางคือ

แนวทางแรก หากท่านใดที่เดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่และพักอาศัยยังโรงแรมต่างๆ จะขอความร่วมมือสถานประกอบการโรงแรมให้ผู้ที่เข้าพักลงทะเบียน CM-CHANA ด้วยเช่นกัน

แนวทางที่สองขอความร่วมมือพี่น้องทุกท่าน หากมีญาติพี่น้องเดินทางมาจากจังหวัดอื่นโดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดเสี่ยงสูง ให้มีการบอกต่อในเรื่องของการลงทะเบียน CM-CHANA ซึ่งหากมีเหตุการณ์ที่ต้องการติดตามตัวจะได้แจ้งเหตุได้ทันที

ส่วนแนวทางที่สาม ให้ทางคณะกรรมการโควิดหมู่บ้านชุมชน เน้นย้ำให้ตรวจสอบผู้ที่เดินทางเข้ามาในหมู่บ้าน ชุมชน ทั้งที่มาจากจังหวัดอื่น ๆ หรือคนในชุมชนที่เดินทางไปพื้นที่เสี่ยงแล้วเดินทางกลับมา ขอให้มีการคัดกรองและสังเกตอาการ รวมถึงลงทะเบียน CM-CHANA ด้วย

ด้านการสอดส่องการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ อาทิ การลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว การรวมกลุ่มสังสรรค์ การเล่นการพนัน หรือกิจกรรมที่มีการรวมคน เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมากในการรับโรค ขอให้ประชาชนช่วยกันยกการ์ดสูง ในการที่จะป้องกันการกระทำความผิดในทุกรูปแบบ พร้อมสอดส่องตรวจตรา หากพบสิ่งที่ผิดปกติในพื้นทีต้องแจ้งทางฝ่ายปกครองและตำรวจในพื้นที่ เพื่อที่จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

อ่านข่าวเพิ่มเติม: