COVID-19

ข่าวดี! ผู้ป่วยรอเตียงลด ทราบผลแล้วรอไม่เกิน 48 ชม. ชี้สาเหตุเสียชีวิตสูง จากสายพันธุ์อังกฤษ


สธ. บอกข่าวดี ผู้ป่วยกลุ่มสี แดง เหลือง เขีย มีระยะเวลารอคอยเตียงลดลง หลังรู้ผลรอเตียงไม่เกิน 48 ชั่วโมง ชี้สาเหตุอัตราเสียชีวิตสูง จากสายพันธุ์อังกฤษ เผยยอดลงทะเบียน “หมอพร้อม” วันนี้คาดจองทะลุ 6 แสนราย

นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในการบริหารจัดการเตียงผู้ป่วยโควิด พบว่า ขณะนี้ผู้ป่วยกลุ่มสีแดง สีเหลือง และสีเขียว มีระยะเวลารอคอยเตียงลดลง จากเดิมที่ต้องใช้เวลาประสานพอสมควร โดยกรมการแพทย์ เป็นเจ้าภาพในการประสานร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายทั้งหมด

cell virusโควิดใน ม ๒๑๐๕๐๒ 0

ทั้งนี้ ขอให้ความมั่นใจได้ว่า ผู้ที่ตรวจแล้วมีผลเป็นบวก ก็จะรอเตียงไม่เกิน 48 ชั่วโมง จะจัดการเรื่องเตียงได้ เนื่องจากมีช่องทางในการติดต่อ คือ สายด่วน 1668 ก็เชื่อว่าจะคลี่คลายความกังวลให้ประชาชนได้

ส่วนผลการคัดกรองเชิงรุก ในชุมชนคลองเตย เมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ชุมชน 70 ไร่ จากการตรวจคัดกรอง 433 ราย พบผู้ติดเชื้อ 21 ราย คิดเป็นร้อยละ 5 ส่วนที่วัดสะพาน คัดกรอง 489 ราย พบเชื้อ 29 ราย คิดเป็นร้อยละ 6 และเมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ ชุมชนพัฒนาใหม่ ตรวจคัดกรอง 411 ราย พบเชื้อ 49 ราย คิดเป็นร้อยละ 12

สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ว่า ประเทศวันนี้พบผู้ป่วยใหม่ 1,940 ราย สะสม 68,984 ราย และผู้เสียชีวิตรายใหม่ 21 ราย สะสม 245 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.38 โดยผู้เสียชีวิต 2 รายมีประวัติติดเชื้อขณะที่นอนอยู่ในโรงพยาบาล(รพ.) ซึ่งการอธิบายตรงนี้ คือ เมื่อญาติเข้าเยี่ยม

ดังนั้นจึงขอให้มีความเข้มงวดในการป้องกันโรค สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างและล้างมือ ขณะที่ ผู้ป่วยรักษาหายเพิ่มขึ้น 1,183 ราย จึงต้องเรียนว่า เมื่อเราดูจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่รายงานก่อนหน้านี้ โดยต้องใช้เวลาในการรักษา ฉะนั้น จำนวนผู้ทีรักษาหายในช่วงนี้ก็จะค่อยๆ ไต่จาก 1,000 ราย เป็น 2,000 รายต่อวัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี

อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้น เริ่มต้นเมื่อวันที่ 14 เมษายน จำนวน 1,338 ราย ต่อมาระหว่างวันที่ 16-22 เมษายน ตัวเลขทรงตัวที่ 1,400-1,500 ราย และหลังจากนั้นก็ขยับยกตัวขึ้น

แต่นับตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา จนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ผู้ป่วยก็จะเริ่มหายมากขึ้นต่อเนื่อง และกรณีผู้เสียชีวิตในช่วงเวลาประมาณ 3-10 วันหลังพบเชื้อ ดังนั้น จำนวนผู้เสียชีวิตจะคงตัวระดับนี้ไปอีกระยะหนึ่ง

เสียชีวิต

จากข้อมูลการเสียชีวิต พบว่าระลอกใหม่ เมษายน 2564 มีจำนวนมากกว่ารอบธันวาคม 2563 แต่หากเรียงตามกลุ่มอายุ พบว่า ระลอกมกราคม 2563 ในกลุ่มอายุ 20-29 ปี อัตราเสียชีวิตอยู่ที่ร้อยละ 0.09 ไล่ขึ้นมาจนถึงกลุ่มอายุ 70 ปีขึ้นไปอยู่ที่ร้อยละ 11.72 ส่วนระลอกธันวาคม 2563 และเมษายน 2564 ก็มีการไล่เรียงตามกลุ่มอายุ จากน้อยไปมากเช่นกัน

การเสียชีวิตในรอบนี้ มากกว่าการระบาดรอบที่ผ่านมา เป็นเพราะมีฐานการรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นกว่ารอบอื่น ๆ ประกอบกับมีความเกี่ยวข้องกับ ไวรัสโควิดสายพันธุ์อังกฤษ เข้ามาจาก คลัสเตอร์สถานบันเทิงย่านทองหล่อ จึงทำให้ระยะเวลาตั้งแต่ทราบว่าติดเชื้อ จนถึงเสียชีวิต มีช่วงเวลาที่สั้นลง ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของทางยุโรปที่ว่า ไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ มีความรุนแรงสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ทางแพทย์จะมีการติดตามปัจจัยและสาเหตุอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า สถานการณ์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 พฤษภาคม สะสม 1,484,565 โดส แบ่งเป็นผู้ได้รับเข็มที่ 1 จำนวน 1,097,862 รายและผู้ที่ได้ครบโดสตามเกณฑ์อีก 386,703 ราย

วัคซีน

ขณะที่สถานการณ์ของโลกหลังฉีดวัคซีน พบว่า วัคซีนไม่ใช่ทางออกเดียว ต้องมีมาตรการป้องกันโรคควบคู่กันไปด้วยจึงได้ผลดี ยกตัวอย่างใน อิสราเอล ที่มีการฉีดแล้ว 62.4% ของประชากร แต่อัตราการเสียชีวิตต่อประชากร 1 ล้านคนยังอยู่ที่ 0.28% และสหรัฐอเมริกา ฉีดแล้ว 43.3% อัตราเสียชีวิตอยู่ที่ 2.15% ขณะที่ ประเทศไทย ฉีดวัคซีนแล้ว 1.5% แต่อัตราเสียชีวิตเพียง 0.17%

“ชี้ให้เห็นว่าแม้ฉีดวัคซีนสูง แต่ต้องมีมาตรการอื่นประกอบด้วย ประเทศไทยในช่วงเริ่ม ที่มีวัคซีนไม่มากนัก ครอบคลุมประชากรเพียง 1.5% แต่เรามีมาตรการควบคุมการระบาดด้วยการสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างและล้างมือ ดังนั้นขอให้มั่นใจและสื่อสารกับประชาชนว่า วัคซีนไม่ใช่มาตรการเดียว สิ่งที่เราทำอยู่เป็นเรื่องดีอยู่แล้ว และสามารถทำต่อเนื่องเพื่อให้การควบคุมโรคได้ผลดี” นพ.เฉวตสรร กล่าว

ด้านนพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา โฆษกกรมอนามัย กล่าวว่า ข้อมูลการลงทะเบียนจองคิวรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ผ่านไลน์บัญชีทางการและแอพพลิเคชั่น “หมอพร้อม” ณ เวลา 14.00 น. มีผู้ลงทะเบียนรวม 499,873 ราย แบ่งเป็นผ่านไลน์ 379,653 ราย และแอปพลิเคชันอีก 120,220 ราย โดยเชื่อว่าวันนี้จะมีการจองเข้ามาอีกทะลุ 6 แสนราย

อ่านข่าวเพิ่มเติม