COVID-19

ตำรวจยังไม่ฟันความผิด ‘ดีเจมะตูม’ รอฟังความเห็น ‘สำนักงานอนามัย’ กทม.


ตำรวจ ยังไม่ฟันความผิดปาร์ตี้วันเกิด “ดีเจมะตูม” แพร่โควิด-19 ชี้ต้องรอฟังความเห็น “สำนักงานอนามัย” กทม. เพราะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญโรคติดต่อ

วันนี้ (1 ก.พ.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีนายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข ผู้อำนวยการเขตสาทร ยื่นเรื่องให้สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ทุ่งมหาเมฆ ตรวจสอบเอาผิดนายเตชินท์ พลอยเพชร (ดีเจมะตูม) กรณีจัดงานฉลองวันเกิดที่ โรงแรมบันยันทรี จนมีการแพร่เชื้อโควิด-19 ว่า

ตำรวจ ดีเจมะตูม โควิด-19

พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (ผบก.น.5) สั่งการแล้ว โดยเรื่องดังกล่าวมีพื้นที่เกี่ยวเนื่อง 2 โรงพัก คือ สน.ทุ่งมหาเมฆ และสน.ลุมพินี เบื้องต้นมีการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในส่วนของดีเจมะตูม และมีหนังสือเชิญเจ้าพนักงานสำนักงานอนามัยของกรุงเทพมหานคร (กทม.) มาให้ปากคำและความเห็นในช่วงบ่ายวันนี้ (1 ก.พ.)

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพบว่ามีการจัดงานเลี้ยงวันเกิดที่ห้องอาหารเวอร์ทิโก้ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ ขณะเกิดเหตุห้องอาหารเปิดให้บริการตามปกติ นอกจากคณะของดีเจมะตูมยังมีบุคคลอื่นมาใช้บริการด้วย

เบื้องต้นทางโรงแรมมีมาตรการตรวจวัดไข้ มีเจลแอลกอฮอล์ รักษาระยะห่าง แต่พนักงานสอบสวนคงต้องสอบถามความเห็นของเจ้าพนักงานสำนักงานอนามัย กทม. ว่ามาตรการต่าง ๆ ที่ทางร้านอาหารดำเนินการถูกต้องครบถ้วนหรือไม่เกี่ยวกับการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19

นอกจากนี้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า พื้นที่ของห้องอาหารเวอร์ทิโก้มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 400 ตารางเมตร ห้องอาหารมีคนใช้บริการ 65 คน ในส่วนของ ดีเจมะตูม มาใช้บริการ 14 คน หลังจากนั้นเวลา 21.00 น. เป็นเวลาปิดทำการของห้องอาหารตามปกติ คณะของดีเจมะตูมก็ไปต่อในห้องพัก ที่มีการเช่าห้องสูท 3 ห้อง พื้นที่ 351 ตารางเมตร ในห้องที่เกิดเหตุเป็นห้องใหญ่สุด จากการตรวจสอบมีการใช้บัตรคีย์การ์ดเข้า-ออกห้องจำนวน 26 ครั้ง ต้องตรวจสอบว่าการเข้า-ออกทั้งหมดเป็นจำนวนกี่คน เนื่องจากในการจัดงานวันเกิดมีการนัดหมายไปจำนวน 14 คน

“ตำรวจต้องขอฟังความเห็นของเจ้าพนักงานสำนักอนามัย กทม. โดยจะเสนอข้อเท็จจริงให้เจ้าพนักงานสำนักอนามัยรับทราบ ก่อนจะขอทราบความเห็นว่าพฤติกรรมลักษณะนี้เข้าข่ายการกระทำความผิดหรือไม่ มีการพิจารณาอยู่ 2 กรณี คือ พ.ร.บ.โรคติดต่อ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ” พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าว

 

ยังไม่ดำเนินคดี “ดีเจมะตูม” ตำรวจ ขอเวลาหาหลักฐาน

สำหรับสาเหตุที่ปาร์ตี้วันเกิดดีเจมะตูมมีการมั่วสุมเกิน 5 คน แต่ยังไม่เข้าข่ายสามารถดำเนินคดีได้นั้น พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของร้านอาหารจากการตรวจสอบเบื้องต้นมีมาตรการ จากนั้นได้เข้าไปอยู่ในห้องพักจากการตรวจสอบการใช้บัตรเข้า-ออกห้อง และเช่าห้องสูท 3 ห้อง ขนาดต่างๆ กัน รวมพื้นที่ใช้สอย 351 ตารางเมตร จึงต้องตรวจพิสูจน์ว่าเมื่อเข้าไปในห้องได้เข้าไปพร้อมกันหรือไม่ อยู่ในห้องกันกี่คน ในห้องมีพฤติการณ์อย่างไร พยายามรวบรวมพยานหลักฐานอยู่ รวมทั้งสอบถามเจ้าพนักงานสำนักอนามัย เพื่อให้ความเห็นว่าลักษณะแบบนี้เป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อหรือไม่ หรือเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรื่องการควบคุมโรคหรือไม่

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบห้องอาหารดังกล่าวไม่พบว่ามีการจำหน่ายสุรา ส่วนในห้องพักปรากฏหลักฐานเบื้องต้นว่า มีการสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนจะดื่มในห้องหรือไม่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งนี้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในห้องมีอยู่แล้วตามมินิบาร์ของห้อง ซึ่งมีหลักฐานปรากฏเป็นใบเสร็จการจ่ายชำระค่าแอลกอฮอล์ที่อยู่ในห้อง

ตำรวจไม่ใช่ผู้ชำนาญการเกี่ยวกับเรื่องโรคติดต่อ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องรอฟังความเห็น อย่างไรก็ตามไม่ได้นิ่งนอนใจได้รวบรวมพยานหลักฐานในรายละเอียดทราบว่าใครเป็นคนเปิดห้อง ตอนนี้พิสูจน์ทราบตัวบุคคลอยู่และพฤติการณ์ที่ทำกิจกรรมในวันนั้น ขอเวลาตำรวจในการดำเนินการก่อน

ดีเจมะตูม บันยันทรี

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา คณะผู้บริหารโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ ออกแถลงการณ์ว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าวในสื่อต่างๆ ขณะนี้ เรื่องการรับประทานอาหารค่ำในวันคล้ายวันเกิดของคุณเตชินท์ พลอยเพชร (ดีเจมะตูม) ณ ร้านอาหารเวอร์ทิโก้ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2564 โดยมีการสอบถามว่า ทางโรงแรมอนุญาตให้มีการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารและอนุญาตให้นั่งรับประทานอาหารในร้านหลังเวลา 21.00 น. หรือไม่นั้น

ทางโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ ขอชี้แจงว่า โรงแรมได้ปฏิบัติตามประกาศกรุงเทพมหานคร (กทม.) และมาตรการป้องกัน เฝ้าระวังการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด ทั้งนี้ โรงแรมได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการในการเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมทั้งแสดงหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่แสดงให้เห็นว่าทางโรงแรมได้ปฏิบัติตามประกาศและมาตรการของทางราชการอย่างเคร่งครัด

โดยโรงแรมตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม แม้จะอยู่ในภาวะวิกฤติที่ยากลำบากซึ่งทุกคนทราบดี และโรงแรมสนับสนุนมาตรการด้านสาธารณสุขและประกาศของทางราชการ โดยไม่อนุญาตให้มีการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร และไม่อนุญาตให้นั่งรับประทานอาหารในร้านหลังเวลาที่ทางราชการประกาศกำหนด

ทางโรงแรมจะดำเนินมาตรการด้านสุขอนามายอย่างเคร่งครัดต่อเนื่องต่อไป เพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยสูงสุดของทุกท่านที่มาใช้บริการ เพราะความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสิ่งแรกที่ทางโรงแรมคำนึงถึงและเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

อ่านข่าวเพิ่มเติม