COVID-19

เดินหน้าวัคซีนโควิด สธ.เร่งสำรวจความต้องการฉีด ในกลุ่มเป้าหมายล็อตแรก

เดินหน้าวัคซีนโควิด สธ. เร่งสำรวจความต้องการฉีด ในกลุ่มเป้าหมายระยะแรก พื้นที่ระบาด พื้นที่สีแดง เน้นบุคลากรทางการแพทย์  เจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่มีความเสี่ยงสูงก่อน

นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วย รมต.ประจำ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้า โครงการประเมินผลเทคโนโลยี และนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) จะสำรวจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายว่า มีความต้องการฉีดวัคซีนเป็นอย่างไร เพื่อนำมาประเมินลำดับการให้วัคซีน เดินหน้าวัคซีนโควิด เมื่อวัคซีนเข้ามาแล้ว

วัคซีนโควิดรพ 0.สนาม ๒๑๐๑๒๙

ทั้งนี้ ตามเป้าหมายการให้วัคซีนโควิด-19 ในระยะที่ 1 ช่วงเดือน กุมภาพันธ์-เมษายน 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่วัคซีนมีจำกัด โดยดำเนินการในพื้นที่ที่มีการระบาด ได้แก่ พื้นที่ระบาดคือ จ.สมุทรสาคร และพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือพื้นที่สีแดงคือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ เพื่อลดการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต

ขณะที่กลุ่มเป้าหมาย คือ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า ทั้งภาครัฐและเอกชน บุคคลที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคอ้วน ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมโรคโควิด 19 ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วยนั้น

สำหรับในเบื้องต้น จะให้วัคซีนในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า และกลุ่มเจ้าหน้าที่ก่อน เนื่องจากส่วนใหญ่ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีการศึกษาทดลองฉีดวัคซีนในกลุ่มนี้ ในต่างประเทศ ช่วยป้องกันการป่วยอาการรุนแรง เพื่อรักษาระบบสุขภาพของประเทศ ให้เดินหน้าต่อไปได้ และจะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ ประชาชนในการรับวัคซีน

ด้าน ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ได้รวบรวมข้อมูลการให้วัคซีนโควิด-19 ในระดับนานาชาติพบว่า ขณะนี้ทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนแล้ว 86.4 ล้านโดส อัตราการฉีดประมาณ 4.19 ล้านโดสต่อวัน

วัคซีนโควิดรพ.สนาม ๒๑๐๑๒๐

ในจำนวนนี้ สหรัฐ มีการฉีดแล้ว 27.3 ล้านโดส คิดเป็น 8.31% ของประชากร โดยมีผู้ได้รับวัคซีนครบ 2 ครั้งแล้ว 4.53 ล้านคน จีนฉีดแล้ว 23 ล้านโดส คิดเป็น 1.64% ของประชากร สหภาพยุโรป (อียู) ฉีดแล้ว 10.91 ล้านโดส คิดเป็น 2.46% ของประชากร

ส่วนประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนให้ประชากรสูงสุด คือ อิสราเอล ฉีดแล้ว 4.35 ล้านโดส คิดเป็น 48.03% ของประชากรสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฉีดแล้ว 2.87 ล้านโดส คิดเป็น 26.69% ของประชากร และเซเชลส์ ฉีดแล้ว 3 หมื่นโดส คิดเป็น 26.65% ของประชากร

สำหรับการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก มีการจองซื้อแล้วรวมกว่า 8,490 ล้านโดส โดยวัคซีนของบริษัทแอสตราเซนเนกามีการจองมากที่สุด 3,036 ล้านโดส Novavax 1,314 ล้านโดส ไฟเซอร์ 836 ล้านโดส

ทั้งนี้ วัคซีนของแอสตราเซนเนกา ประเทศอินเดีย มีการจองซื้อมากที่สุด 1,000 ล้านโดส โครงการ COVAX จองซื้อ 300 ล้านโดส สหภาพยุโรป 300 ล้านโดส สหรัฐอเมริกา 300 ล้านโดส จีน 200 ล้านโดส ส่วนไทยอยู่ที่ 61 ล้านโดส

ในส่วนของวัคซีนของซิโนแวค มีการจองซื้อรวม 180 ล้านโดส เป็นอินโดนีเซีย 50 ล้านโดส ตุรกี 50 ล้านโดส บราซิล 46 ล้านโดส ไทย 2 ล้านโดส และประเทศอื่นๆ รวม 32 ล้านโดส

อ่านข่าวเพิ่มเติม