ดูหนังออนไลน์
COVID-19

ฉีดวัคซีนช่วยชาติ ‘หมอประสิทธิ์’ อธิบายชัด การสร้างภูมิคุ้มกัน ย้ำความปลอดภัย

ฉีดวัคซีนช่วยชาติ หมอประสิทธิ์เผย ผลการศึกษาชัด ฉีดครอบคลุม 60 – 70% ของประชากร ทำให้วัคซีนหายไปจากประเทศ พร้อมย้ำเลือกจากความปลอดภัย

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ ประชาชนบางส่วน กลัวจะเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีน ขอให้มั่นใจว่า หลักในการเลือกวัคซีนสำหรับคนไทย ยึดหลักความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง ควบคู่กับประสิทธิภาพในการป้องกันโรค จึงขอเชิญชวนให้มารับ ฉีดวัคซีนช่วยชาติ โดยเฉพาะในประชาชน ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายการฉีดครั้งนี้ เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันในคนไทยมากที่สุด ร่วมกับการป้องกันตนเอง เชื้อโควิด 19 ก็จะหมดไปจากประเทศไทย

ทั้งนี้ หากประชาชนในประเทศ เกิดภูมิคุ้มกันจากทั้ง 2 วิธี ได้ครอบคลุม 60 – 70% ของประชากร ร่วมกับทุกคน ยังคงมาตรการป้องกันตนเอง โดยการสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง ก็จะทำให้ไวรัสโควิด 19 ไม่สามารถเข้าสู่ร่างกายคนได้ ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน และจะสลายตัวไปในที่สุด

สำหรับ การเกิดภูมิคุ้มกันโรคมาจาก 2 วิธี คือ การเกิดภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ จากการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ในคนจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้ป้องกันตนเอง ซึ่งบางคนอาจมีความเสี่ยงเกิดอาการรุนแรงและเสียชีวิต และการสร้างภูมิคุ้มกันจากการได้รับวัคซีน เพื่อลดการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิต

ปัจจุบัน การพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ขณะนี้ ทั่วโลกมีวัคซีนที่ผ่านการทดสอบระยะที่ 3 แล้วจำนวน 20 บริษัท พบว่า มีประสิทธิภาพป้องกันโรคได้และมีความปลอดภัย เช่น ของสหรัฐ ที่ใช้เทคโนโลยี mRNA ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ มีประสิทธิผลสูงร้อยละ 95 แต่มีรายงานพบเกิดผลข้างเคียง

ส่วนประเทศไทย ได้เลือกวัคซีนจาก 2 บริษัท ที่เป็นเทคโนโลยีที่คุ้นเคยมานาน คือ บริษัทแอสตราเซนเนกา ที่ใช้ไวรัสที่ไม่ก่อโรคในคน นำมาใส่พันธุกรรม ที่สร้างโปรตีนที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของของไวรัสโคโรนา 2019 เมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะจดจำว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม สร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคนี้ เมื่อได้รับเชื้อไวรัสโควิด 19 อีกครั้ง จะจำได้และกำจัดออกจากร่างกาย เมื่อฉีด 2 เข็มจะมีประสิทธิผลในการป้องกันโรค 90%

ขณะที่วัคซีนของบริษัทซิโนแวค ซึ่งใช้เทคโนโลยีนำเชื้อไวรัสโควิด 19 มาทำให้อ่อนแรง ไม่ก่อให้เกิดโรค แต่จะกระตุ้นให้ร่างกายเกิดภูมิคุ้มกันโรค มีประสิทธิภาพกว่า 50% ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เราใช้มานาน ใช้ในการผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเพียงพอที่เมื่อติดเชื้อจะช่วยให้อาการไม่รุนแรงและไม่เสียชีวิต ทำให้มั่นใจในเรื่องความปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องใช้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพถึง 90%

อ่านข่าวเพิ่มเติม