ดูหนังออนไลน์
COVID-19

แรงงานต่างชาติ แหล่งเพาะเชื้อขนาดใหญ่ ‘หมอมนูญ’ ชี้ทางออก ปราบโควิด รอบ 2 รัฐต้องยอมจ่าย

ปราบโควิด รอบ 2 “หมอมนูญ” ชี้รัฐต้องยอมเสียงบประมาณมหาศาล จับแรงงานต่างชาติทุกคน ตรวจหาโควิด ทลายแหล่งเพาะเชื้อขนาดใหญ่ รับคุมยากกว่ารอบแรก

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC” เผยว่า โควิดรอบ 2 คุมยากกว่ารอบแรก พร้อมแนะทางออก ปราบโควิด รอบ 2 รัฐบาลต้องยอมจ่ายงบประมาณมหาศาล นำแรงงานต่างด้าวทุกคน และแรงงานไทย ในพื้นที่ระบาด ตรวจหาเชื้อโควิด เพื่อทำลายแหล่งเพาะเชื้อ โดยระบุว่า

ปราบโควิด รอบ 2

“การควบคุมโรคโควิด-19 รอบ 2 ยากกว่ารอบแรกมาก เนื่องจากสถานการณ์ครั้งนี้ แตกต่างจาก เมื่อเดือนมีนาคมอย่างมาก

รอบแรก คนไทยติดเชื้อจากต่างประเทศ เดินทางกลับประเทศ โดยไม่ผ่านการกักตัว แพร่เชื้อให้กับคนไทย และแพร่ต่อในสนามมวย ผับและบาร์ ต่อมาแพร่กระจายในวงกว้าง จากคนเล่นการพนันทุกชนิด เนื่องจากเรารู้เร็ว และครั้งนั้น ใช้มาตรการเข้มงวดมาก ทำให้สามารถยุติการระบาดรอบแรก ใน 2 เดือน

สถานการณ์ขณะนี้ แย่กว่าเดิมอย่างชัดเจน จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งไม่หยุด (ดูกราฟ) สาเหตุครั้งนี้ เกิดจากแรงงานชาวเมียนมา ติดเชื้อจากประเทศของเขา ลักลอบเข้าประเทศไทย โดยไม่มีการกักตัว แพร่เชื้อให้คนเมียนมา ในจังหวัดสมุทรสาครอย่างเงียบ ๆ นานเป็นเดือน

ต่อมาแพร่เชื้อให้คนไทย กว่าเราจะรู้ก็ช้าไปแล้ว หลังจากพบแม่ค้า ในตลาดกลางกุ้ง ป่วยเป็นโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมปีที่แล้ว ต่อมาแพร่กระจายในวงกว้าง ไปจังหวัดต่าง ๆ ผ่านคนเล่นการพนัน เหมือนครั้งที่แล้ว

นอกจากนี้ เชื้อไวรัสโควิดที่แพร่ระบาดรอบนี้ ก็แตกต่างจากเมื่อระบาดรอบแรก เป็นเชื้อกลายพันธุ์สายพันธ์ุ G ติดต่อกันง่ายขึ้น

ปัญหาใหญ่ครั้งนี้ คือ เรามีแหล่งเพาะเชื้อขนาดใหญ่ ในแรงงานต่างชาติในประเทศ ถ้าถอดบทเรียนของประเทศสิงคโปร์ แรงงานต่างชาติในสิงคโปร์ 3 แสนคน ทยอยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มากถึง 5 หมื่นคน จากการตรวจรหัสพันธุกรรม PCR ในเวลา 3-4 เดือน

และเมื่อตรวจเลือดหาแอนติบอดี พบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด มากถึงร้อยละ 50 แรงงานต่างชาติในสิงคโปร์ ส่วนใหญ่ป่วยน้อยมาก เสียชีวิตแค่ 1-2 คนเท่านั้น

ประเทศไทย มีแรงงานชาวเมียนมาอย่างน้อย 3 แสนคน คงกำลังทยอยติดเชื้อต่อเนื่องในขณะนี้

ขณะนี้ บางโรงงานในจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าของโรงงาน ยอมออกค่าใช้จ่ายเอง ตรวจคนงานเชิงรุก โดยไม่รอภาครัฐ รัฐควรตรวจเชิงรุก รหัสพันธุกรรม PCR และตรวจเลือดแรงงานต่างชาติทุกคน แรงงานคนไทยในโรงงาน และสถานประกอบการทุกแห่ง ในจังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดที่มีการระบาดต่อเนื่อง ว่ามีการติดเชื้อไวรัสหรือไม่ โดยออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

เมื่อตรวจพบ ต้องแยกคนติดเชื้อจากคนปกติเป็นเวลา 10-14 วัน ด้วยการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เพื่อดูแลรักษาผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ และผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ไม่ใช่ตรวจครั้งเดียว อาจต้องตรวจหลายครั้ง รัฐต้องยอมเสียงบประมาณมหาศาล แต่ถ้าไม่ทำ จำนวนคนติดเชื้อ ในแรงงานต่างชาติ จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และจะแพร่เชื้อให้คนไทยต่อไปไม่สิ้นสุด

ขณะนี้   เศรษฐกิจไทยแย่กว่าเดิม การออกคำสั่งล็อกดาวน์ ปิดประเทศเหมือนครั้งแรก คงทำไม่ได้ ประชาชนเอง ต้องช่วยกันระมัดระวังตัวเอง ใส่หน้ากากอนามัยให้ถูกวิธี ทุกคนเวลาออกนอกบ้าน หมั่นล้างมือ และอย่าอยู่ใกล้ชิดคนอื่น เว้นระยะห่าง 1-2 เมตร”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกวันนี้ (11 มกราคม) นับถึงเวลา 09.00 น. ทั่วโลกมี ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ที่ 90,687,987 คน รักษาตัวหายแล้ว 64,810,969 คน และมียอดสะสมผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 1,943,090 ราย

อ่านข่าวเพิ่มเติม