ดูหนังออนไลน์
COVID-19

‘ถ้าไม่อยากติดเชื้อ ก็ให้อยู่กับบ้านด้วยตัวเอง’ หมอธีระลั่น อย่าตอบแบบนี้


“หมอธีระ” ลั่นอย่าบอกให้อยู่บ้าน ถ้าไม่อยากติดเชื้อ  ระบุ คิดแบบนี้ ก็ไม่ต้องมีคนมาบริหารก็ได้ ให้แต่ละคนอยู่กันเองเอาตัวรอดกันเองตามมีตามเกิด 

วันนี้ (5 ม.ค.) รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กเพจ “Thira Woratanarat” เตือนทุกคนให้ระวังตัวอย่างเคร่งครัด ชี้ การติดเชื้อโดยไม่มีอาการ สามารถแพร่ให้คนอื่นได้ง่าย เพราะคนแพร่ก็อาจไม่รู้ตัว และคนที่รับก็จะไม่รู้ตัวเช่นกัน บอกรัฐ อย่าบอกให้อยู่บ้านตัวเอง ถ้าไม่อยากติดเชื้อ  โดยระบุว่า

หมอธีระ ๒๑๐๑๐๕

สถานการณ์ทั่วโลก 5 มกราคม 2564…  สายๆ จะทะลุ 86 ล้าน

เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 518,083 คน รวมแล้วตอนนี้ 85,937,939 คน ตายเพิ่มอีก 8,583 คน ยอดตายรวม 1,857,994 คน

  • อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 176,541 คน รวม 21,243,307 คน ตายเพิ่มอีก 1,482 คน ยอดตายรวม 361,316 คน
  • อินเดีย ติดเพิ่ม 16,584 คน รวม 10,357,569 คน
  • บราซิล ติดเพิ่มถึง 18,102 คน รวม 7,751,721 คน
  • รัสเซีย ติดเพิ่ม 23,351 คน รวม 3,260,138 คน
  • ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 4,022 คน รวม 2,659,750 คน

อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักหมื่นต่อวัน

สหราชอาณาจักรติดเชื้อเพิ่มเกินห้าหมื่นคน ติดต่อกันเป็นวันที่ 7 เมื่อวานนี้ทำลายสถิติอีกครั้ง 58,784 คน ยอดติดเชื้อสูงสุดต่อวันในระลอกนี้ มากกว่าระลอกแรกถึง 7.5 เท่า ล่าสุดสหราชอาณาจักรประกาศล็อกดาวน์ไปแล้ว

ในขณะที่ไอร์แลนด์ ก็กำลังเผชิญการระบาดระลอกสามที่สูงกว่าทั้งสองระลอกที่เคยเผชิญมาถึง 4 เท่า เมื่อวานติดเชื้อต่อวันสูงสุดเท่าที่มีมา 6,110 คน

ฝั่งอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่าง โคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังกลาเทศ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น

แถบสแกนดิเนเวีย รอบทะเลบอลติก และแถบยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เมียนมา และไทย ติดเพิ่มหลายร้อย ส่วนจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่เวียดนาม และกัมพูชามีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ

สถานการณ์ในเมียนมา เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 590 คน ตายเพิ่มอีก 16 คน ตอนนี้ยอดรวม 126,935 คน ตายไป 2,744 คน อัตราตายตอนนี้ 2.2%

วิเคราะห์สถานการณ์ในเมืองไทย

สิ่งสำคัญตอนนี้คือ อยากให้ทุกคนทราบว่า การติดเชื้อโดยไม่มีอาการนั้นสามารถแพร่ให้คนอื่นได้ง่าย เพราะคนแพร่ก็อาจไม่รู้ตัว และคนที่รับก็จะไม่รู้ตัวเช่นกัน

เชื้อไวรัสขณะนี้ต่างจากสายพันธุ์เดิม เพราะไวรัสจะมีปริมาณมากขึ้นในช่องจมูก ช่องปาก ซึ่งเป็นทางเดินหายใจส่วนบนด้วย ทำให้แพร่ได้ง่ายขึ้นทางละอองน้ำลายและน้ำมูก

ทุกคนจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด

ในขณะที่ การดำเนินการจากส่วนกลางก็ไม่เข้มข้นอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่วิกฤติมาก มาตรการที่ออกมา 8 ข้อนั้น ไม่ใช่เสือ ไม่ใช่สิงโต ไม่ใช่หมาจิ้งจอก แต่ตอนนี้เปรียบเหมือน”สล็อธติด THC” ที่นอกจากจะวิ่งไม่ไหวแล้ว ก็จะเชื่องช้าในการต่อสู้ เห็นภาพหลอนแบบมองกงจักรเป็นดอกบัว

การบริหารจัดการ คงต้องมีคนกระตุกขาให้ฉุกคิดให้ดีว่าจะทำแบบรวมศูนย์ หรือแบบดาวกระจาย ปล่อยไว้แบบนี้จะสะเปะสะปะ ไม่เป็นเอกภาพ และจะไม่สามารถทำให้ทุกคนรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการสู้ศึกครั้งนี้

ไม่เข้มข้นให้ทันเวลา ถ้าระบาดหนักมันจะพังพาบกันทั้งประเทศระยะยาว

เวลาเหลืออีกไม่มากนัก

5JAN นายแพทย์ธีระ

และกรุณาอย่าย้อนว่า “ถ้าไม่อยากติดเชื้อ ก็ให้อยู่กับบ้านด้วยตัวเอง” การตอบแบบนี้ไม่โอเคครับ เพราะหากคิดเช่นนั้น ก็แปลว่าไม่ต้องมีคนมาบริหารก็ได้ ให้แต่ละคนอยู่กันเองเอาตัวรอดกันเองตามมีตามเกิด

หากรักประชาชน ต้องปกป้องสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิต ตอนนี้เชื้อโรคมันอาละวาดไปทั่ว ปล่อยให้กระจายแบบนี้ต่อไปไม่ได้ เศรษฐกิจที่ท่านห่วงในระยะสั้นนี้จะหมดความสำคัญไปเลยหากระบาดกันทั่วหน้า ทั้งระบบเศรษฐกิจ สุขภาพ และความมั่นคงของประเทศจะพังกันเป็นโดมิโน่ในระยะยาว

มายาคติจากกลุ่มการเมืองใกล้ตัว นำพาให้เราประสบปัญหาภาพหลอนเรื่องต่างๆ ทั้งยาเสพติดรักษาสารพัดโรค เอาอยู่ กระจอก ความสามารถของระบบมาตรฐานระดับโลก ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่และไม่พอที่จะจัดการปัญหาการระบาดซ้ำได้ หากดูข้อมูลและประเมินตามจริง และสถานการณ์ปัจจุบันก็แสดงให้เห็นแล้ว คงต้องถามตรงๆ ว่า จะยอมให้พังอีกกี่ครั้งด้วยเหตุเดิมๆ

ที่ทักตรงๆ เช่นนี้ เพราะหวังว่าจะตื่นจากภวังค์ได้ทันเวลา และทำในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์ หากไม่รักไม่เคารพจะไม่ทักเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ประชาชนแต่ละคนแต่ละครอบครัวต้องรับรู้ว่าเรากำลังเผชิญกับอันตรายจากโรคระบาดที่หนักมาก คุกคามต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิต และจำเป็นจะต้องเอาตัวรอดให้ได้ ด้วยการ”อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อตัวเอง” ใส่หน้ากากเสมอเวลาจำเป็นต้องออกไปจากบ้าน ล้างมือ อยู่ห่างๆ กินดื่มคนเดียว ไม่กินในร้าน เลี่ยงขนส่งสาธารณะ และงดกิจกรรมสังคมทุกประเภทครับ

ตอนนี้ ต้องทำในสิ่งที่ควรทำให้ทันเวลา และเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ หากไม่รู้ว่าจะทำอะไรจะเชื่ออะไร ก็ขอให้แต่ละคนใช้สติ และปัญญา คิดไตร่ตรอง ตามหลักเหตุและผล ประกอบกับให้ดูสถานการณ์รอบตัวที่เห็นเองเจอเองมาพิจารณาก่อนตัดสินใจครับ

ขอให้อยู่รอดปลอดภัยจากโรคระบาดครั้งนี้

ด้วยรักต่อทุกคน

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ่านข่าวเพิ่มเติม