COVID-19

สธ. ย้ำ 10 สาวโควิดแอบเข้าไทยเจอโทษหนัก ตรวจเสี่ยงสูง 175 ราย ไม่พบติดเชื้อ

 

กระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน หญิงสาว 10 คน ที่แอบหลบหนีเข้าไทย มีโทษหนัก จ่อเอาผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558, พ.ร.บ.คนเข้าเมือง, และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  เผยตรวจผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 175 คน ไม่เจอเชื้อ 

วันนี้ (3 ธ.ค.) นพ.เกียรติภูมิ วงค์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาการอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงความคืบหน้าการสอบสวนโรค หญิงทำงานท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ลักลอบเข้าไทย และติดเชื้อโควิด-19

128258806 5441231292569848 8097443595016267315 o

นพ.เกียรติภูมิ ระบุว่า ประเทศเพื่อนบ้านไทย อย่าง เมียนมา ติดเชื้อในระยะที่ Active มีอัตราผู้ป่วยมากขึ้น และยังไม่มีแนวโน้มจะลดลง สำหรับประเทศไทยมีรายงานพบ คนลักลอบเข้าเมือง โดยข้ามมาจากท่าขี้เหล็ก เมียนมา ซึ่งรายงานไปแล้วเมื่อวานนี้ (2 ธ.ค.)

ผู้ติดเชื้อหลบหนีข้ามแดนจากเมียนมา เข้ามาโดยไม่ผ่านกระบวนการกักตัวนั้น อยู่ในระบบการดูแลควบคุมป้องกันโรคทั้ง 10 ราย และสามารถระบุเส้นทางที่เกี่ยวข้องได้ มีการค้นหาผู้เสี่ยงสูงเสียงต่ำและเข้าสู่ระบบควบคุมป้องกันโรคในสถานที่ปลอดภัย

“จากการตรวจสอบ พบว่าการลักลอบเข้ามานั้น อาศัยช่วงเปลี่ยนเวรพอดี ซึ่งกลุ่มนี้จับจ้องอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ฝ่ายปกครองมีการดำเนินการอย่างเข้มข้นแล้ว”

ทางด้าน นพ.โอภาส รักษาการอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรณีคนไทยลักลอบเข้าประเทศมา และตรวจเจอเชื้อโควิด-19 รวม 10 รายนั้น อยู่ที่เชียงใหม่ 3 ราย เชียงราย 3 ราย กรุงเทพฯ 1 ราย พิจิตร 1 ราย ราชบุรี 1 ราย และพะเยา 1 ราย

ทั้งหมดจุดเริ่มต้นติดเชื้อมาจากฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งผู้เกี่ยวข้องจะดำเนินการเอาผิด ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558, พ.ร.บ.คนเข้าเมือง, และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และในขณะนี้เจ้าหน้าฝ่ายปกครองได้คุมเข้มตามแนวชายแดน สแกนทุกตารางนิ้ว

แต่ก็ประสานไปยังฝั่งเมียนมาว่า มีคนไทยต้องการกลับเข้าประเทศกี่คน เพื่อให้เข้าสู่ระบบกักตัว ควบคุมป้องกันโรค ซึ่งได้รับรายงานวันนี้ว่ามี 150 ราย ที่แจ้งความประสงค์เข้ามา อย่างไรก็ตามตัวเลขอาจจะยังไม่นิ่ง

128143085 5444651198894524 1419176339084799276 o

ขณะนี้ ผู้ติดเชื้อทั้งหมดอยู่ในความดูแลของแพทย์แล้ว อาการไม่รุนแรง มีผู้สัมผัสเกี่ยวข้องรวม 699 คน ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 175 คน ตรวจแล้วให้ผลเป็นลบทั้งหมด และมีผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 524 คน ทั้งหมดคุมตัวไว้ดูอาการแล้ว

ความเสี่ยงการติดเชื้อโควิดขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หากสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา มีความเสี่ยงต่ำได้รับเชื้อ แต่หากไม่ใส่หน้ากาก พูดคุยเกิน 5 นาที มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ และหากอยู่ในสถานที่แออัด แคบ ไม่มีอากาศถ่ายเท อยู่นานเกิน 15 นาที มีโอกาสติดเชื้อ

ดังนั้น การสวมใส่หน้ากากมีความสำคัญในการป้องกันโรค ส่วนผู้ที่กังวลเรื่องการติดเชื้อในสายการบิน ยืนยันว่า มีโอกาสติดเชื้อต่ำ เพราะบังคับให้หสวมหน้ากาก ต้องมีการติดตามผู้ที่เดินทางในสายการบิน 2 แถวหน้า 2 แถวหลัง

นพ.โอภาส ระบุด้วยว่า ได้ให้ทุกพื้นที่เร่งตรวจตรา หากพบว่ามีคนไทยกลับมาจากเมียนมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ และง่ายแก่การสอบสวนโรค และให้ อสม. เคาะประตูบ้านชุมชน ร่วมการติดตามเฝ้าระวัง ซึ่ขณะนี้ได้ให้ไทมไลน์ของผู้ป่วยโดยละเอียดแล้ว จึงไม่อยากให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องวิตกกังวล เพราะความวิตกกังวลไม่ได้ช่วยอะไร

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวอีกว่า หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกคนได้ตระหนัก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น นำมาซึ่งการสูญเสียทางเศรษฐกิจ ทั้งที่ไทยเป็นประเทศที่มีการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดที่ดีระดับโลก

อ่านข่าวเพิ่มเติม