COVID-19

ทบ. ไม่ล้มซื้อ ‘ยานเกราะ’ เหตุเป็นงบผูกพัน ยันส่งเงินช่วยโควิดแล้ว 1.8 หมื่นล้าน


“กองทัพบก” ยันไม่ล้มโครงการจัดซื้อ “ยานเกราะ” 50 คัน 4.5 พันล้าน เพราะผูกพันงบประมาณ 63-65 ไว้แล้ว แต่จะหั่นจ่ายงวดแรกแค่ครึ่งเดียว พร้อมแจงที่ผ่านมา “กลาโหม” ร่วมมือสกัดไวรัสโควิด-19 เตรียมส่งเงินคืนรัฐบาล 1.8 หมื่นล้านบาท

วินธัย สุวารี2

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ประกาศแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ของกรมสรรพาวุธทหารบก (สพ.ทบ.) เรื่องจัดซื้อจัดจ้างโครงการยานเกราะล้อยาง (สไตรเกอร์) พร้อมระบบอาวุธ และการบริการทางเทคนิค 50 คัน ในวงเงิน 4,515 ล้านบาทบนโลกออนไลน์ ส่งผลให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบบนโซเชียลมีเดียว่า ประเทศไทยต้องการเงินไปแก้ไขปัญหาไวรัสโควิด-19 และเศรษฐกิจมากกว่านั้น

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (ทบ.) แถลงชี้แจงในวันนี้ (22 เม.ย.) ว่า ที่ผ่านมากระทรวงกลาโหมได้ปรับลดงบประมาณ 7 หน่วยงานในสังกัดตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาไวรัสโควิด-19 แล้ว โดยได้ยอดงบประมาณรวม 18,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงเมื่อเทียบกับกระทรวงอื่นๆ และในจำนวนนี้เป็นเงินปีงบประมาณ 2563 ในส่วนของกองทัพบกเพียงหน่วยงานเดียวเกือบ 1 หมื่นล้านบาท

สำหรับแนวทางการปรับลดงบประมาณตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงกลาโหมนั้น หากเป็นโครงการที่ไม่ได้เป็นงบประมาณผูกพันก็จะตัดทั้งหมด แต่โครงการใดเป็นโครงการงบประมาณผูกพันก็จะตัดอย่างน้อย 50 % ของโครงการนั้น ดังนั้นในงบประมาณปี 2563 ทำให้ 4 โครงการขนาดใหญ่ของกองทัพบก อาทิ รถถัง ปืนใหญ่ เรดาห์ต่างๆ จะถูกตัดออกไปทั้งหมด อีกทั้งยังมีโครงการระดับกลางและระดับย่อยอีกประมาณ 26 โครงการด้วย

fig 22 04 2020 02 37 10

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ส่วนโครงการจัดซื้อยานเกราะล้อยาง อยู่ในกลุ่มของโครงการงบประมาณผูกพันข้ามปีคือปี 2563-2565 ทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอนการเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง โดยเดิมในปีงบประมาณ 2563 วางแผนจะใช้เงิน 900 ล้านบาท แต่เมื่อให้มีการปรับลดประมาณเกิดขึ้นก็จะเหลือให้ใช้เพียง 450 ล้านบาท

โฆษกกองทัพบก กล่าวอีกว่า สรุปแล้วโครงการจัดซื้อจัดจ้างยานเกราะล้อยางยังคงมีอยู่ แต่จะใช้จ่ายงบประมาณปี 2563 ได้ 450 ล้านบาทเท่านั้น ทั้งนี้คุณลักษณะของโครงการดังกล่าวนี้เป็นการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธี FMS หรือการจัดซื้อในรูปแบบโครงการความช่วยเหลือทางทหารระหว่างกองทัพบกไทยกับกองทัพบกสหรัฐที่ได้รับอนุมัติงบประมาณทั้งโครงการไว้ประมาณ 4,515,000,000 บาท ซึ่งจะได้ยานเกราะล้อยางทั้งสิ้น 100 กว่าคัน รวมถึง รถติดปืน ค.120 มม. รถพยาบาล รถผู้บังคับบัญชา รถโดยลาดตระเวน การจัดชุดครูฝึกสอนขับรถ รูปแบบการใช้รถทางยุทธวิธี การสอนเทคนิคต่างๆ ชิ้นส่วนอะไหล่ การซ่อมบำรุง การฝึกศึกษาในต่างประเทศ และการสร้างอาคารโรงซ่อมที่ได้มาตรฐานสูง เพื่อดูแลและรักษายานเกราะล้อยางดังกล่าว

นอกจากนี้ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพบกไทยยังได้รับการช่วยเหลือเรื่องระบบกระสุนจากสหรัฐที่มีมูลค่าถึง 6 แสนเหรียญ พร้อมกันนี้กองทัพบกสหรัฐยังได้อนุญาตได้นำนักเรียนทุนกลับมาประเทศไทยโดยเครื่องสหรัฐฯและไม่คิดค่าใช้จ่าย

“สำหรับโครงการใหญ่ที่ถูกตัดจำนวน 4 ส่วนโครงการ ได้แก่ รถถัง ปืนใหญ่ เรดาร์ ส่วนยานเกราะเกราะ ไม่ได้ถูกตัดงบฯ ที่ตั้งไว้ในปี 2563 ทั้งโครงการ เพราะถือว่าได้ทำสัญญาและจัดทำเป็นโครงการที่มีการดำเนินการมาก่อน ผูกพันงบประมาณทั้งโครงการ ดังนั้นจึงตัดเพียงครึ่งเดียว โดยต้องไปเจรจาว่าในปีแรกที่คุยกันว่า ใช้งบ 900 ล้านบาท แต่ขอจ่ายเงินงวดได้แค่ 450 ล้านบาท

ส่วนรถถัง VT-4 ของจีนที่มีการตั้งงบประมาณจัดหาอีกล็อตหนึ่งนั้น อยู่ในกลุ่มที่ยังไม่ได้มีการผูกพันงบฯ จึงต้องชะลอทั้งโครงการ ซึ่งทั้งหมดต้องดูตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงกลาโหม 2 ข้อที่ให้นโยบายมา คือ ถ้ายังไม่ผูกพัน งบฯก็ให้ชะลอหรือเลื่อนไปทั้งโครงการก่อน แต่ถ้ามีการตั้งงบฯผูกพันแล้วก็ให้จ่ายบางส่วน” พ.อ.วินธัย กล่าว

83318562 1118310835173075 4888627244840255488 n
ภาพ : เฟซบุ๊ก เพจ Saraburi สระบุรี

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ขอฝากถึงการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ผ่านมาที่มีความเปราะบาง มีหลายความเห็นอยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่จำกัด ไม่ได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน หรือนำความคิดเห็นที่ไม่ปรากฏที่มาที่ไปอย่างชัดเจนสร้างความสับสนให้กับสังคม และในขณะนี้เราอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งประชาชนมีความเดือดร้อนและอ่อนไหวต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร กองทัพบกจึงขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายให้เสนอข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริง

“มีบางเพจนำเข้าข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ใส่อารมณ์ต่อว่าต่อขานกองทัพบกและผู้บังคับบัญชาระดับสูง ขอให้เบาๆลงกันหน่อย เพราะกองทัพบกไม่อยากใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการกับทางเพจที่นำข้อมูลการประชุมและการดำเนินการภายในของกองทัพบกไปวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการทุจริต อะไรที่ไม่ชัดเจนอย่าเผยแพร่” พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าว

ที่มาข่าวสด