COVID-19

คนไทยในต่างประเทศ ลงทะเบียนขอกลับ 1.4 หมื่นคน ศบค.ระบุรับได้ไม่เกิน 200 คน/วัน


ศบค. ระบุมีคนไทยในต่างประเทศ ลงทะเบียนขอกลับ 1.4 หมื่นคน กลับมาแล้ว 1.2 หมื่นคน ยันรับกลับได้ไม่เกินวันละ 200 คน ขอร้องอยู่ที่ตั้งก่อน รัฐเตรียมออกมาตรการช่วยค่าใช้จ่าย  ด้าน State Quarantine จัดใหม่ตามคำขอ 1 ห้อง 1 คน ต้องหาเพิ่ม 1,500 ห้อง พร้อมทำแผนเตรียมห้องไอซียูรองรับ 80 ห้อง กรณีระบาดรุนแรง ด้านบุคลากรป่วยอีก 4 ราย รวมป่วยแล้ว 80 ราย 60.5% ติดจากรพ. ส่วนกลุ่มเดินทางกลับจากอินโด ป่วยเพิ่ม 5 ราย รวมป่วยสะสม 47 ราย

report01 015

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กล่าวถึงสถานการณ์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 54 ราย รวมยอดสะสม 2,423 ราย หายป่วย 940 ราย เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาวฝรั่งเศส อายุ 74 ปี ไม่มีโรคประจำตัว และชายไทยอายุ 82 ปี

สำหรับกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่ 54 ราย ประกอบด้วย กลุ่มสัมผัสผู้ป่วย 22 ราย ต่างชาติมาจากต่างประเทศ 2 ราย คนไทยกลับมาจากต่างประเทศ 3 ราย  เดินทางกลับจากร่วมพิธีกรรมทางศาสนาที่อินโดนิเซีย ป่วยอีก 5 ราย รวมป่วยวานนี้ 42 ราย รวมป่วยสะสมเป็น 47 ราย ซึ่งถือว่าสัดส่วนสูงจากผู้เดินทางกลับมาประมาณ 70 ราย ส่วนกลุ่มอาชีพเสี่ยง 8 ราย ไปสถานที่ชุมชน 4 ราย บุคลากรการแพทย์ 4 ราย รอสอบสวนโรค 6 ราย

TH UpDate02 01
โดยกลุ่มบุคลากรการแพทย์ พบว่าติดสะสมแล้วรวม 80 ราย ติดจากรพ.50 ราย หรือ 60.5% เราจึงเน้นย้ำ ว่า หากประชาชน คนไหนมีไข้ ต้องไปที่คลินิกไข้หวัด ที่รพ.ต่างๆแยกออกมาแล้ว และต้องบอกประวัติแพทย์  นอกจากนี้ยังมีบุคลากรติดเชื้อในชุมชน 18 ราย คิดเป็น 22.5% รอสอบสวนโรค 12 ราย คิดเป็น 15%

อย่างไรก็ตาม เราก็ย้ำเป็นการภายในแล้วว่า ต้องไม่รวมตัวระหว่างทานอาหารด้วย เพื่อลดการติดเชื้อ ทั้งนี้กลุ่มที่ติดเชื้อ ประกอบด้วย พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล 36 ราย คิดเป็น 45% แพทย์ 16 ราย คิดเป็น 20% กลุ่ม เภสัชกร 2 ราย คิดเป็น 2.5% กลุ่มทันตแพทย์ 2 ราย 2.5% เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ 1 ราย

report04 011

สำหรับผู้ป่วยรายใหม่สูงสุดอยู่ในกทม. 21 ราย ปัตตานี 11 ราย ชลบุรี ปทุมธานี และภูเก็ต จังหวัดละ 3 ราย ทั้งนี้ถือว่าภูเก็ตมีผู้ป่วยลดลง จากการค้นหาผู้ติดเชื้อเจาะกลุ่ม ทำให้การแพร่กระจายเชื้อลดลง ส่วนยอดผู้ป่วยสะสมทั้งหมด 2,423 ราย กระจายอยู่ใน 67 จังหวัด ยังสะสมในกทม.มากที่สุด 1,223 ราย รองลงมา อยู่ที่ นนทบรี  102 ราย ภูเก็ต 140 ราย

ส่วนอัตราป่วยต่อจำนวนประชากรแสนคน สูงสุดยังอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต 38.95% รองลงมาเป็น กทม.21.9%  และ ยะลา 13.1% ซึ่ง 3 จังหวัดภาคใต้ยอดผู้ติดเชื้อสูงขึ้น จากกรณีมีผู้กลบจากอินโดนิเซียป่วยเพิ่ม รวม 47 ราย ส่วนจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยมี 10 จังหวัด

report05 012

ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ผู้ป่วยรายแรกในจังหวัดต่างๆ ล้วนสัมพันธ์กับผู้มาจากต่างประเทศ และคนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศ และยังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะมีคนไทยอยู่ต่างประเทศถึง 1.6 ล้านคน เราจึงมีการหารือเรื่องนี้อย่างมากในการประชุมศบค.ที่นายกยรัฐมนตรีเป็นประธานวันนี้

ปัจจุบันมีคนไทยรอกลับมา 5,543 คน  ที่จะมาทางเครื่องบิน ส่วนด่านทางมาเลเซียอีก 4,000 คน เพราะมาเลเซียปิดประเทศ รวมมีคนไทยลงทะเบียนกลับรวม 14,664 คน เข้ามาแล้ว 12,771 คน และมาประปรายถึง 18 เมษายนอีกจำนวนหนึ่ง โดยในวันที่ 10 เมษายนนี่ นักเรียนแลกเปลี่ยน AFS จะมาจากสิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ และรัสเซีย รวมเป็นร้อยคน

ก็ขอว่าหากยังไม่ได้เดินทางออกมาเลย ขอให้อยู่ที่ตั้งก่อน เพราะศักยภาพรองรับที่เรามีอยู่ ไม่เกิน 200 คนต่อวัน โดยเฉพาะที่พักสำหรับ State Quarantine ที่เราพยายามจัดที่พักให้ได้ 1 ห้อง ต่อ 1 คน ซึ่งต้องขยายจำนวนห้องเพิ่ม จากที่มีอยู่ 2,037 ห้อง ยังขาดอยู่ 1,500 ห้อง

ทั้งนี้คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ หากจะกลับมา เรายินดีต้อนรับทุกคน กรณีจำเป็นต้องไปรับก็ต้องทำ แต่หากท่านเห็นคิวยังยาว และยังอยู่ได้ ขอให้อยู่ในที่ตั้งในต่างประเทศสักพัก ถ้าเดือดร้อน รัฐก็กำลังหางบ เพื่อทำมาตรการเหมือนกับมาตรการช่วยเหลือคนไทยในประเทศ แต่ตัวเลขยังไม่นิ่ง ย้ำว่าการเคลื่อนย้ายในขณะที่โลกเต็มไปด้วยโรค การขึ้นเครื่อง ผ่านสนามบินก็ใช่ว่าจะปลอดภัย รวมถึงการผ่านด่านชายแดน ที่ต้องผ่านกลุ่มคนจำนวนมากก็เช่นกัน อยู่ที่ตั้งจะปลอดภัยกว่า

ส่วนที่จะกลับมา เพราะมีปัญหา ก็เปิดทางให้เข้ามาได้ แต่มีขั้นตอนเป็นลำดับที่ต้องปฏิบัติ ตั้งแต่ใบรับรองแพทย์ การกักตัวที่ประเทศต้นทาง 14 วัน และการยินยอม State Quarantine ที่ไทยอีก 14 วัน เพราะเราต้องดูแลคนไทยทั้ง 65 ล้านคนในประเทศด้วย

report03 014

และในที่ประชุมศบค.ยังได้หารือถึงการเตรียมการรองรับกรณีเลวร้าย หากมีการระบาดรุนแรง พบว่า รพ.ทั้งหมด 98 ในกทม.และปริมณฑล ยังขาดห้องไอซียู ต้องเพิ่ม 80 เตียง โดยนายกรัฐมนตรีให้ประเมินงบที่จะต้องใช้ เน้นให้ประยุกต์จากที่มีอยู่ ไม่ต้องสร้างตึกหรืออาคารใหม่ ส่วนเครื่องช่วยหายใจ ซึ่งต้องใช้ เพราะโรคนี้ ทำลายปอด ก็ต้องหามาด้วย แต่เราก็ได้รับพระราชทานมาแล้ว ทำให้เกิดความสบายใจว่ามีเพียงพอ

Death 01

นพ.ทวีศิลป์ ระบุถึงสถิติที่น่าสนใจอีกด้านหนึ่ง เรื่องอัตราผู้เสียชีวิตของ 10 ประเทศ พบว่า เสียชีวิต อันดับ 1 คือ อิตาลี 12.63 % รองลงมาเป็น อังกฤษ 11.03 % และสเปน 9.92 % ซึ่งล้วนเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูง ขณะที่ไทยมีอัตราเสียชีวิต 1.26%

ขอให้เราภาคภูมิใจ กับกระบวนการที่เราทำกันมาร่วมกัน ขณะที่ตัวเลขเงินที่ใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่หลายคนบ่นว่าไทยให้น้อย ปรากฎว่า เราให้เป็นสัดส่วน 21.8% มากกว่าหลายประเทศ ทั้งที่เรามีงบจำกัด เราทำมากกว่าญี่ปุ่นที่มีสัดส่วน 12% สหรัฐ 10.7% ทั้งที่เป็นประเทศเก็บภาษีสูงๆกว่าเรามาก  ดังนั้นทางที่ดีที่สุด คือ ไม่ป่วยกัน เราจะได้ใช้เงินน้อยลง และประชาชนก็ไม่ต้องเสี่ยงที่จะเสียสุขภาพด้วย

report02 014

สำหรับสถิติกลุ่มผู้ติดเชื้อสูงสุด มีอายุระหว่าง 20-29 ปี จำนวน 568 ราย ผู้ติดเชื้ออายุน้อยที่สุด 1 เดือน มากที่สุด 86 ปี อายุเฉลี่ย 39 ปี