COVID-19

ผู้ติดเชื้อโควิดในเรือนจำเชียงใหม่เสียชีวิต 1 ศพ ยอดติดเชื้อสะสม 3,994 ราย


เรือนจำเชียงใหม่ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิต 1 ราย ยอดติดเชื้อสะสม 3,994 ราย รักษาหายแล้ว 333 ราย มีผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษา 3,454 ราย และรักษาปล่อยกลับภูมิลำเนา 7 ราย

เรือนจำกลางเชียงใหม่

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่ รายงานข้อมูลสถานการณ์การระบาดภายใต้ระบบ Bubble and Seal เรือนจำกลางเชียงใหม่ (26 เม.ย.- 28 พ.ค. 64) ว่า วันนี้เรือนจำกลางเชียงใหม่ไม่พบมีผู้ต้องขังติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 เพิ่ม ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเท่ากับยอดเมื่อวาน 3,994 ราย โดยมียอดผู้รักษาหายแล้วยังคงที่ ยอดอยู่ที่ 333 ราย และยอดผู้ตรวจไม่พบเชื้อรวม 1,216 ราย

วันนี้มีผู้ต้องขังเสียชีวิต 1 ราย ซึ่งทางเรือนจำกลางเชียงใหม่ส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.นครพิงค์ ก่อนหน้าที่แล้ว 13 วัน

เรือนจำเชียงใหม่

นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่า ผู้ต้องขังที่ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาภายใต้ระบบ Bubble and Seal เรือนจำกลางเชียงใหม่ ลดลง วันนี้มีผู้อยู่ระหว่างการรักษาทั้งสิ้น 3,543 ราย แยกรักษาตัวในแดนต่าง ๆ 3,448 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาลสนามในเรือนจำ 85 ราย แยกตามอาการเป็น ระดับสีเขียว 62 ราย สีเหลือ 20 ราย และสีส้ม 3 ราย ส่งต่อโรงพยาบาลภายนอกเรือนจำ 10 ราย

ในช่วงควบคุมสถานการณ์การระบาดภายใต้ระบบ Bubble and Seal เรือนจำกลางเชียงใหม่ (26 เม.ย.- 28 พ.ค. 64) ยอดการปล่อยตัวผู้ต้องขังถึงวันนี้ ปล่อยรวมแล้วทั้งสิ้น 117 ราย วันนี้ไม่มีผู้ต้องขังเข้ามาส่งเข้ามายังเรือนจำ ส่งผลให้ยอดผู้ต้องขัง ณ วันที่ 23 พ.ค. 64 มีทั้งสิ้น 6,502 ราย

ยอดผู้ต้องขังที่ปล่อยตัวได้ส่งต่อไปกักตัวในสถานกักกันของรัฐในพื้นที่อำเภอแม่แตงจำนวน 5 ราย ส่งผลให้ยอดเดิมสะสมอยู่ที่ 63 ราย ส่งต่อโรงพยาบาลสนามเชียงใหม่ 39 ราย และส่งให้หน่วยงานอื่น อาทิ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สถานีตำรวจภูธรต่างๆ ดำเนินการต่ออีก 15 ราย และวันนี้มียอดผู้ต้องขังที่รักษาหายและปล่อยตัวกลับภูมิลำเนา จำนวน 5 ราย และมีผู้ต้องขังเข้ามาใหม่ 4 ราย

สำหรับการบริหารผู้ที่อยู่ในสถานกักกันองรัฐฯ หรือ LQ อำเภอแม่แตงรายงานว่าผู้ที่ถูกส่งตัวมายัง LQ จำนวน 5 ราย ทำให้ยอดผู้ที่ถูกส่งตัวเข้า LQ รวมแล้ว 63 ราย แยกเป็น กักตัวใน LQ 15 ราย ส่งต่อโรงพยาบาลสนามจังหวัดเชียงใหม่ 35 ราย และวันนี้มีผู้ที่กักครบกำหนดและส่งกลับภูมิลำเนา 2 ราย รวมส่งกลับภูมิลำเนาสะสม 1- ราย

อ่านข่าวเพิ่มเติม: