คปท.บุกจันทบุรี จี้เลื่อนการประชุม JBC หลัง กัมพูชาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง GBC ทั้ง 4 ข้อ เตือน อย่าให้การเจรจากลายเป็นเพียง ละครทางการทูต หวั่นไทยถูกหลอกซ้ำ
วันนี้ (21 ต.ค.) ที่บริเวณด้านหน้าโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย กัมพูชา (JBC) สมัยวิสามัญ และจะมีการแถลงข่าวของฝ่ายไทยหลังการประชุม นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำคณะประชาชนปกป้องประเทศไทย (คปท.) นำมวลชนจำนวนหนึ่งรวมตัวกัน เพื่อยื่นหนังสือต่อหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาฝ่ายไทย เรียกร้องให้ทบทวนการประชุม JBC ในครั้งนี้

นายพิชิต เผยว่า สาเหตุที่ต้องมายื่นหนังสือ เนื่องจากเห็นว่ากัมพูชาไม่เคารพต่อข้อตกลงในการประชุมร่วมระหว่างสองประเทศที่ผ่านมา โดยเฉพาะการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป (GBC) เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ได้มีข้อตกลงร่วมกัน 4 ข้อ ได้แก่
- การถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ทับซ้อน
- การเก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกันตามแนวชายแดน
- การปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติร่วมกัน
- การฟื้นฟูพื้นที่บ้านหนองจานและพื้นที่ข้างเคียงให้กลับสู่สภาพปกติ
จนถึงขณะนี้ กัมพูชาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงทั้ง 4 ข้อแม้แต่ข้อเดียว ขณะที่ฝ่ายไทยกลับเป็นฝ่ายดำเนินการอยู่ฝ่ายเดียว เช่น การเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งกลับถูกฝ่ายกัมพูชากล่าวหาว่าเป็นการลุกล้ำอธิปไตย นายพิชิตจึงตั้งคำถามว่าเมื่อฝ่ายตรงข้ามไม่ปฏิบัติตาม GBC แล้ว การประชุม JBC จะมีความหมายอะไร
นายพิชิต กล่าวว่า รัฐบาลไทยควรมีท่าทีที่ แข็งกร้าวและชัดเจนมากกว่านี้ ไม่ควรทำเหมือนเป็นผู้ร้องขอให้กัมพูชามาร่วมเจรจา เพราะท่าทีของรัฐบาลกัมพูชา โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ที่เคยประกาศอย่างชัดเจนว่าไม่เต็มใจในการเจรจาหยุดยิงสะท้อนถึงความไม่จริงใจในการเจรจา ซึ่งฝ่ายไทยไม่ควรหลงเชื่อและไม่ควรปล่อยให้การเจรจากลายเป็นเครื่องมือถ่วงเวลา
โดยยกตัวอย่างว่า แม้จะมีการประชุมในระดับแม่ทัพ ระดับรัฐมนตรี หรือแม้แต่ในระดับ GBC และ JBC หลายครั้ง แต่ไม่เคยมีการปฏิบัติจริงตามมติที่ประชุม ทำให้ประชาชนไทยรู้สึกเหมือนถูกหลอกซ้ำทุกครั้งที่มีการเจรจา เพราะผลที่ได้มีเพียงคำประกาศ แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดในพื้นที่จริง
ซึ่งการประชุมในลักษณะนี้ อาจเป็นเพียงละครทางการทูตที่จัดขึ้นเพื่อสร้างภาพถึงกระบวนการสันติภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประชุมสันติภาพระดับนานาชาติที่จะจัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 25–26 ตุลาคม ซึ่งมีรายงานว่านายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จะเชิญผู้นำหลายประเทศเข้าร่วมและเชิญประธานาธิบดีติมอร์–เลสเตเป็นสักขีพยาน นายพิชิต เห็นว่า หากการประชุมนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีการปฏิบัติจริงจากกัมพูชา ก็จะเป็นเพียง สันติภาพจอมปลอมที่สร้างขึ้นเพื่อผลทางการเมืองเท่านั้น
เมื่อถามว่าคำยืนยันของรัฐบาลไทยที่ระบุว่าการประชุม JBC ครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ นายพิชิต มองว่า ทุกครั้งที่รัฐบาลกล่าวอ้างถึงประโยชน์จากการเจรจา ผลที่เกิดขึ้นกลับเป็นเพียงการซื้อเวลาของกัมพูชา เพื่อรักษาสถานะทางทหารและขอคืนพื้นที่ในอนาคต เพราะการเจรจาที่ผ่านมาไม่เคยนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง ไม่ว่าจะในระดับแม่ทัพ หรือระดับกระทรวงกลาโหม
อย่างไรก็ตาม นายพิชิต ย้ำว่าการเจรจาจะเกิดประโยชน์ก็ต่อเมื่อกัมพูชาแสดงความจริงใจ โดยเฉพาะการดำเนินการตามข้อตกลง GBC ก่อน ไม่ใช่เปิดโต๊ะเจรจาใหม่ทั้งที่เงื่อนไขเดิมยังไม่ถูกปฏิบัติ ซึ่งเท่ากับว่ารัฐบาลไทยยอมให้กัมพูชาใช้การประชุมเป็นเครื่องมือทางการเมือง
นายพิชิต กล่าวเพิ่มเติมว่า การรวมตัวของประชาชนวันนี้เป็นการบันทึกจุดยืนของคนไทยส่วนหนึ่งที่มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ชายแดน และต้องการให้รัฐบาลไทยไม่ตกเป็นฝ่ายถูกหลอกหรือถูกใช้ประโยชน์ทางการทูตจากรัฐบาลกัมพูชา โดยเฉพาะในประเด็นพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ซึ่งเป็นจุดที่ประชาชนไทยต้องอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชากลับส่งทหารและชาวบ้านเข้ามาจับจองพื้นที่แทน
นายพิชิต เตือนว่า หากการประชุม JBC เดินหน้าต่อไปโดยไม่มีการบังคับใช้ข้อตกลงเดิม กัมพูชาจะสามารถอ้างได้ว่ากำลังดำเนินการอยู่ในกรอบเจรจา และใช้เป็นเหตุผลเพื่อยื้อไม่คืนพื้นที่ให้กับไทย
ในส่วนของข้อเสนอเรื่องการสร้างรั้วกั้นชายแดน นายพิชิต มองว่า เป็นแนวคิดที่ดี แต่ยังไม่ควรดำเนินการในตอนนี้ เพราะหากยังมีทหารกัมพูชาในพื้นที่และยังมีทุ่นระเบิดอยู่ การก่อสร้างรั้วอาจกลายเป็นการรับรองเส้นเขตแดนโดยปริยาย และเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ก่อสร้างเอง เขาจึงเสนอว่าต้องให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลง GBC ให้ครบถ้วนก่อน จึงจะสามารถสร้างรั้วหรือทำแนวเขตแดนร่วมกันได้อย่างปลอดภัย
นายพิชิต ย้ำว่า คปท.เห็นด้วยกับหลักการของกลไกการเจรจา ไม่ว่าจะเป็น GBC หรือ JBC เพราะถือเป็นช่องทางทวิภาคีที่จำเป็น แต่สิ่งสำคัญคือต้องมีผลลัพธ์ที่จับต้องได้ไม่ใช่แค่การประชุมต่อเนื่องทุกเดือนโดยไม่มีการปฏิบัติจริง เพราะนั่นเท่ากับการใช้การเจรจาเป็นเพียงเครื่องมือถ่วงเวลา ซึ่งมีการประชุมได้ แต่ต้องมีการบังคับใช้มติประชุมด้วย เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นจากประชาชนและเพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริเวณทางเข้าโรงแรมที่มีการจัดการประชุม JBC มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลความเรียบร้อย รวมถึงภายในบริเวณโรงแรมเพื่อให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยตามกำหนดการในเวลา 9.00 น. จะเป็นการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างประธาน JBC ฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชา ส่วนช่วงเวลา 11.00 น. จะเป็นพิธีเปิดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม JBC ไทย – กัมพูชา สมัยวิสามัญอย่างเป็นทางการ และจะเริ่มการประชุมเต็มคณะภายหลังพิธีเปิดเสร็จทันที
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘พล.ท.อดุลย์’ ลั่นกัมพูชาต้องร่วมมือ 4 ข้อ ถก GBC ย้ำถ้าไม่ ไทยชอบธรรมปกป้องอธิปไตย
- ‘รมว.กลาโหม’ยื่นคำขาด ‘กัมพูชา’ลั่นอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เราก็มีศักดิ์ศรี!
- ศาลเกาหลีใต้อนุมัติหมายจับ 48 คนกลับจากกัมพูชา เอี่ยวสแกมเมอร์ข้ามชาติ
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg