POLITICS-GENERAL

‘พปชร.’ ค้านหัวชนฝา ‘กาสิโน-นิรโทษฯ’ ทุกรูปแบบ

“พปชร.” ค้านหัวชนฝา “กาสิโน-นิรโทษฯ” ทุกรูปแบบ ประกาศชัดร่วมวงซักฟอก “นายกรัฐมนตรี” ปมคลิปเสียง

วันนี้ (2 ก.ค.) พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวว่าวันนี้ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ  โดยมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายสันติ พร้อมพัฒน์, น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ,นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์  ,นายสุรเดช  ยะสวัสดิ์ ,นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ รองหัวหน้าพรรค , นายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขานุการพรรค และกรรมการบริหารพรรค เข้าประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน โดยในวันนี้มีการประชุมเรื่องที่สำคัญต่างๆ เรื่องที่ 1 พล.อ.ประวิตร ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนคนไทยที่มีหัวใจรักชาติ รักแผ่นดิน หวงแหนแผ่นดินไทย และได้มาแสดงออกในการรวมพลังคนรักพื้นแผ่นดินไทยที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และในจังหวัดอื่นๆจำนวนหลายแสนคน   ทางพรรคพลังประชารัฐขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้คนไทยรักและสามัคคี หวงแหนแผ่นดินไทยนี้ ไว้ชั่วลูกชั่วหลานตลอดไป

กาสิโน

เรื่องที่ 2 การเสนอกฎหมายพ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ซึ่งรัฐบาลเดิมได้เลื่อนวาระการนำเสนอเข้าที่ประชุมสภา และคาดว่าจะมีการนำเสนอเข้าที่ประชุมในครั้งต่อไป คาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 9 กรกฎาคม 68  ที่ประชุมฯมีความเห็น  คัดค้านไม่เอาด้วยกับกาสิโน และร่างกฎหมายดังกล่าว นอกจากนี้ กรณีมีแกนนำพรรคเพื่อไทยบางท่านให้สัมภาษณ์ในกรณีที่จะนำ ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าสู่การพิจารณาแทน พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ซึ่งกรณีนี้พรรคพลังประชารัฐไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมในทุกๆ มิติ โดยเฉพาะการนิรโทษกรรมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับ ม.112 หรือ ก.ม. เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ

กาสิโน

เรื่องที่ 3 กรณีพรรคภูมิใจไทยชิญร่วมฝ่ายค้านลงนามยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ กรณีคลิปเสียงกับผู้นำกัมพูชา และมีความเสี่ยงในการสูญเสีย อธิปไตยและศักดิ์ศรีของประเทศ ไทยนั้น กรณีนี้ที่ประชุมพรรคมีมติเห็นด้วยกับพรรคภูมิใจไทย  และประกาศชัดเจนว่าพร้อมลงลายมือชื่อในญัตติดังกล่าว

เรื่องที่ 4 การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบทุกข์ภัยน้ำท่วมในเขตพื้นที่ภาคเหนือในจังหวัดเชียงราย ในอำเภอเมือง พญาเม็งราย  แม่สาย และพื้นที่ใกล้เคียง กว่า 1000 ครอบครัว

 กาสิโน

พล.ต.ท.ปิยะ ยังกล่าวถึงกรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทย พยายามจะร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณา  คงเพื่อหวังจะหาทางช่วยเหลือ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  ซึ่งศาลฎีกาฯ กำลังไต่สวน กรณีความผิด “ป่วยทิพย์” ชั้น 14  ซึ่งจากพยานหลักฐานที่ปรากฏ ไม่ว่าจะเป็น หลักฐานที่ได้จากการสอบสวนของแพทยสภา ที่ลงมติว่าบุคลากรทางการแพทย์มีการกระทำผิดจริยธรรมจริง  แสดงถึงการป่วยที่ผ่านมาเป็นการป่วยทิพย์ ไม่ใช่ป่วยในภาวะวิกฤตที่มีความจำเป็นต้องออกมาทำการตรวจรักษาภายนอกเรือนจำ หากศาลฯ มีคำสั่งหรือคำพิพากษาในทิศทางเดียวกันกับมติแพทยสภา จะทำให้การควบคุมตัว 180 วัน ที่โรงพยาบาลตำรวจ เป็นการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ผู้ต้องขังดังกล่าวถือว่ายังไม่ได้รับโทษ และขาดคุณสมบัติในการขอพระราชทานอภัยโทษ 1 ปีสุดท้าย  ทำให้ต้องกลับไปรับโทษ 1 ปีใหม่ และจะมีความผิดอื่นติดตามมาด้วย

นอกจากนี้ในคดี ม.112 ซึ่งอยู่ในกระบวนการสืบพยานของศาลฯ ก็มีความเป็นไปได้ว่าศาลฯจะลงโทษผู้กระทำผิดตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ กรณีนี้ทาง พปชร. จึงเห็นว่าการพยายามผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อกลุ่มบุคคล หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo