POLITICS-GENERAL

‘โพล’ ชี้คนไทยมีความสุขจากครอบครัว เพื่อน อยากให้รัฐบาลลดค่าครองชีพ

“โพล” ชี้คนไทยมีความสุขจากครอบครัว เพื่อน อยากให้รัฐบาลลดค่าครองชีพ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ซูเปอร์โพล ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง ความสุขของคนไทย อะไรทำให้คนไทยมีความสุข กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) รวมจำนวนตัวอย่างในการวิเคราะห์ทางสถิติทั้งสิ้น 1,109 ราย ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1 – 3 พ.ค.2568 ที่ผ่านมา

023

ที่น่าพิจารณาคือ ประชาชนผู้ตอบแบบสอบถาม กว่า 6 ใน 10 คน หรือร้อยละ 61.8 ระบุว่าตนเองมีความสุขดี ซึ่งสะท้อนถึงพลังทางบวกที่ยังคงมีอยู่ในสังคม แม้จะมีความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคม โดยมีร้อยละ 23.1 สุขปานกลาง ในขณะที่กลุ่มที่สุขน้อยถึงไม่สุขเลยคิดเป็น 1 ใน 7 หรือร้อยละ 15.1 ซึ่งควรได้รับการใส่ใจเชิงนโยบายเพื่อไม่ให้เป็นกลุ่มที่เปราะบางทางอารมณ์  จึงเสนอให้ภาครัฐควรส่งเสริมกิจกรรมที่ช่วยยกระดับ “สุขภาวะเชิงบวก” โดยเฉพาะในชุมชนเมืองที่มักมีภาวะเครียดสูง นอกจากนี้ ควรสื่อสารและเปิดพื้นที่ให้ประชาชนสะท้อนมุมมองต่อความสุขมากขึ้นผ่านกลไกการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า เมื่อถามถึง การแสวงหาความสุข ในภาวะยากลำบากเรื่องเงิน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 71.4 ยังคงสามารถหาความสุขได้จากเรื่องเล็ก ๆ ใกล้ตัว แสดงถึงคุณลักษณะ “Resilience” หรือความสามารถในการปรับตัวหรือสามารถยืดหยุ่นหาทางออกของภาวะจิตใจต่อวิกฤติต่าง ๆ อันเป็นลักษณะที่โดดเด่นของคนไทย ขณะที่อีกเกือบ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 28.6 ยอมรับว่ายังเผชิญความทุกข์ยากและรู้สึกหาความสุขได้ยาก จึงเสนอแนะให้มีการสนับสนุนกิจกรรมสร้างพลังใจในระดับปัจเจก เช่น “ศูนย์สุขใจใกล้บ้าน” หรือ “กิจกรรมบำบัดร่วมชุมชน” และรณรงค์เชิงบวกให้สังคมตระหนักว่าความสุขไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยสิ่งหรูหรา

ที่น่าสนใจคือ 5 อันดับแรกปัจจัยที่ทำให้เกิดความสุขจากเรื่องใกล้ตัว พบว่า ความสัมพันธ์ทางสังคม โดยเฉพาะ ครอบครัวและมิตรภาพ คือรากฐานของความสุขคนไทยที่ค้นพบร้อยละ 85.7 รองลงมาคือสุขภาพ ร้อยละ 80.2 และปัจจัยเศรษฐกิจ ร้อยละ 73.5 ทั้งนี้สภาพแวดล้อมปลอดภัยร้อยละ 62.8 และมิติทางศาสนาร้อยละ 60.9 ที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการทำให้คนไทยมีความสุข ข้อเสนอแนะคือ พัฒนานโยบายครอบครัวไทยเข้มแข็งควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และควรส่งเสริมวัด โรงเรียน และศูนย์ชุมชนให้เป็นพื้นที่สร้างสุขแก่คนในท้องถิ่นและผู้มาเยือน นอกจากนี้ควร ใช้ Big Data และ AI เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะของประชาชนอีกด้วย

1126352

อย่างไรก็ตาม ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวด้วยว่า ผู้ตอบแบบสอบถามได้ให้ข้อเสนอแนะ นโยบายรัฐบาลและนโยบายท้องถิ่นที่สำคัญคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.5 ระบุรัฐบาลควรหามาตรการลดค่าครองชีพ ร้อยละ 75.9 ระบุควรมีการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมครอบครัวและชุมชนสัมพันธ์ ร้อยละ 63.4 ระบุ ต้องการพื้นที่สีเขียว ลดมลพิษ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย ร้อยละ 61.7 เสนอให้มีวันหยุดยาวเพิ่มขึ้น และร้อยละ 60.3 สนับสนุนแหล่งท่องเที่ยววัด ชุมชน ธรรมชาติ ตลาดนัด ช้อปปิ้ง

กล่าวโดยสรุป ผลโพลนี้ชี้ให้เห็นว่าความสุขของคนไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับความร่ำรวย แต่อยู่ที่ความรักในครอบครัว สุขภาพที่ดี และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยแม้สังคมไทยจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย แต่คนไทยยังคงมีคุณค่าทางจิตใจที่เข้มแข็งและพร้อมจะร่วมกันฟื้นฟูความสุขในระดับปัจเจก ครอบครัว และสังคม โดยมีนโยบายรัฐและท้องถิ่นเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริม ประชาชนเสนอให้ รัฐบาลเร่งลดค่าครองชีพ เป็นอันดับหนึ่งรองลงมาคือการส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวและชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขในตารางก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่านโยบายสาธารณะควรยึดความสุขเป็นศูนย์กลาง” (Happiness-Centered Policy) เสนอให้มีการ ปรับการจัดสรรงบประมาณท้องถิ่นให้ครอบคลุมการสร้างพื้นที่สีเขียว และพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ และพิจารณางบประมาณความสุขในเชิงนโยบาย เช่น งบพัฒนาจิตใจชุมชน หรืองบส่งเสริมวัดธรรมะใกล้บ้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล  กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo