ถอดรหัสยุทธศาสตร์ ฮอร์มุซคือ บททดสอบ มะละกาคือ ของจริง กลยุทธ์สหรัฐโยนหินถามทาง หวังควบคุม “จุดตัดทางทะเล” ทั่วโลกอย่างเบ็ดเสร็จ
นายณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์เพจเฟซบุ๊ก วิเคราะห์กลยุทธ์ประธานาธิบดีทรัมป์ ในการทำสงครามกับอิหร่าน โดยระบุว่า

ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นในตะวันออกกลาง หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมมหาอำนาจอย่างสหรัฐ ถึงยอมทุ่มหมดตัวในกระดานนี้?
ในฐานะนักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม ผมมองว่าสิ่งที่เราเห็นใน ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อาจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของแผนการที่ใหญ่กว่านั้นมาก และเป้าหมายสุดท้ายอาจขยับมาใกล้ตัวเรากว่าที่คิด นั่นคือ ช่องแคบมะละกา (Strait of Malacca)
1. ถอดรหัสยุทธศาสตร์: ฮอร์มุซคือ บททดสอบ มะละกาคือ ของจริง
นักวิเคราะห์ความมั่นคงระดับโลกหลายท่านเริ่มมองเห็นภาพที่ตรงกันว่า สถานการณ์ความตึงเครียดที่อิหร่านพยายามข่มขู่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซนั้น ไม่ได้เป็นเพียงอุบัติเหตุทางการเมือง แต่เป็นการ ทดลองปิด (Strategic Test Run) เพื่อประเมินผลกระทบต่อระบบซัพพลายเชนและราคาพลังงานของโลก
หากฮอร์มุซคือ เส้นเลือดใหญ่ ของน้ำมันดิบ ช่องแคบมะละกาก็คือ กระดูกสันหลัง ของเศรษฐกิจเอเชียตะวันออก ศาสตราจารย์เจียง (Professor Jiang) นักยุทธศาสตร์ผู้มีอิทธิพล ได้วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจว่า สหรัฐกำลังดำเนินนโยบายที่เรียกว่า Offshore Balancing โดยการใช้ความวุ่นวายในตะวันออกกลางเป็นข้ออ้างเพื่อกลับเข้ามาควบคุม จุดตัดทางทะเล (Chokepoints) ทั่วโลกอย่างเบ็ดเสร็จ
2. ดีลลับ MDCP: จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายในอาเซียน
เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2569 เอกสารความตกลง Major Defense Cooperation Partnership (MDCP) ระหว่างสหรัฐ และอินโดนีเซีย ถูกเปิดเผยออกมา นี่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ยืนยันว่าสหรัฐฯ กำลังขยับหมากคุม มะละกา อย่างเป็นทางการ
การยกระดับฐานทัพ: อินโดนีเซียจะกลายเป็นหุ้นส่วนทางทหารที่สำคัญที่สุดของสหรัฐ ในภูมิภาคนี้
การติดตั้งระบบเฝ้าระวัง: การติดตั้งเทคโนโลยีเซนเซอร์ใต้ชายฝั่งและระบบโดรนสอดแนมรอบช่องแคบมะละกา เพื่อควบคุมการเดินเรือเข้า-ออกทั้งหมด
Energy Choke: หากสหรัฐ คุมอินโดนีเซียได้เบ็ดเสร็จ นั่นหมายความว่าเขาสามารถสั่ง เปิด หรือ ปิด วาล์วพลังงานที่จะมุ่งหน้าไปยังจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

3. ประเทศไทยบนเส้นขนานของความเสี่ยง: เราควรทำอย่างไร?
เมื่อมหาอำนาจขยับเข้ามาประชิดชายแดนทางน้ำ ประเทศไทยในฐานะสมาชิกอาเซียนและเป็นรัฐที่มีความสัมพันธ์อันดีกับทั้งสองขั้วอำนาจ จะอยู่นิ่งเฉยไม่ได้อีกต่อไป นี่คือ ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ ที่ผมมองว่าไทยควรต้องเร่งดำเนินการครับ:
ก. การทูตแบบ Strategic Autonomy (อธิปไตยเชิงยุทธศาสตร์)
ไทยต้องเลิกนโยบาย ลู่ตามลม ที่ไร้ทิศทาง แต่ต้องเปลี่ยนเป็นการ เลือกข้างตามผลประโยชน์ (Issue-based Alignment) เราต้องแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า ช่องแคบมะละกาต้องเป็นพื้นที่การค้าเสรี (Freedom of Navigation) และต้องไม่กลายเป็นฐานทัพของใครคนใดคนหนึ่งเพื่อกดดันผู้อื่น
ข. รื้อฟื้นยุทธศาสตร์ แลนด์บริดจ์ (Land Bridge) อย่างชาญฉลาด
โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ชุมพร-ระนอง ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่มันคือ ไพ่ตาย ทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Leverage) หากมะละกาถูกควบคุมโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนไร้เสถียรภาพ แลนด์บริดจ์ของไทยจะกลายเป็น ทางเลือกที่สาม ของโลกที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ เราต้องใช้โครงการนี้เป็นอำนาจต่อรองเพื่อดึงเงินลงทุนและความคุ้มครองจากทุกมหาอำนาจพร้อมกัน
ค. การยกระดับความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Resilience)
เราต้องยอมรับว่าราคาพลังงานจะผันผวนอย่างรุนแรงหากมะละกาเกิดวิกฤต ไทยต้องเร่งเพิ่มสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve) ให้สามารถอยู่ได้นานกว่ามาตรฐานเดิม และเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือกที่ผลิตได้เองในประเทศ (Domestic Energy) เพื่อลดการพึ่งพิงน้ำมันที่ต้องผ่านเส้นทางเป้าหมายเหล่านี้
ง. บทบาทนำใน ASEAN Defense
ไทยต้องผลักดันให้เกิดการเจรจาในกรอบอาเซียนเพื่อสร้าง Code of Conduct ในการจัดการเส้นทางเดินเรือร่วมกับอินโดนีเซียและมาเลเซีย เพื่อป้องกันไม่ให้อาเซียนกลายเป็นสนามรบตัวแทน (Proxy War) ของมหาอำนาจที่เข้ามาทำดีลแยกรายประเทศ
มุมมองทางยุทธศาสตร์โดย ณัฏฐ์ มงคลนาวิน
ยุทธศาสตร์โลกในปี 2569 ไม่ได้วัดกันที่ใครมีนิวเคลียร์มากกว่ากัน แต่อยู่ที่ใครสามารถ คุมกระเพาะอาหาร และ คอหอย ของคู่แข่งได้ก่อนกัน
การที่สหรัฐ ทำดีลกับอินโดนีเซีย และการทดลองปิดฮอร์มุซ คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยต้องตื่นจากภาวะเพิกเฉย และหันมาวางหมากยุทธศาสตร์ที่เน้นการสร้าง มูลค่า จากตำแหน่งที่ตั้งของเราให้ได้มากที่สุด
เราไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่เราต้องเป็น ผู้คุมกฎ ร่วมในภูมิภาคของเราเองครับ
ทุกท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับการขยับหมากของมหาอำนาจในครั้งนี้? และท่านเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยในการเป็นทางเลือกใหม่ผ่านโครงการแลนด์บริดจ์มากน้อยแค่ไหน? ลองมาแลกเปลี่ยนความเห็นเชิงลึกกันครับ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘ซิตี้กรุ๊ป’ เตือน ‘ราคาน้ำมันเบรนท์’ อาจพุ่ง 200 ดอลล์ หากวิกฤตืตะวันออกกลางยืดเยื้อ
- ‘ไออีเอ’ ปล่อยน้ำมันสำรอง เข้าตลาดเอเชียทันที รับมือสงครามอิหร่าน ป่วนอุปทาน
- ‘ทรัมป์’ ลั่น ‘ราคาน้ำมันโลกพุ่ง’ แค่ชั่วคราว ชี้คุ้มค่าแลกดับภัยนิวเคลียร์อิหร่าน
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg