ปลาหมอคางดำ: ศักยภาพใหม่ในโมเดล Zero Waste สู่ “แคลเซียมชีวภาพ” มูลค่าสูง เปลี่ยนการจับปลาให้กลายเป็นกลไกสร้างมูลค่า เพิ่มรายได้
ปลาหมอคางดำกำลังเปลี่ยนบทบาท จากปลาที่เคยถูกมองเพียงมิติเดียว สู่ “ทรัพยากรศักยภาพ” ในแนวคิด Zero Waste ที่ใช้ประโยชน์จากทุกส่วนอย่างครบวงจร ตั้งแต่หัว ก้าง หาง ไปจนถึงเกล็ด

โครงสร้างกระดูกปลาถูกยกระดับจากวัตถุดิบพื้นฐาน สู่การพัฒนาเป็น “แคลเซียมชีวภาพ” คุณภาพสูง สำหรับอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ ซึ่งไม่ใช่เพียงการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า แต่คือ การเปลี่ยนการจับปลา ให้กลายเป็นกลไกสร้างมูลค่า เพิ่มรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ไปพร้อมกับการดูแลสมดุลของระบบนิเวศอย่างยั่งยืน
เบื้องหลังการเปลี่ยนมุมมองครั้งนี้ คือผลงานวิจัยของ ผศ.ดร.วัชระ ดำจุติ คณะการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และคณะทำงาน มุ่งพัฒนานวัตกรรมแคลเซียมชีวภาพจากปลาหมอคางดำ เพื่อตอบโจทย์การใช้ประโยชน์ทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างคุ้มค่า
งานวิจัยนี้เริ่มต้นจากการสำรวจลักษณะทางชีวภาพของปลา ซึ่งพบว่ามีสัดส่วนกระดูกค่อนข้างมาก ทีมวิจัยจึงเลือกใช้เฉพาะส่วนหัว ก้าง หาง และเกล็ด เป็นวัตถุดิบหลัก เพื่อลดการสูญเสีย และสอดคล้องกับแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างครบถ้วน

กระบวนการผลิตเริ่มจากการต้มวัตถุดิบ เพื่อความปลอดภัย และหยุดกระบวนการทางชีวภาพ ก่อนนำเข้าสู่ขั้นตอนสกัดด้วยตัวทำละลายอินทรีย์ และผ่านกระบวนการทางเคมี ที่ควบคุมอย่างเป็นระบบ จนเกิดตะกอนแคลเซียม
จากนั้นจึงกรอง ทำความสะอาด แบ่งเป็นแผ่น และบดให้ได้ขนาดความละเอียด ตามความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม ทุกขั้นตอนถูกออกแบบให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย และสามารถต่อยอดในระดับอุตสาหกรรมได้จริง

แคลเซียมที่ได้ อยู่ในรูปแคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate) มีคุณสมบัติตามเกณฑ์อุตสาหกรรม เหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง และเวชสำอาง เช่น ยาสีฟัน รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ภายใต้กรอบกฎหมายอาหาร ที่จัดกลุ่มเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หมายถึงการเพิ่มเติมวิตามิน และแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์โครงสร้างผลึกด้วยเทคนิคทางวิทยาศาสตร์พบว่า ไบโอแคลเซียม จากปลาหมอคางดำ มีลักษณะอนุภาคทรงกลม มีความละเอียด เหมาะสมต่อการดูดซึม
อีกทั้งผ่านการตรวจสอบโลหะหนัก จุลินทรีย์ และองค์ประกอบแร่ธาตุอย่างครบถ้วน โดยมีปริมาณแคลเซียมเฉลี่ยประมาณ 12-15% ใกล้เคียงปลาในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งความแตกต่างของปริมาณแคลเซียมขึ้นอยู่กับขนาดและอาหารของปลา
ปลาที่เติบโตในธรรมชาติมักสะสมแร่ธาตุได้หลากหลาย ส่งผลให้เหมาะต่อการพัฒนาเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมสุขภาพ
ทีมวิจัยได้พัฒนาเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบแคปซูล ผสมวิตามิน D และแร่ธาตุที่ช่วยเสริมการดูดซึม ภายใต้ชื่อ Saro Calcium Plus ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มักได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงาน และผู้สูงอายุ ที่ต้องการดูแลสุขภาพกระดูกอย่างต่อเนื่อง

นวัตกรรมนี้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จากเวที iENA ประเทศเยอรมนี ด้วยรางวัลเหรียญทองแดง ด้านความคิดสร้างสรรค์ และรางวัล Special Prize on Stage รวมถึงรางวัลจาก China Association of Inventions สะท้อนถึงศักยภาพของงานวิจัยไทยที่สามารถยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างภาคภูมิ
ในภาพรวม โมเดลนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานวิจัยในห้องปฏิบัติการ แต่เป็นตัวอย่างของเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่ทำให้ทรัพยากรถูกใช้ประโยชน์สูงสุด เกิดห่วงโซ่มูลค่าตั้งแต่ผู้จับปลา ผู้แปรรูป ไปจนถึงผู้ผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพ ช่วยเสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจระดับชุมชน เปิดโอกาสใหม่ให้ภาคอุตสาหกรรมไทยพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรในประเทศ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- จากผู้ร้ายในกระแส !! : FAO เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง
- ‘ชะอำ’ รวมพลังกำจัด ‘ปลาหมอคางดำ’ ใช้ประโยชน์ สร้างโอกาสให้ชุมชน
- ‘ประมงสมุทรปราการ-กรมราชทัณฑ์’ จัดการ ‘ปลาหมอคางดำ’ ต่อเนื่อง แปรรูปผลิตภัณฑ์-ใช้ปลานักล่า คุมระบาด
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg