อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง “วรภัค ธันยาวงษ์” โพสต์บนเฟซบุ๊ก Vorapak Tanyawong แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเลือกประธานธนาคารกลางสหรัฐคนใหม่ ในหัวข้อว่า “ประธานเฟดคนใหม่ กับโจทย์ดอลลาร์: ทำไมทรัมป์เลือก เควิน วอร์ช ภายใต้แนวคิด Mar-a-Lago Accord”
การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศแต่งตั้ง “เควิน วอร์ช” เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ สร้างความประหลาดใจให้ตลาดการเงินไม่น้อย

โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่า รัฐบาลทรัมป์มีแนวคิดเชิงนโยบายที่ต้องการ “ดอลลาร์อ่อน” เพื่อแก้ปัญหาดุลการค้า และฟื้นความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมสหรัฐ ภายใต้กรอบความคิดที่ถูกเรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า “Mar-a-Lago Accord” หรือข้อตกลงมาร์อาลาโก
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “วอร์ชคือใคร” แต่คือ ทำไมผู้นำที่ต้องการดอลลาร์อ่อน จึงเลือกประธานเฟด ที่ตลาดมองว่า เข้มงวด และ pro-credibility
เควิน วอร์ช คือใคร
วอร์ช เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ ในช่วงปี 2549-2554 และเป็นหนึ่งในทีมหลักของเฟดในช่วงวิกฤติการเงินโลกปี 2551 เขามีพื้นฐานจากโลกการเงิน และตลาดทุนมากกว่าสายวิชาการ และเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ให้ความสำคัญกับ “ความน่าเชื่อถือของสถาบัน” (institutional credibility) ของธนาคารกลาง
ตลอดอาชีพ เขาแสดงจุดยืนชัดในหลายประเด็น ได้แก่
- ความจำเป็นของวินัยด้านนโยบายการเงิน
- ความระมัดระวังต่อการใช้นโยบายผ่อนคลายเป็นเวลานานเกินไป
- ความกังวลว่าธนาคารกลางไม่ควรถูกดึงเข้าไปเป็นเครื่องมือทางการเมือง หรือการคลัง
ด้วยเหตุนี้ วอร์ชจึงถูกตลาดมองว่า เป็นประธานเฟด “สายเข้ม” และเป็นสัญลักษณ์ของการรักษาเสถียรภาพ และความน่าเชื่อถือของเงินดอลลาร์

ดูเหมือนขัด แต่จริง ๆ สอดคล้องกับ Mar-a-Lago Accord
หากมองเพียงผิวเผิน การแต่งตั้ง วอร์ชดูเหมือนขัดกับแนวคิด Mar-a-Lago Accord ซึ่งสะท้อนความต้องการของรัฐบาลทรัมป์ ที่จะทำให้ดอลลาร์อ่อนลง แต่ในเชิงลึก นี่คือการออกแบบนโยบายแบบ “แยกบทบาทอย่างชัดเจน”
หัวใจของ Mar-a-Lago Accord ไม่ใช่การ “ทำให้ดอลลาร์อ่อน ด้วยการบ่อนทำลายความเชื่อมั่น” หากแต่เป็นการทำให้ดอลลาร์อ่อน ผ่านอำนาจต่อรองของรัฐ ไม่ใช่ผ่านความอ่อนแอของสถาบันการเงิน
ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องการก่อนจะพูดถึงดอลลาร์อ่อน คือ การฟื้น และตอกย้ำความน่าเชื่อถือของเฟด และเงินดอลลาร์
วอร์ช จึงถูกเลือกมาในบทบาทของ “หลักยึดระบบ” (institutional anchor) เพื่อยืนยันว่า:
- เฟดยังเป็นสถาบันอิสระ
- การควบคุมเงินเฟ้อยังเป็นภารกิจหลัก
- ดอลลาร์จะไม่ถูก devalue ผ่านนโยบายการเงินแบบตรงไปตรงมา
เมื่อความเชื่อมั่นนี้ถูกตั้งใหม่ รัฐบาลจึงมีพื้นที่ในการใช้เครื่องมืออื่น เช่น การค้า ภาษี มาตรการด้านความมั่นคง หรือข้อตกลงทวิภาคี เพื่อกดดันค่าเงินในเชิงโครงสร้าง โดยไม่ทำให้ตลาดการเงินแตกตื่น

เฟดไม่ใช่เครื่องมือค่าเงิน แต่เป็นเกราะกันความผันผวน
ในสมการนี้เฟดภายใต้วอร์ช ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ “ทำให้ดอลลาร์แข็งถาวร” แต่เพื่อ
- ดูดซับแรงสั่นจากตลาด
- คุมความผันผวนไม่ให้ลุกลามเป็นวิกฤติเชิงระบบ
- เปิดทางให้รัฐบาลทรัมป์ ดำเนินนโยบายเชิงรุกด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการค้า โดยไม่ทำลายตลาดทุน และตลาดพันธบัตรไปพร้อมกัน
กล่าวอีกนัยหนึ่ง วอร์ช ไม่ใช่เครื่องมือกด หรือดันค่าเงิน แต่เป็นเกราะป้องกันเสถียรภาพของระบบ ระหว่างที่รัฐบาลเล่นเกมเชิงยุทธศาสตร์ในเวทีโลก
บทสรุป
การแต่งตั้งวอร์ช ไม่ได้สะท้อนว่ารัฐบาลทรัมป์ล้มเลิกแนวคิดดอลลาร์อ่อน หากสะท้อนว่า
ดอลลาร์จะอ่อน “ด้วยการออกแบบ” ไม่ใช่ “ด้วยการสูญเสียความเชื่อถือ”
และนี่คือเหตุผลว่าทำไม การตัดสินใจที่ดูเหมือนขัดแย้งในสายตาตลาด จึงอาจเป็นหนึ่งในการวางหมากเชิงสถาบัน ที่คำนวณมาแล้วอย่างรอบคอบที่สุดของรัฐบาลทรัมป์
ประธานเฟดคนปัจจุบัน หมดวาระกลางเดือนพ.ค. 2569 ซึ่งหากวุฒิสภาให้ความเห็นชอบก่อนหน้าอย่างราบรื่น วอร์ช น่าจะเริ่มงานได้ราวกลาง-ปลายเดือน พ.ค. 2569 หลังการยืนยันและพิธีสาบานตน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘3 ปัจจัยทับซ้อน’ ดัน ‘ราคาทองคำ’ พุ่งมากกว่าปกติ
- ‘วรภัค’ ย้อนรอยฟองสบู่ทองคำ พุ่งแรงรอบนี้สะท้อนระบบการเงินโลกเปลี่ยน
- มีตัวเลือกในใจแล้ว! ‘ทรัมป์’ ยังอุบชื่อ ‘ประธานเฟด’ คนใหม่
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg