“บรรยง พงษ์พานิช” แสดงความเห็นเรื่อง “ข้าราชการไม่ควรเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจที่ต้องแข่งขัน” ยก 5 สาเหตุประกอบ ไม่มีเวลา-ไม่มีทักษะ-ไม่มีความยืดหยุ่นคล่องตัว-มีพะวงกับชนัก 157-ไม่มีทางปลอดการเมือง
วันนี้ (2 พ.ย.) นายบรรยง พงษ์พานิช ผู้คร่ำหวอดในแวดวงเศรษฐกิจการเงิน-การลงทุนไทย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Banyong Pongpanich แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ กับการเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ ที่ต้องแข่งขัน

นายบรรยง ขึ้นหัวข้อว่า ” 5 เหตุผล ทำไมข้าราชการไม่ควรเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจที่ต้องแข่งขัน” โดยระบุว่า จากประสบการณ์การทำงานให้กับรัฐวิสาหกิจมานานกว่า 30 ปี ทั้งในด้านการเป็นที่ปรึกษา การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การจัดจำหน่ายหุ้น การเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ และโดยเฉพาะเคยพยายามปฏิรูปการบริหารจัดการ จึงได้เรียนรู้ และตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการที่มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เข้าไปเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ มากมาย
เขาย้ำว่า บทความนี้เป็นข้อสังเกตุโดยรวม ไม่ได้หมายถึงใคร และไม่ได้มีความตั้งใจจะดูถูกในเรื่องความเก่ง ความดีของข้าราชการแต่อย่างใด เพราะมีข้าราชการที่ดี และมีความสามารถจำนวนมาก แต่ก็ยังคิดว่า ข้าราชการไม่เหมาะที่จะเป็นกรรมการหน่วยงานธุรกิจ
5 เหตุผล ที่ข้าราชการไม่ควรเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจที่ต้องแข่งขัน
- ไม่มีเวลา
ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ล้วนแต่มีภารกิจมากมาย อย่างเช่น ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นกรรมการอยู่ทั้งหมดมากกว่า 30 คณะ และเป็นประธานมากกว่า 10 คณะ แถมยังต้องดูแลกรมใหญ่อีก 7 กรม ข้าราชการรวม 30,000 คน จะเอาเวลาที่ไหนมาบริหารกิจการธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ยาก และมีการแข่งขันสูงที่สุดในโลก อย่างเช่นธุรกิจสายการบิน หรือธุรกิจพลังงาน
ลองคิดดูว่า อย่างการบินไทย กว่าจะฟื้นฟูมาได้ ผู้บริหารแผนต้องประชุมกัน 203 ครั้งใน 4 ปี ถ้าบอร์ดขนาด 15 คน ที่มีข้าราชการครึ่งหนึ่ง ไม่มีทางที่นะประชุมอย่างนั้นได้แน่นอน
- ไม่มีทักษะ
งานบริหารราชการนั้น เป็นเรื่องของการบริหารทรัพยากรรัฐ บริหารกฎระเบียบ ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องผูกขาด
อำนาจรัฐนั้นเป็น monopoly โดยธรรมชาติ ไม่เคยต้องแข่งกับใคร แต่งานธุรกิจต้องแข่งขันกันทุก ๆ วัน ทักษะมันคนละอย่างกัน อย่างข้าราชการมักจะชมกันว่า “ท่าน…เก่งนะ เพราะแม่นกฎ” ซึ่งในเชิงธุรกิจนั้น คนแม่นกฎไม่นับว่าเก่ง อย่างมากก็เป็น compliance คอยระวังหลัง
- ไม่มีความยืดหยุ่นคล่องตัว
ระบบราชการนั้น เป็นที่รู้กันว่า ไร้ประสิทธิภาพ ไม่ยืดหยุ่นคล่องตัว มีความระแวงสูง ควบคุมหยุมหยิมไปหมด (ทุกคนถึงบอกว่าต้องปฏิรูปไงครับ) จะทำอะไรที ก็ต้องให้แน่ใจว่าไม่มีเสี่ยง ซึ่งเรื่องอย่างนั้นใช้ไม่ได้ในธุรกิจ
เขาถึงอวยพรข้าราชการให้ “รักษาเนื้อรักษาตัว” ซึ่งก็แปลง่าย ๆ ว่า อย่าเสี่ยง หรืออย่าทำอะไรเลยได้ก็ยิ่งดี
ยังจำได้ตอนที่ต้องร่วมเป็นกรรมการรสก. กับข้าราชการ เคยแอบนินทาเรียกพวกท่าน ๆ ว่า “แผนกเอ๊ะ” เพราะฝ่ายจัดการจะเสนอทำอะไร ก็คอยทัก ว่า “เอ๊ะ เช็คกฎนั่นกฎนี้แล้วหรือยัง” พอบอกว่าเช็คแล้ว ก็บอกว่า “ไม่ใช่ มีอีกกฎหนึ่ง…” (ก็แม่นกฎนี่ครับ)
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เมื่อ 15 ปีก่อน ฝ่ายบริหารการบินไทย เคยเสนอให้ขายเครื่องบิน A340 ที่จอดทิ้งไว้ แต่กรรมการที่เป็นข้าราชการหลายคนคัดค้านไว้ เพราะกลัวว่าขายขาดทุนอาจจะผิดกฎ เลยไม่ได้ขาย ต้องมาขายอีกสิบปีให้หลังขาดทุนมากกว่าเดิม แถมเสียค่าจอดค่าบำรุงอีกพะเรอ
- มีพะวงกับชนัก 157
ต่อให้การบินไทยไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ แต่ถ้าข้าราชการมาเป็นกรรมการในฐานะตัวแทนของหน่วยงาน ก็เท่ากับแบกเอาภาระตาม มาตรา 157 มาด้วย คงไม่ต้องอธิบายนว่า ความเสี่ยงตามมาตรานี้คืออะไร เป็นเรื่องที่เสี่ยงไม่ได้เลย และพอกรรมการครึ่งหนึ่งเสี่ยงไม่ได้ ก็น่ากังวลว่าองค์กรจะเป็นอัมพาต
- ไม่มีทางที่จะปลอดการเมือง
ยังไงเสียข้าราชการก็จะต้องถูกบังคับบัญชาโดยนักการเมือง วันนี้เราอาจมีนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรีที่ดี แต่ใครจะรู้ได้ว่า วันหน้าจะเป็นอย่างไร
ผมไม่ได้ว่านักการเมืองทุกคนไม่ดี แต่ก็มีที่ไม่ดีอยู่ไม่น้อย ที่พร้อมจะหาประโยชน์ หรือช่วยพรรคพวกให้ได้ประโยชน์ และที่น่ากลัวก็คือ cronyism เรื่องการแต่งตั้ง องค์กรใดก็ตามที่ใช้ระบบพรรคพวก แทน merit system ในการเลือกผู้บริหาร องค์กรนั้นพังแน่นอน

ขอเล่าแถมเรื่องหนึ่ง ตอนที่เข้าไปร่วมเป็นกรรมการการบินไทยในปี 2552-2553 ตามคำขอของนายกฯ อภิสิทธิ์ และคุณกรณ์ เพื่อไปช่วย ดร.ปิยสวัสดิ์ ฟื้นฟูในรอบแรก พอพลิกมากำไรได้กว่า 20,000 ล้านบาท ใน 2 ปี ผมเคยเรียนนายกฯ มาร์คว่า ขอให้คลังขายหุ้นจนต่ำกว่า 50% เพื่อจะได้มีความคล่องตัว ไม่ติดกฎระเบียบรุงรัง
ท่านตอบว่า “ผมรู้ได้อย่างไรว่า กรรมการจะดีอย่างชุดนี้ตลอดไป ถ้าไม่ต้องเป็นรัฐวิสาหกิจ ไม่มีกฎระเบียบควบคุม แต่นักการเมืองบังคับได้ตั้งบอร์ดได้หมด แล้วเวลาเจอคนเลวเข้ามา จะอันตรายมากขึ้นอีกหลายเท่า”
ขอสรุปอีกทีว่า ผมไม่ได้กล่าวหาว่าข้าราชการไม่ดี ไม่เก่ง แต่จากประสบการณ์เชื่อว่า ข้าราชการไม่ควรจะมาบริหารธุรกิจที่ต้องแข่งขันสูงอย่างนี้เลย ไปทำประโยชน์ให้ชาติในด้านอื่นดีกว่า
“การตั้งกรรมการการบินไทยครั้งนี้ จะเป็นสัญญาณที่สำคัญมาก เพียงแค่มีข่าว หุ้นก็ตกลงไปเป็นมูลค่ากว่าแสนล้านบาทแล้ว ถ้าตั้งได้ดี เอาหัวเป็นประกันเลยว่า กลับมายิ่งกว่าเดิม ถ้าไม่งั้นละก็ ….”
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เหตุผล-ข้อจำกัดที่อยู่เบื้องหลัง การตัดสินใจจัดหาเครื่องบิน ของการบินไทย
- เบื้องหลัง เกมชิงอำนาจ ‘การบินไทย’ ใช้สมรภูมิ AGM ขับเคลื่อน
- แข่งเดือด! เปิดโผ 17 ราย ชิงกรรมการการบินไทย-บอร์ดสรรหาเคาะรายชื่อจันทร์นี้
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg