Opinions

เหตุผล-ข้อจำกัดที่อยู่เบื้องหลัง การตัดสินใจจัดหาเครื่องบิน ของการบินไทย

Avatar photo
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight

เปิดเหตุผลและข้อจำกัดที่อยู่เบื้องหลัง การตัดสินใจจัดหาเครื่องบิน ของการบินไทยไม่ใช่เรื่องของรุ่น แต่คือจังหวะและความพร้อม

ในฐานะผู้ติดตามอุตสาหกรรมการบิน ผู้เขียนได้ศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง ทั้งข่าวในประเทศ ข่าวต่างประเทศ และบทวิเคราะห์เกี่ยวกับภาวะขาดแคลนเครื่องบินในตลาดโลกหลังโควิด เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์อย่างรอบด้าน พบว่าหลายประเด็นที่เผยแพร่ยังคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง

บทความนี้จึงตั้งใจนำเสนอข้อมูลเชิงวิเคราะห์ เพื่อให้เข้าใจเหตุผลและข้อจำกัดที่อยู่เบื้องหลัง การตัดสินใจจัดหาเครื่องบินของการบินไทยอย่างเป็นระบบ 

1. เหตุผลที่ต้องจัดหาเครื่องบินเพิ่มเติม

ขณะนี้การบินไทยอยู่ระหว่างพิจารณาความจำเป็นในการจัดหาเครื่องบินลำตัวกว้างเพิ่มเติม เพื่อทดแทนเครื่องที่ไม่เป็นไปตามแผนในระยะ 5 ปีข้างหน้า หลังไม่สามารถจัดหาเครื่องใหม่ได้ครบ 9 ลำตามแผนเดิม

ตลาดเครื่องบินโลกปัจจุบันมีความต้องการสูงหลังการเดินทางฟื้นตัว หากลงนามจัดหาเครื่องบินลำตัวกว้างที่ผลิตใหม่ จะได้รับมอบตั้งแต่ปี 2575 เป็นต้นไป ส่วนเครื่องมือสองก็มีจำกัด เนื่องจากสายการบินทั่วโลกยังคงต้องการใช้งานเอง

การได้มาซึ่งเครื่องบินมือสองจึงต้องมีการลงทุนปรับปรุงภายใน ทั้งเก้าอี้ ระบบสื่อสาร และการตกแต่ง เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของบริษัทและสร้างประสบการณ์ผู้โดยสารที่เป็นเอกภาพ ไม่ว่าจะเป็นรุ่น A330 หรือ B787 ต่างต้องลงทุนในส่วนนี้เช่นกัน

การบินไทย

2. เครื่องบินที่จะออกจากฝูงบินในปี 2569

• Boeing 777-200ER จำนวน 6 ลำ (อายุเฉลี่ยราว 20 ปี)
• Boeing 787-8 จำนวน 2 ลำ
• Airbus A350-900 จำนวน 2 ลำ

รวมทั้งหมด 10 ลำ โดยยังไม่รวมเครื่องที่มีปัญหาเครื่องยนต์ Trent 1000 และ Trent XWB ซึ่งอยู่ระหว่างการแก้ไขในระดับอุตสาหกรรม

3. ประเด็นเรื่อง A330 และความสอดคล้องกับแผนฟื้นฟู

แม้ในช่วงแผนฟื้นฟูกิจการ การบินไทยจะคืน A330 จำนวน 12 ลำ แต่ปัจจุบันยังมี A330 ใช้งานอยู่ 3 ลำ และได้เช่าเพิ่มอีก 3 ลำ ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งให้บริการแล้วครบถ้วน

หากมีการเช่าเครื่อง A330-200 เพิ่มในปี 2569 สัญญาจะสิ้นสุดในปี 2575 ซึ่งไม่กระทบต่อแผนระยะยาวที่กำหนดให้มีเครื่องหลัก 4 แบบ (A320/321, A350, B777, B787) ตั้งแต่ปี 2576 เป็นต้นไป โดยจะทยอยรับมอบเครื่องใหม่ตั้งแต่ปี 2570 เพื่อคงอายุเฉลี่ยฝูงบินให้อยู่ในระดับต่ำ

ประเด็นอายุของเครื่องบิน กลุ่มเครื่องบิน A330-200 ที่การบินไทยให้ข่าวว่ากำลังพิจารณาทั้ง 8 ลำ ผลิตในปี 2556-2557 มีอายุ 11-12 ปี ซึ่งมีอายุเท่ากับเครื่องบินกลุ่ม 787-8 ที่กำลังพิจารณาเช่าอยู่เช่นกัน

4. ประสิทธิภาพเครื่องยนต์และต้นทุนเชื้อเพลิง

เครื่องยนต์ Trent 700 ของ A330 เป็นเทคโนโลยีปี 1990 ที่มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงกว่าเครื่องรุ่นใหม่อย่าง GEnx หรือ Trent 1000 ราว 10-16% ต่อเที่ยวบิน อย่างไรก็ตาม ค่าเช่าของ B787 สูงกว่า A330 ถึงเท่าตัว

แม้ Trent 700 จะเก่ากว่า แต่ถือเป็นเครื่องยนต์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง และยังได้รับการสนับสนุนด้านซ่อมบำรุงจากผู้ผลิตไปจนถึงปี 2573 ปัจจุบันยังมีเครื่องบิน A330 ที่ใช้เครื่องรุ่นนี้มากกว่า 600 ลำ ทั่วโลก หรือกว่า 1,200 เครื่องยนต์ที่ยังใช้งานอยู่

การบินไทย

5. ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงห้องโดยสาร

การเช่าเครื่องบินมือสองทุกรุ่นต้องมีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงภายใน ทั้งเก้าอี้ ห้องน้ำ ครัว และระบบความบันเทิงบนเครื่องบิน โดยเครื่องรุ่นเก่ามักมีต้นทุนการปรับปรุงต่ำกว่าเครื่องรุ่นใหม่ราว 25-40% เนื่องจากผ่านการรับรองด้านวิศวกรรมและการปรับปรุงมาก่อน

อย่างไรก็ดี เครื่องบินที่มีอายุการใช้งานน้อยจะมีระยะเวลาคุ้มทุนหลังการลงทุนยาวกว่า จึงต้องพิจารณาความคุ้มค่ารวมระหว่างต้นทุน ค่าเช่า อายุการใช้งาน และความต้องการของแผนธุรกิจ

6. สถานการณ์เศรษฐกิจและดีมานด์การเดินทาง

การคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวจนกระทบการเดินทางยังไม่มีข้อมูลเชิงประจักษ์รองรับ ปัจจุบันหลายหน่วยงานในอุตสาหกรรมประเมินว่าความต้องการเดินทางจะกลับสู่ระดับใกล้ก่อนโควิดภายในปี 2569 แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงจากสงครามการค้า และความขัดแย้งระหว่างประเทศก็ตาม

7. บทสรุป : ไม่ใช่เรื่องของรุ่น แต่คือจังหวะและความพร้อม

สิ่งที่การบินไทยพยายามทำคือ การจัดหาเครื่องบินลำตัวกว้างเพื่อแก้ปัญหาระยะสั้นถึงกลาง (1-5 ปี) โดยไม่จำกัดแบบ ขอเพียงตอบโจทย์ด้านต้นทุน ความพร้อมใช้งาน ประสบการณ์ผู้โดยสาร และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระยะยาว

A330 จึงไม่ได้เป็น “เครื่องที่ถูกผลักดันเป็นพิเศษ” แต่เป็นทางเลือกเดียว ที่มีอยู่ในตลาด และสามารถส่งมอบได้เร็วที่สุด ในขณะที่เครื่องรุ่นอื่นอย่าง B787 ยังมีความไม่แน่นอนด้านแหล่งจัดหาและกำหนดส่งมอบ

การตัดสินใจจัดหาเครื่องบินของสายการบิน จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของรุ่นหรือยี่ห้อ แต่คือการหาจุดสมดุลระหว่าง “จังหวะที่ใช่” กับ “ความคุ้มค่าทางธุรกิจ” ในโลกที่การแข่งขันกลับมารุนแรงอีกครั้ง

เขียนโดย SkyLog 

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

ติดตามเราได้ที่