19 ธันวาคม 2568 – วันที่จะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ของการบินไทยอีกครั้ง ถึงเวลาที่เราทุกคนต้องจับตาให้ใกล้ที่สุด โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นการบินไทย
นี่ไม่ใช่แค่การประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM) แต่คือ “จุดชี้ชะตา” ว่าการบินไทยจะบินต่อบนเส้นทางของมืออาชีพ หรือจะกลับไปสู่วังวนเดิมของการเมืองและระบบราชการ
การประชุมครั้งนี้ แท้จริงแล้วจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น หรือ EGM ก็พอ การบินไทยไม่จำเป็นต้องจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น หรือ AGM ซ้ำ เพราะผู้บริหารแผนฟื้นฟูได้จัดประชุม AGM และอนุมัติงบไปเรียบร้อยแล้ว

การจัด AGM ครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็น “ความพยายามในการเปลี่ยนเอากรรมการเดิมบางคนออก” และตามหลักเกณฑ์ ถ้ามีการประชุม AGM บริษัทต้องหมุนเวียนกรรมการที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดออก 1 ใน 4 ของทั้งหมด ซึ่งหมายถึงกรรมการ 3 ท่านเดิม ดร. ปิยสวัสดิ์ , พล.อ.อ. อำนาจ และ คุณชาญศิลป์ – ต้องพ้นวาระ และยังมีอีก 1 ท่านต้องออกโดยการจับฉลาก

ขณะเดียวกันมีรายงานว่าอาจมีการ “เพิ่มกรรมการใหม่” อีก 4 ตำแหน่ง เพื่อกลับไปมีบอร์ดถึง 15 คนเหมือนในอดีต
นั่นหมายความว่า การบินไทยอาจมี “กรรมการหน้าใหม่” มากถึง 8 คนพร้อมกัน หรืออาจเสนอให้บางท่านกลับเข้ามาใหม่ ซึ่งหาก…“บุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟู ไม่ ถูกเสนอชื่อกลับเข้ามา” จะเป็นสัญญาณอันตรายของการถอยหลังกลับสู่วังวนเดิม
สิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่เพียง “ใครจะออก” แต่คือ “ใครจะเข้ามา” เพราะหากรายชื่อใหม่ที่เสนอ โดยกระทรวงการคลังมีข้าราชการ นักธุรกิจการเมือง หรืออดีตกรรมการ ผู้บริหารการบินไทยเองที่เคยอยู่ในยุคที่การบินไทยล้มเหลว ความเชื่อมั่นที่เพิ่งสร้างขึ้นอาจพังทลายในทันที
ดังนั้นผู้ถือหุ้นต้องช่วยกันเสนอเลือกคนที่เหมาะสม เข้ามาเป็นกรรมการด้วย อย่าปล่อยกระทรวงการคลัง เสนอตามอำเภอใจ เพราะเบื้องหลัง ความสำเร็จในวันนี้ ไม่ได้เกิดจาก“ตัวเลขในกระดาษ” แต่เกิดจากหัวใจของคนการบินไทยทุกคน ตลอดระยะเวลาการฟื้นฟูที่ผ่านมา
พนักงานนับพันคนยอมออกจากงาน หลายพันคนยอมลดเงินเดือน ตัดสวัสดิการ และบางคนทำงานโดยไม่รับค่าจ้าง เพียงเพื่อให้เครื่องบินยังได้บิน ช่างอากาศยานนับร้อยต้องอยู่เวรข้ามคืนต่อเนื่อง เพื่อให้เครื่องเก่ากลับมาบินได้อย่างปลอดภัย
พนักงานภาคพื้นทำงานหนักกว่าที่เคย โดยไม่เคยบ่น เพื่อรักษาภาพลักษณ์ขององค์กร
ลูกเรือยังคงยิ้มทั้งน้ำตา แม้ต้องแบกความกดดันจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน
ผู้บริหารและพนักงานสนับสนุนอีกมากมาย ยอมทนต่อความยากลำบากโดยไม่ทิ้งบ้านหลังนี้ เพราะพวกเขาเชื่อว่า “การบินไทยต้องรอด”
ทั้งหมดนี้คือ “ทุนมนุษย์” ที่แท้จริง – คือแรงศรัทธาที่ไม่มีตัวเลขไหนวัดได้
พนักงานทุกคนร่วมใจกันพลิกฟื้นบริษัทจากวันที่ไม่มีใครเชื่อว่าจะลุกขึ้นได้ กลายมาเป็นองค์กรที่มีกำไร และกลับมายืนหยัดด้วยศักดิ์ศรีอีกครั้ง
ตลอดการฟื้นฟูที่ผ่านมา การบินไทยพิสูจน์แล้วว่า
“มืออาชีพและธรรมาภิบาล” คือหัวใจของความสำเร็จ

บริษัทกลับมากำไร
มูลค่าตลาดกว่า 370,000 ล้านบาท
ติดอันดับ 1 ใน 20 บริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดของประเทศ
บริหารโดยบอร์ดและผู้บริหารที่ อิสระจากการเมืองและระบบราชการ
แต่แค่เพียง 4 เดือนหลังการเปลี่ยนบอร์ดชุดปัจจุบัน การบินไทยกลับเริ่มแสดงสัญญาณของการกลับไปสู่ยุค “รัฐวิสาหกิจแบบเดิม”
ถามคนในบริษัทวันนี้ ทุกคนตอบเหมือนกันว่า “เสียดาย”
สิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการบินไทย และรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในตลาดแข่งขัน คือ
บอร์ดขนาดกระชับ 9-11 คน
อย่างน้อย 75% มาจากภาคเอกชนหรือมืออาชีพระดับโลก ผลงานเป็นที่ประจักษ์
จำกัดผู้แทนรัฐไม่เกิน 25%
กระบวนการสรรหาต้องดำเนินโดยคณะกรรมการมืออาชีพที่ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง

โอกาสของชาติอยู่ตรงหน้า
19 ธันวาคมนี้ รัฐบาลสามารถสร้าง “มาตรฐานใหม่ให้รัฐวิสาหกิจไทย” โดยเริ่มที่การบินไทย แม้วันนี้จะไม่ใช่รัฐวิสาหกิจแล้ว แต่รัฐยังถือหุ้นใหญ่
นี่คือโอกาสที่จะจารึกในประวัติศาสตร์ว่า เป็นรัฐบาลชุดที่วางรากฐานของธรรมาภิบาล และความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘การบินไทย’ เปิดกำไรไตรมาส 2 ทะลุ 1.2 หมื่นล้าน รายได้รวมเพิ่ม 1.9%
- ‘หุ้นการบินไทย’ ทะยานเทคออฟอีกครั้ง! มีอะไรที่นักลงทุนต้องรู้
- ‘การบินไทย’ แต่งตั้ง ‘ลวรณ แสงสนิท’ นั่งประธานบอร์ดคนใหม่ หลังพ้นแผนฟื้นฟู
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg