Entertainment

แพท พาวเวอร์แพท แนะ พิ้งกี้ สาวิกา โฟกัสสิ่งนี้ ชีวิตในเรือนจำไม่ลำบาก ถ้าปรับตัวได้

แพท พาวเวอร์แพท แนะ พิ้งกี้ สาวิกา ต้องอยู่กับความเป็นจริง โฟกัสที่ปัจจุบัน เผยชีวิตในเรือนจำไม่ลำบาก หรือน่ากลัวอย่างที่คิด เชื่อสักพักก็ปรับตัวได้

กรณีนักแสดงสาว พิ้งกี้ สาวิกา ที่ขณะนี้ถูกคุมขังในเรือนจำจากคดีแชร์ลูกโซ่ Forex-3D กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สังคมจับตาและให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด (29 ส.ค.) นักร้องหนุ่มชื่อดัง แพท พาวเวอร์แพท ซึ่งเคยหลงผิดและต้องรับโทษในเรือนจำนานกว่า 16 ปี ก่อนได้รับอิสรภาพและกลับคืนสู่วงการบันเทิงอีกครั้ง โดยเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางสื่อดัง ไนน์เอนเตอร์เทน เกี่ยวกับการปรับตัวและชีวิตในเรือนจำ

5 แพท พาวเวอร์แพท 2

แพท พาวเวอร์แพท แนะ พิ้งกี้ สาวิกา โฟกัสที่ปัจจุบัน เชื่อสักพักก็ปรับตัวได้

“ผมว่าจุดเริ่มต้นอาจจะต้องอยู่บนความจริงก่อน ว่า ณ วันนี้หรือในเวลาอันใกล้นี้เราจะต้องอยู่ในเรือนจำแน่ ๆ การที่เราจะต้องอยู่แน่ ๆ เราจะทำยังไงให้อยู่แล้วมีความสุข ให้อยู่กับคนอื่นให้ได้ อันดับแรกก็ต้องปรับตัวกับเรื่องการใช้ชีวิต เรื่องกฎระเบียบต่าง ๆ ความเป็นอยู่แน่นอนมันลำบากคงจะไม่เหมือนที่บ้าน แต่เราต้องอยู่แล้ว ก็ต้องสร้างความเข้มแข็งให้ใจเราให้ได้ และพยายามมองหาสิ่งที่จะมาชดเชยเวลาที่อาจจะปล่อยไป มันทำให้เราเครียดได้ เช่น อ่านหนังสือ วาดรูป เรียน เล่นกีฬา หรือหากิจกรรมอะไรที่เขามีให้ทำในเรือนจำ ที่จะทำให้เราใช้เวลาได้อย่างมีประโยชน์​ แล้ววันหนึ่งมันจะผ่านไปได้ไว”

“พอเป้าของเราก็จะเปลี่ยนไป ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องข้างนอก มองถึงสิ่งที่เราอยู่ เรื่องที่เราอยู่ตรงหน้า เรื่องอดีต อนาคตอะไรตัดไปก่อน มองแค่วันนี้ พรุ่งนี้ แบบนี้จะช่วยได้มาก ส่วนการปรับตัวถามว่ายากแค่ไหน อันนี้อยู่ที่บุคคล แต่สำหรับผมเวลามันจะทำให้เราค่อย ๆ ซึมซับและเคยชินไปเอง คิดว่าคงไม่นาน และเดี๋ยวนี้ราชทัณฑ์ก็ไม่ได้โหดร้ายนะ เขาก็ปกครองกันแบบพี่แบบน้อง การเป็นอยู่ เขาก็พยายามให้เราอยู่ในสภาพที่เหมาะสมตาม รวมถึงดูแลสิทธิมนุษยชน เรื่องอาหารการกินที่พักหรือความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐาน ที่เขาจะจัดให้กับทางผู้ต้องขังอยู่แล้ว ผมว่าใช้เวลาแป๊บนึงก็น่าจะปรับตัวได้”

5 แพท พาวเวอร์แพท 1

“ระหว่างที่รอพิจารณาคดีอยู่ในเรือนจำ เราจะโดนจำกัดเรื่องการเสพสื่อ เราต้องเข้าใจตรงนี้ ในเรื่องความมั่นคง ความปลอดภัยของทางเรือนจำเขา แต่การติดต่อกับญาติหรือคนภายใน เขาสามารถติดต่อได้ ทางเรือนจำก็จะมีจดหมาย มีอีเมล มีการพบญาติผ่านไลน์ เหมือนกับวิดีโอคอล ที่อยู่ในขอบเขตที่ทางราชทัณฑ์เขากำหนดให้ ไม่ได้ตัดขาดโลกภายนอกไปซะทีเดียว ยังมีหลาย ๆ ทางที่ราชทัณฑ์ทำอยู่ เราไม่สามารถเช็กข่าวตัวเองได้เลย แต่สามารถติดต่อคนภายนอกได้ ญาติสามารถมาเยี่ยมได้ อันนั้นก็สอบถามได้ แต่ถ้ามานั่งดูข่าว คือไม่มีข่าวให้ดู ไม่มีเลย หนังสือพิมพ์ก็ไม่มี ไม่มีสื่อบันเทิง ถ้าเป็นข่าวที่เกี่ยวกับความล่อแหลมหน่อย เกี่ยวกับเรื่องคดี เรื่องความรุนแรง คือไม่มีเลย”

“แต่ถ้าจะติดต่อทนายความได้อยู่แล้ว มันเป็นสิทธิที่เขากำหนดให้ติดต่อทนายความได้ในระหว่างที่เราอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี ยืนยันว่าชีวิตความเป็นอยู่ข้างในเราไม่ได้ลำบากขนาดนั้น แค่ปรับตัวให้ได้ แต่มันอาจจะไม่ได้สุขสบายเหมือนอยู่บ้านแน่ ต้องอยู่กับคนหมู่มาก โดยความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐาน ราชทัณฑ์ยุคนี้เขาจัดให้เต็มกำลังแล้ว ถามว่าถ้าออกมาแล้วสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ไหม อันนี้มันอยู่ที่ตัวบุคคล คือการเข้าไปอยู่เรือนจำไม่ได้หมายความว่าชีวิตมันจบสิ้นแล้ว มันเป็นแค่ช่วงชีวิตนึงของคน ๆ นึงเท่านั้นเอง”

“ถ้าเรามองให้มันเป็นเรื่องของอาจจะเป็นความโชคร้ายอะไรก็แล้วแต่ แต่ในความโชคร้ายหรือทุกอย่างในโลกนี้มันมีสองด้าน เราก็ต้องมองในสิ่งที่ดี เราอาจจะมีเวลาได้ทบทวนตัวเองในสิ่งที่ทำผิดพลาด เราอาจจะได้มีเวลาพูดคุยกับพ่อแม่เราบ่อยขึ้น มีโอกาสได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ฝึกเกี่ยวกับเรื่องจิตสมาธิ เรื่องศาสนา ซึมซับหาหนทางดี ๆ ใหม่ ๆ ให้กับตัวเองก็ได้ มันมีสิ่งดี ๆ มากมายอยู่ในนั้น แต่ไม่ได้อยากให้ทุกคนเข้าไปนะ แต่ในเมื่อต้องเข้าไปอยู่แล้ว ผมว่าให้มองในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับเราดีกว่า เพราะทุกสิ่งทุกอย่างทุกสถานที่มันมีทั้งสองด้านครับ”

5 ตั๊ก มยุรา พิ้งกี้ 7

ขอบคุณคลิปจาก ไนน์เอนเตอร์เทน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Avatar photo