Entertainment

หนุ่ม ศรราม ส่งทนายเตือน กุ้งพลอย ไม่ปลื้มพาลูกสาว ทำแบบนี้? ทั้งที่ยังไม่ถึงวัย

หนุ่ม ศรราม แจงละเอียดปมดราม่า ATK เผยส่งทนายเตือน กุ้งพลอย อย่าพาลูกสาวผาดโผน และเสี่ยงอันตราย ชี้ยังไม่เหมาะกับวัย พร้อมส่งคำเตือนคนคอมเมนต์หยาบแล้ว ถ้าไม่หยุดจะดำเนินการต่อตามขั้นตอน

จากกรณีดราม่าระหว่าง หนุ่ม ศรราม กับอดีตภรรยา ติ๊ก กนิษฐรินทร์ หรือ กุ้งพลอย ที่ครั้งนี้เกิดจากฝ่ายหญิงไม่ค่อยพอใจที่ หนุ่ม ให้ส่งผลตรวจ ATK ก่อนจะมาเจอลูก จนโพสต์ข้อความค่อนข้างแรงลงในไอจีสตอรี่ จนกลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ ล่าสุด (25 ก.ค.) พี่หนุ่ม ก็ได้ออกมาชี้แจงอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมเผยว่าได้ให้ทีมกฎหมายสื่อสารกับอีกฝ่ายเรื่องกิจกรรมที่จะทำกับลูก เลือกให้เหมาะกับวัยของลูกให้มากขึ้น รวมถึงส่งคำเตือนให้คนที่มาคอมเมนต์หยาบคายแล้ว ถ้าไม่หยุดจะดำเนินการต่อตามขั้นตอน

1 หนุ่ม ศรราม น้องวีจิ 7

หนุ่ม ศรราม เปิดใจสารพัดเรื่องราว

“เรื่อง ATK ก็เกิดมาสองสัปดาห์แล้ว ก็เป็นปกติเวลาที่คุณติ๊กจะมาเจอลูก ก็ต้องส่งผลตรวจ ATK มา หรืออาจจะมีบุคคลที่สามที่จะมาถ่ายคลิปน้องก็ต้องมีผลตรวจ ATK อยู่แล้ว แต่เมื่อเวลาสองสัปดาห์ที่แล้วในเวลาที่นัดกัน เขาไม่ได้มีการส่งผลตรวจมาให้ผม ผมก็เลยยังไม่ให้วีจิไปเจอ เพราะว่าก็อย่างที่เห็นกันว่าช่วงนี้มันกลับมาระบาด แล้วก็ติดกันง่ายอีกครั้ง แล้ววีจิเขาต้องไปเรียนโรงเรียนอนุบาลด้วย”

“เราก็ต้องบอกว่าเราห่วงแค่ลูกเราคนเดียวไม่ได้ ก็ต้องห่วงความปลอดภัยของลูก ๆ ของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นด้วย ถ้าวีจิติดแล้วไปโรงเรียน แล้วต้องไปติดลูก ๆ ของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่น มันก็จะยิ่งไปกันใหญ่ เพราะฉะนั้นก็พยายามกำชับและพยายามดูแลเรื่องความปลอดภัยให้ถี่ถ้วนมากขึ้น”

1 หนุ่ม ศรราม น้องวีจิ 5

“ตอนนี้ก็เคลียร์กันเรียบร้อยแล้วครับ คุณติ๊กก็เพิ่งเจอลูกไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จริง ๆ แล้วส่งผลตรวจมาก็จบครับ แต่พอดีก็มีคนติดต่อผมเข้ามาว่าโพสต์เป็นคำหยาบ และผมเองก็เห็นเขาเอามาให้ผมดูบ้าง แต่มันก็ไม่ได้มีชื่อหรือมันก็ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับผม ผมก็ไม่รู้นะครับว่ามันเกี่ยวข้องกับอะไร แต่ผมอยากจะให้ดูตรงหน้า username ครับ มันเป็นหน้าของวีจิเพราะฉะนั้นเราจะต้องรู้ว่า เวลาที่มันเป็นหน้าหรือเป็นรูปลูกเรา ถ้ามีคนเขียนคำหยาบกูมึงหรืออะไรต่าง ๆ เราก็ต้องดูว่ามันอยู่ที่หน้าลูกเราหรือเปล่า”

“สำหรับคอมเมนต์นี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง คือตอนนั้นผมลง TikTok กับลูก ลงรูปลูกก็มีคนมาคอมเมนต์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ผมก็สวนกลับไปแล้วก็แคปไว้ แล้วผมก็ให้ที่ปรึกษาทางกฎหมายดูว่าผมจะทำยังไงได้บ้างกับคนที่ประพฤติตัวแบบนี้ในโลกโซเชียล และพอผมโพสต์ว่าผมให้ทีมกฎหมายของผมเก็บหลักฐาน เขาก็มาพิมพ์ขอโทษผมในวันเดียวกันเลย ด่าผมเช้าแล้วมาขอโทษผมเย็น แล้วทัวร์ก็ลงเขาเลยครับ”

1 หนุ่ม ศรราม น้องวีจิ 1

“ถามว่าส่วนตัวให้อภัยเขาไหม คือผมให้ทีมกฎหมายเป็นคนดำเนินการครับ มันจะได้เป็นขั้นเป็นตอน เพราะว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นครั้งแรก มันต้องแคป username หาที่อยู่ส่งจดหมายไปตักเตือนก่อนนะว่าอย่าทำแบบนี้อีก ถ้ามีอีกครั้งเราจะดำเนินคดีไป มันก็เป็นตามขั้นตอน แล้วก็ไม่ใช่แค่คุณคนนี้คนเดียวนะ ผมทำทุกคน เพราะว่ามาในลักษณะนี้เยอะครับ แต่ที่ผมจะตอบน่ะน้อย ผมจะตอบเฉพาะที่ผมสุดจะทนแล้ว”

“หลัง ๆ ผมคิดว่าใครที่มายุ่งกับพื้นที่ส่วนตัวเรา เรามีสิทธิ์ที่จะตอบโต้เพราะเรามีสิทธิ์ที่จะชี้แจงว่ามันคืออะไร เราไม่ได้ทำใครเสียหาย มันเป็นรูปลูกเรา มันเป็นโมเมนต์ความทรงจำดี ๆ กับลูกเรา แล้วคุณเข้ามาทำแบบนี้ แล้วบางครั้งคนอื่นเขาเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อกันอีกเป็นพืด แทนที่เราจะเก็บโมเมนต์น่ารัก ๆ นี้ไว้กลายเป็นว่าคนก็มาสนใจเรื่องของพวกนี้ทั้งยวง ซึ่งผมว่ามันไม่คุ้มกันเลย ผมว่ามันก็ต้องทำอะไรให้มันถูกต้อง ถามว่าตักเตือนไปเยอะไหมเหรอ ผมไม่มีหน้าที่ไปตักเตือนใครหรอกครับ ผมมีหน้าที่แค่ดำเนินคดีเท่านั้นเอง”

1 หนุ่ม ศรราม น้องวีจิ 4

“คุณติ๊กเพิ่งเจอลูกไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คือผมไม่ได้เห็นเองนะครับ ผมไปทำงานกลับมาเจอลูกก็ถามเขาว่าทำไมเขาหงอย ๆ พี่เลี้ยงก็บอกว่ามันเป็นอย่างนี้นะ คือเครื่องทำขนมมันช็อตอยู่ ผมก็ถามว่าวีจิโดนอะไรบ้างหรือเปล่า เขาก็บอกว่าไม่โดน คือผมเองก็เป็นห่วงนะครับ ผมคิดว่าในวัยของวีจิ สิ่งที่เขาจะต้องเสริมนอกจากการเรียนรู้ปัจจุบันนี้ ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องว่ายน้ำ เพราะว่าตั้งแต่โควิดมา เขาก็ไม่ได้ว่ายน้ำอีกเลย และสิ่งที่ต้องเพิ่มเติมก็คือภาษาอังกฤษ ส่วนอะไรที่มันผาดโผนหรือไม่ปลอดภัย ผมค่อนข้างเป็นห่วงลูก”

“ถามว่าถ้าผมไม่ว่าง แม่เขาสามารถพาไปได้ไหม ไม่ได้สิครับ เพราะว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของติ๊ก ติ๊กเขาไม่มีสิทธิ์ แต่ก็ไม่ได้มีการพูดคุยกันว่ากิจกรรมไหนที่จะเหมาะสมกับช่วงวัยของวีจิ แล้วไลฟ์นั้นมันถูกลบไปแล้ว ก็มีพี่ ๆ ที่เขาแคปหน้าจอทันมาบอกเรา ซึ่งตัวเขาก็ไม่ได้แจ้งอะไรมา ซึ่งผมไม่เห็นรูปนั้นครับ ก็คงไม่ต้องคุยกันมากขึ้น เพราะว่าผมเป็นผู้ปกครองของวีจิแต่เพียงผู้เดียวอยู่แล้ว ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของผม”

1 หนุ่ม ศรราม น้องวีจิ 6

“คือการให้เขาเจอลูกเดือนละสองครั้ง คือคนอาจจะไม่เข้าใจ ผมก็ต้องขออนุญาตอธิบายอีกสักครั้งก็แล้วกัน คือผมกับลูกใช้ชีวิตปกติธรรมดาสามัญทั่วไปแบบพ่อลูก ไม่ได้อยากจะเป็นข่าวหรือดราม่าใด ๆ เลย แต่การให้ติ๊กเจอได้สองครั้งก็ต้องทำความเข้าใจว่า บางครั้งวีจิก็ต้องไปโรงเรียนจันทร์ถึงศุกร์ ผมถ่ายละครจันทร์ถึงพุธหนึ่งเรื่อง พฤหัสบดีถึงอาทิตย์อีกหนึ่งเรื่อง กว่าจะว่างก็เสาร์-อาทิตย์ หรือถ้าเกิดไปเรียนว่ายน้ำ ไปเรียนภาษาอังกฤษอีก ก็แบ่งกันเดือนละสองวัน ผมสองวัน ติ๊กอีกสองวัน มันก็โอเคนี่ครับ มันก็ไม่เห็นจะมีอะไรที่ดูไม่เหมาะสมตรงไหนเลย”

“ทุกอย่างดำเนินตามขั้นตอนของมันไปตามปกติอยู่แล้ว เอาตั้งแต่คุณติ๊กเขาท้องยังไม่ย้ายออก วีจิเพิ่งคลอด ผมทำงาน 7 วันเป็นเดือน ๆ วิดีโอคอลตลอด เข้าบ้านฉีดน้ำยาปุ๊บ ขึ้นห้องนอน เช้าตีห้าออกอีกแล้ว ทุกวันเป็นอย่างนี้ ชีวิตเป็นแบบนี้ แต่ถามว่าพอเกิดอุบัติเหตุล่าสุด จะต้องมาฟิกซ์วันกันใหม่ไหม อันนี้ก็คงต้องฝากที่ปรึกษาทางกฎหมาย แล้วก็พี่เลี้ยงเป็นคนสื่อสารกับเขา ว่าเราไม่อยากให้น้องเล่นอะไรที่มันผาดโผน หรืออะไรที่มันดูไม่ค่อยปลอดภัยทั้งที่มันยังไม่ถึงวัยเขา อะไรที่มันเป็นตัวเขา ถ้าถึงเวลาที่เขาชอบอะไรแล้วเราค่อยให้เขาเลือก บางทีเขาอาจจะไม่อยากขี่มอเตอร์ไซค์ ไม่อยากต่อยมวยก็ได้ ไม่อยากจะใส่กางเกง เพราะว่าเขาเป็นผู้หญิง เขาอาจจะอยากแต่งตัวสวย ๆ อยากจะถักเปียสวย ๆ อยากจะใส่ชุดสวย ๆ คือปล่อยเขา ถ้าถามว่ากลับมาเป็นครอบครัวกันได้อีกไหม ไม่ครับ เพราะว่าผมทำดีที่สุดทุกอย่างแล้วครับ”

1 หนุ่ม ศรราม น้องวีจิ 2

1 หนุ่ม ศรราม น้องวีจิ 3

อ่านข่าวเพิ่มเติม