Entertainment

‘ไวท์ ณวัชร์’ ย้อนคลิปเรื่องที่ห่วงแม่ สุดเจ็บปวด ม๊าโดนทำร้าย แต่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น

ไวท์ ณวัชร์ ย้อนคลิปเรื่องที่ห่วงแม่ เดินทางไปไหนมาไหนขอให้ปลอดภัย เผยรู้สึกเจ็บปวด ม๊าโดนทำร้าย แต่ลูกไม่ได้อยู่ตรงนั้น

เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและเฝ้าติดตาม สำหรับกรณีที่คุณพ่อของนักแสดงหนุ่ม “ไวท์-ณวัชร์ พุ่มโพธิงาม” ถูกหนุ่มคู่กรณีทำร้ายร่างกาย ด้วยการต่อยและยังตบหน้าแม่ของไวท์อย่างแรง หลังเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเฉี่ยวชนกัน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 กรกฏาคม ที่ผ่านมา ต่อมา พ่อของไวท์เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย เพื่อดำเนินคดีกับคู่กรณีอย่างถึงที่สุด

ภายหลังมีการสอบประวัติของชายคู่กรณี พบว่าเป็นลูกของผู้พิพากษาระดับสูงในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม และเคยก่อเหตุไว้หลายคดี อีกทั้งยังส่งข้อความข่มขู่ไวท์ ด่าว่าเป็นดาราโง่ ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

6 ไวท์ ณวัชร์1

ไวท์ ณวัชร์ ย้อนคลิปเรื่องที่ห่วงแม่ เดินทางไปไหนมาไหนขอให้ปลอดภัย

ล่าสุด (3 ส.ค.) ไวท์ ณวัชร์ ได้ออกมาโพสต์อินสตาแกรม @ww.nawat เผยคลิปจากรายการหนึ่งที่ตนเองและคุณแม่มาออกด้วยกัน โดยบางช่วงบางตอนเจ้าตัวได้พูดความในใจถึง หม่าม๊า บอกว่า “ห่วงอยู่แล้ว ห่วงเหมือนลูกทั่วไป ก็เดินทางไปไหนมาไหนขอให้ปลอดภัย ไม่ว่าจะไปขึ้นเหนือ ลงใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงใต้ ขอให้เดินทางปลอดภัยในทุก ๆ ที่ครับ”

พร้อมกับเขียนแคปชั่นไว้ว่า “รู้สึกเจ็บปวด ที่ม๊าโดนทำร้าย แล้วไวท์ไม่ได้อยู่ตรงนั้น”

6 ไวท์ ณวัชร์2

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ พบว่า มีการออกหมายเรียกคู่กรณี และเจ้าของรถให้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนก่อนวันที่ 10 สิงหาคม นี้ เบื้องต้นเตรียมแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย และทำให้เสียทรัพย์ แต่หากสอบสวนแล้วพบว่าเข้าข่ายความผิดอื่นอีกก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

ขณะที่ “นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล” โฆษกศาลยุติธรรม เผยว่า กรณีวิวาททำร้ายร่างกายถนนราชพฤกษ์ โดยมีการอ้างว่าคู่กรณีเป็นลูกของบุคลากรศาลยุติธรรมนั้น เมื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคล ศาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง การดำเนินคดีตามกฎหมาย จะไม่มีบุคลากรคนใดใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบได้ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ศาลยุติธรรมพิจารณาพิพากษาคดีด้วยความเป็นกลางอย่างอิสระ ไม่ว่าคู่ความจะเป็นใครต้องได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมและเป็นธรรม ยืนหยัดบนความถูกต้อง

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย Nawat P (@ww.nawat)

อ่านข่าวเพิ่มเติม