Entertainment

เนย ใจหล่นวูบ ติดตั้งแอพฯ ตามสามี เจอออกนอกเส้นทางที่ไม่ควรรู้ เรื่องที่ไม่เคยบอกใคร

กว่าจะมีชีวิตที่สุขสบาย ณ ตอนนี้ คุณแม่เนย โชติกา เรียกว่าผ่านชีวิตที่ลำบากมาไม่น้อย เมื่อได้มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 ได้เปิดใจว่าชีวิตที่ผ่านมาบ้านถูกยึดไปสองรอบ เลยตัดสินใจที่จะเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อหาเงินเพื่อที่จะช่วยครอบครัว แถมยังเล่าถึงความรักที่ต้องเจอกับความผิดหวัง เพราะถูกคนที่คิดว่ารักเราที่สุดหลอกคบซ้อน จนในที่สุดก็เจอกับรักแท้แต่ตัวเองก็กลายเป็นคนที่ระแวงและขี้หึงไป จนทำเรื่องนี้กับสามีคนปัจจุบันที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน พร้อมเผยคำพูดของที่สามีทำให้เสียใจที่สุด…

3 เนย โชติกา3

แรกเริ่มเดิมทีฐานะทางบ้านของ เนย เป็นยังไงบ้าง ?

เนย : ถ้าเดิมที เนย ว่าปานกลางค่อนข้างลำบากค่ะ เพราะว่าเราไม่ได้ใช้เงิน ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย ไม่มีเงินที่จะใช้อะไรที่เป็นของฟุ่มเฟือยเลย เราเป็นแบบว่าลูกชาวบ้านธรรมดา มันมีสองทางให้เลือกตอนนั้นค่ะ ก็เลยเลือกมาหา พี่เอ เพราะตอนนั้นกลับบ้านไม่ได้เพราะบ้านโดนยึด เกิดวิกฤตหนักมากค่ะ สงสารแม่มาก คือ แม่เนยโดนยึดบ้านไปแล้ว ไม่มีบ้านอยู่ค่ะ

เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของ เนย กับ คุณแม่ เห็นบอกว่าบ้านถูกยึดถึงสองครั้ง ?

เนย : สองรอบค่ะ ตอนแรก คือ เรายังเด็กอยู่ แม่น่าจะไปกู้นอกระบบด้วยค่ะ แล้วมันจะเป็นหนี้เยอะสุดท้ายก็มากกู้แบงค์ค่ะ เพื่อมาจ่ายหนี้นอกระบบอะไรประมาณนี้ เนย ก็ไม่ได้เข้าใจในตอนนั้น แต่พอมารอบที่สอง เนย ตัดสินใจมาหาพี่เอเลย ไม่ได้เข้าบ้านแล้ว เพราะว่าแม่บอกว่าอย่ามาเลยลูกเพิ่งจะได้ที่อยู่แบบเล็ก ๆ พอบ้านโดนยึดไป คุณแม่ก็ต้องมาหาบ้านเพื่ออยู่เล็ก ๆ ก็ไปเช่าบ้านอยู่ แล้วก็กรีดยางตอนตี 1-2 เลยค่ะ คือ แม่ลำบากมากเลย เราคิดว่าเราไม่เป็นแล้วมนุษย์เงินเดือน เราจะไปสู้ที่ พี่เอ นี่แหละโอกาสมันน่าจะดีกว่า ตอนแรกที่ เนย มาบ้าน พี่เอ เราก็คิดว่าเรามาสู้เอา เพราะเราก็ไม่ได้รู้จักนิสัยใจคอของเขาว่าเป็นยังไง เราจะมาอยู่กับอะไรไม่รู้เลย แต่เราเป็นอะไรที่โชคดีมากเพราะว่า พี่เอ เขาเป็นคนที่น่ารักมาก แล้วเขาเป็นคนใต้ คือ เราไปอยู่กับเขาเหมือนเราอยู่บ้านเลยค่ะ เหมือนกับเขาเป็นคนในครอบครัว แล้วเราไปเจอน้องสาวเขาคนหนี่ง ทำให้เรารู้สึกสบายใจขึ้นไปอีกเ พราะเรานอนห้องเดียวกับน้องสาว พี่เอ แล้วน้องสาว พี่เอ น่ารักมาก เนย มากระเป๋าใบหนึ่งเสื้อไม่กี่ตัวหรอกค่ะ เวลาจะออกไปออกงาน หรือว่าไปแคสงานเขาก็จะหาเสื้อผ้าให้ใส่ เขาก็เอาชุดเขาให้ เนย ใส่ไปแคสงานตลอดเลย เพราะว่า เนย ไม่ได้มีเสื้อผ้ามาที่จะสวย ๆ เลย ไม่มีเลย

ในวันที่ลำบากขนาดนั้นชีวิตของเรามาพลิกตอนไหน ?

เนย : คือ เนย ไม่เลือกงาน ไม่เลือกบท ลุยทุกอย่างถ้าผู้ใหญ่เขาอยากให้เราเล่นอะไร เราก็เล่นให้เต็มที่ ตอนนั้นเรารู้สึกว่าเราได้โอกาสเราก็ทำงาน ๆ ไปค่ะ งานแรกที่ได้ทำคือ เนย แคสจนผ่านได้เซ็นสัญญากับทางช่อง 3 ค่ะ ตอนนั้นมีเงินเดือนด้วย เป็นงานแบบอ่านคั่นรายการค่ะ ก้อนแรกที่ เนย ได้เลยคือ 30,000 บาท ก็โอนให้แม่หมดเลย (เพราะว่าเราเป็นห่วงแม่มาก ต้องออกไปกรีดยางเราก็ห่วงกลัวงู กลัวคน) เราก็บอกแม่ว่าค่อย ๆ ทยอยนะอะไรอย่างนี้ เราก็เล่าให้ พี่เอ ฟัง เขาก็บอกเราว่า น้องเนย ก็ตั้งใจอย่าเถลไถล เราก็เลยโอนเงินก้อนแรกไปให้แม่ แม่ก็เลยไปซื้อกะปิ น้ำปลา กระเทียม หัวหอม ที่มันเป็นของใช้จำเป็นมาขายก่อน มาเปิดเป็นเหมือนร้านขายของชำเราก็ทยอยให้แม่เรื่อย ๆ จนของเต็มร้าน เงินก้อนแรกที่เราให้แม่ไปเขาดีใจมาก เขารู้สึกว่าแบบเรามาแค่ไม่นาน เราก็เหมือนทำได้ แล้วเขาได้ดูเราทางหน้าจอ ซึ่งเงินที่เราโอนให้แม่ไปเขาก็บอกเราทุกอย่างว่าเขาใช้อะไรไปบ้าง เขาก็ถ่ายรูปให้ดูตลอด เหมือนเราก็สู้กันมาเรื่อย ๆ

ถามถึงเรื่องหัวใจกันบ้าง เห็นบอกว่าสาเหตุที่ เนย เป็นคนขี้หึงคือในอดีตเคยเจอคนเจ้าชู้มาก ?

เนย : ก่อนที่จะคบกับสามี เนย เคยคุยกับคนหนึ่ง เขาก็จะน่ารักทุกอย่างเลย แต่เขาจะโทร.จิกเราตลอด เนย ก็คิดว่าเขาคงรักเรามาก ประหนึ่งเป็นลมหายใจ ขนาดเราวางโทรศัพท์เขาก็จะเช็กด้วยว่าเราคุยอะไร แล้วเราก็ได้ไปเจอโทรศัพท์อีกเครื่องเราก็เลยรู้ว่า อ๋อ .. เธอหึงฉัน จิกฉัน เพราะว่าเธอทำแบบนี้นี่เอง เขามีโทรศัพท์สองเครื่อง และจริง ๆ แล้วเขาก็คบกับอีกคนอยู่ เป็นความบังเอิญที่ เนย มีบุญรู้เอง คือ เนย ก็นอนอยู่บ้านดี ๆ แล้วก็มีเบอร์เขามือลั่นโทร.เข้ามา เราก็ได้ยินเสียงเขากระหนุงกระหนิง ก็ทะเลาะกันไป แล้วก็ห่างกันไป เราก็เสียใจมากเพราะว่าไม่เคยคิดเลย เขาทำเหมือนว่าเราเป็นลมหายใจของเขา เหมือนเขารักเรามาก ซึ่งสิ่งที่เขาทำมันค่อนข้างจะสวนกันทุกอย่าง เพราะฉะนั้นมันเลยทำให้ เนย เปลี่ยนความคิดว่ามันไม่จำเป็นที่เราต้องมานั่งคุยกันตลอดเวลา ถึงเราจะอกหักแต่ไม่ได้เสียใจอะไรมาก เพราะว่าเรายังมีสิ่งที่ต้องทำหลายอย่าง

อย่างที่บอก เนย ยังต้องทำงาน เนย ก็เลยมีความหวังว่า ถ้าเราทำงานผู้ชายที่เราจะคบด้วย เขาต้องเป็นคนที่เคยมาเติมเต็มให้กำลังใจให้เรามีพลังในการทำงาน เพราะ เนย ไม่อยากจะทำงานแล้วต้องมาทะเลาะกับแฟนแล้วตอนเช้าเราจะไม่มีแรงทำงานแล้ว มันน่าปวดมากสำหรับ เนย เพราะเราคิดว่าคนที่เข้ามาเขาต้องมาแบบเติมเต็ม เป็นกำลังใจ ให้กำลังใจ ไม่ใช่คนที่มาฉุดให้เราต้องปวดหัวอยู่ตลอดเวลา เราตั้งกับตัวเองไว้แบบนั้น ซึ่งถ้าเราเจอคนที่ทำให้เราปวดหัว คือ พักก่อน อยู่คนเดียวได้ ความเจ็บปวดจากการอกหักไม่นานมากค่ะ เพราะว่า เนย ทำงานอย่างเดียวเลยแล้วก็ทำงานเจ็ดวันไปเลย ทำงานจน เนย ลืมไปเลย ทำให้ เนย รู้สึกว่าเราทำงานสนุกดีได้เงิน ก็ไม่ได้โฟกัสเรื่องนี้เลย เรายังไหว้พระขอบคุณที่ทำให้เรารู้ เพราะเรารู้เร็วคือมันก็ดีเพราะทำให้เรารู้ว่าเขาเป็นอย่างไร

3 เนย โชติกา1

เลยทำให้เราเป็นคนขี้หึง และตัดสินใจทำสิ่งหนึ่ง คือ ติดตั้งแอพพลิเคชั่นติดตามที่ไม่มีใครรู้มาก่อน แม้กระทั่งตัวคุณสามีเอง ?

เนย : โอ๊ย !! พี่ฉอด มันเป็นเรื่องที่ด้วยความมาออกรายการ พี่ฉอด ด้วยมันเหมือน เนย ไม่มีเรื่องเล่าเราก็เลยรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วหรือเปล่าที่เราต้องบอกเรื่องนี้กับทุกคนเป็นเรื่องที่ เนย เก็บไว้อยู่คนเดียวมานาน เพื่อนก็ไม่เคยรู้เลย คือ เนย ได้ติดตั้งแอพพลิเคชั่นไว้ แต่ต้องบอกแบบนี้ค่ะ ด้วยความมีอดีตต่าง ๆ เขาให้เกียรติเรา คือ ไม่เช็คโทรศัพท์กัน เราไม่เช็คก็เลยติดตั้งแอพพลิเคชั่น

แล้วมีไหมที่ออกนอกเส้นทาง ?

เนย : มีออกค่ะ และก็เป็นที่ เนย ไม่ควรที่จะรู้ด้วยโลเคชั่นวันนั้นมันเป็น รัชดาค่ะ แล้วเขาเหมือนบอกเราว่าเขามีประชุมกับแม่ คุยงานกับแม่ แต่มันเป็นรัชดาค่ะ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของความบันเทิง ใจของเราแทบจะหลุดออกจากหัวใจตรงนี้เลยค่ะ เพราะจุดที่เขาไปมันเป็นโรงแรมแล้วแอพพลิเคชั่นอันนี้คือไม่เสถียรมันจะวิ่งตลอดไม่หยุดอยู่ตรงจุด เราก็ไม่แน่ใจว่าเขาอยู่โรงแรม หรือ อยู่ตึก หรืออยู่อะไรไม่รู้ แต่ใจเราไม่ดีแล้ว เนย ก็ขับรถออกไปเลย แล้วก็โทรหาเขา ซึ่งเสียงรอบข้างก็ปกติมากเพราะเสียงมีคุยพูดคุยอยู่ (เสียงไม่ได้อยู่ในอ่างอะไรอย่างนี้) คือ เนย ก็มโนไปหมด แต่สิ่งที่เราได้ยินคือเสียงคนคุยปกติ แล้วคือต้องบอกเลยนะคะ ว่านี่เป็นครั้งแรกที่มาเล่า เพราะที่ที่เขาไปคือ เป็น Box Wedding (พูดแล้วจะร้องไห้) ฉันตามมาแล้วที่เราเห็นคือ เขาจะขอเราแต่งงานหรือเปล่า เราก็ไม่กล้าพูด แล้วก็มีอยู่ช่วงหนึ่งเหมือนว่าเขาจะคุยเรื่องแต่งงานบ่อย (ซึ่งเราก็คิดกับตัวเองว่าฉันไม่ควรรู้เลย หรือจะจริง หรือจะใช่) เรื่องนี้ต้องบอกว่า เนย ไม่เคยบอกใครมาก่อน ที่เขาไปคุยก็คือเรื่องแต่งงานนี่แหละ แล้วเขาก็บอกเรามาตลอดว่าถ้าเขาจะขอเราแต่งงานจะไม่ขอต่อหน้าคนเยอะ ๆ นะ เพราะว่าเขาขี้อาย

และหลังจากที่เรารู้โลเคชั่นนั้นแล้ว เนย สั่งชุดสวย ๆ ไว้เต็มตู้เลยค่ะ คือ สวยทุกวันเลย เพราะต้องมีสักวันหนึ่งที่เขาขอเราแต่งงานแน่นอน เราก็จัดเต็มทุกวัน แล้วเรื่องนี้ เนย ไม่เคยบอกเพื่อน แม้แต่เพื่อนสนิทเพราะว่ามันเป็นเรื่องที่มันบอกไม่ได้ เราไม่รู้ว่าจะไปบอกเพื่อนว่าอย่างไรดี ก็กลายเป็นว่าเราสวยทุกวัน จนวันเกิดที่เขาขอแต่งงานค่ะ แต่ในวันนั้นเราก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะขอเพราะว่าเป็นวันที่เพื่อนเยอะ ซึ่งวันนั้นเขาก็สร้างพล็อตอีกก็คือเพื่อนเขาทะเลาะกันวุ่นวายเลยค่ะ ในงานวันเกิด เนย บอกว่าเฮ้ย !! ไปช่วยหน่อยเขาทะเลาะกันแล้ว เนย ก็วี๊ดเลยค่ะ เนย ก็บอกว่าไม่ได้จะมาทะเลาะกันในงานวันเกิดของ เนย ไม่ได้ เขาก็บอกเราว่าไปเคลียร์ให้หน่อยข้างบนพอเราขี้นไปก็เจอเขายืนอยู่คนเดียว แล้วเขาก็ขอเราแต่งงานบนนั้นจริง ๆ ก็คือ ขอสองคนจริง ๆ แต่จะบอกว่าเพื่อนไม่รู้เลยค่ะ เพราะว่าเขาไม่บอกเพื่อนเลยสักคน เขาทำเองคนเดียวหมดเลย เพื่อน เนย ไม่รู้เลยรู้คือวันนั้นเลย เพราะถ้าเพื่อน เนย รู้คนหนึ่ง เนย รู้แน่นอน เเราแค่มองหน้าเพื่อนเราก็จะรู้แล้ว เราก็ร้องไห้น้ำตาแตกมากเพราะไม่ได้คิด เพราะว่าเราเตรียมตัวในวันอื่น ๆ มาเยอะ แต่วันนั้นก็สวยนะคะ

ต้องถามเรื่องหนึ่งคือ เป็นไปได้เหรอที่คนสองคนที่อยู่ด้วยกัน 13 ปี ไม่เคยทะเลาะกันเลย ?

เนย : น้อยมากเลยค่ะ คือ เนย จะมีเถียงกันคุยกันเรื่องลูก ถ้าก่อนที่จะมีลูกคือ แทบไม่มีเลย แต่พอมีลูกแล้วเราก็จะคุยกันเรื่องลูก อาจจะมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่จะทะเลาะกันแบบที่คุยกัน ป๊า เรามีทะเลาะแบบกระโชกโฮกฮากไหม เราร้องไห้ หรืออะไรแบบบางทีเราลืม เรามีช็อตไหนที่เราทะเลาะกัน เราก็นึกกัน เอาจริง ๆ นึกทุกคืนเลย เพราะลูกหลับเราก็จะถามสามีว่า เรามีทะเลาะกันไหม เพราะว่ามาที่ Club Friday Show หนูจะต้องมีอะไรมาเล่าไง เพราะเรามารายการเขา เราจะไม่มีเรื่องเล่าไม่ได้นะ ทำการบ้านหนักมากสองคนยังหาไม่เจอเลย หนูมานั่งนึกว่าอาจจะที่เรารู้สึกว่าที่เราไม่ได้ทะเลาะกัน อาจจะเพราะว่าพอมันผ่านมาแล้ว มันก็เลยดูง่ายไปแล้ว แต่ถ้าถามปัญหาที่พอมีบ้างคงเป็นความเป๊ะของสามีที่มีต่อการเลี้ยงลูก คือ เขาจะเป็นคนเป๊ะ เราอยู่ด้วยกันเราจะรู้เลย เขาจะเป็นคนมีระเบียบค่ะ ของที่อยู่ที่บ้านถ้าวางอยู่ตรงไหน จะอยู่ตรงนั้นเลย ส่วนในเรื่องของการเลี้ยงลูกเขาก็จะเป็นคนเป๊ะมาก แต่มันก็เป็นข้อดี ความเป๊ะของเขาคือ ตื่นเวลานี้ กินข้าวเวลานี้ เล่นเวลานี้ ซึ่งตัว เนย ไม่อยากให้มีความเป๊ะในเรื่องเวลาอะไรขนาดนั้น อยากให้เขาได้ผ่อนคลาย เรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่ เนย กับเขาคุยกันเยอะที่สุด แต่คุณสามีเขาก็จะมีเหตุผลบอกเราว่า เห็นไหมพอถึงเวลาเขาก็จะรู้ว่าเขาต้องทำอะไร ถ้าไม่ถึงเวลา เขาก็จะไม่ขอเลย อย่างเช่น พอเขาโตขึ้นเขาก็จะมีเวลาดูการ์ตูน 45 นาที หลังจากทานของว่าง เขาจะไม่ถามก่อนนั้นเลย เพราะเขาจะรู้เวลาของเขาว่าทานของว่างแล้วถึงจะได้ดู นั่นอาจจะเป็นข้อดีในความเป๊ะของ คุณสามี

3 เนย โชติกา2

เห็นบอกว่ามีคำพูดหนึ่งของคุณสามีที่แทงใจดำทำให้เสียใจไม่เคยลืม ?

เนย : โหดสุดที่เขาพูดกับเราที่เรารู้สึกเสียใจคือ อยู่ ๆ เขาก็บอกว่า อื้อ !!! เนย ก็รู้สึกว่าอะไรปกติป๊าไม่เคยพูดอะไรแบบนี้กับเนย เรารู้สึกว่าเหมือนเขารำคาญเรา รู้สึกว่าไม่ใช่แล้ว ทำไมป๊าเปลี่ยนไป ทำไมทำแบบนั้นไม่น่ารักเลยนะ แล้วเขาก็บอกเราว่าเดี๋ยวใจเย็นก่อนค่อยมาคุยค่ะ ถามว่า เนย เจอ คุณอาร์ม สามีที่ไหน คือ เนย เจอเขาในงาน ตอนนั้นสอบเสร็จเรียนปริญญาโทอยู่ ปี 1 แล้วเราก็ไปกินเลี้ยงกัน เขาก็เป็นเพื่อนของเพื่อนเราอีกทีหนึ่ง เขาก็มาด้อม ๆ มอง ๆ ไม่คุยด้วยค่ะ เป็นเหมือนเพื่อนเขามาคุยแทนเขาว่า เพื่อนเขาอยากเรียนต่อมีอะไรแนะนำไหม (ตอนนั้น เนย ก็เริ่ม ๆ เล่นละครแล้วค่ะ ออกอากาศไปเรื่องหนึ่ง) แต่เขาเป็นคนไม่ดูละคร เขาไม่รู้เลยค่ะว่าเราเป็นดารา เขาก็นึกว่าเราเป็นแค่นักเรียนค่ะ เขาก็ให้เพื่อนเขาเข้ามาคุยหมดเลยให้เราแนะนำเขาว่าเขาจะเรียนต่อต้องทำอย่างไร แล้วเขาก็เป็นคนนิ่ง ๆ ไม่ได้เป็นคนคุย เราก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ณ ตอนนั้น แต่ด้วยความที่เราเป็นคนที่ชอบสายตี๋อยู่แล้ว เนย ก็ว่าน่ารักดี แต่อย่างอื่นคือไม่ได้เลย อย่างเขาดูขับรถแบบรถแต่งดูเป็นรถสปอร์ต ดูเป็นเพลย์บอย ดูขับรถเร็ว ๆ เราก็บอกเพื่อนเราว่า ดูแล้วเราไม่โอเค เพราะด้วยตอนนั้นเรายังไม่ได้คุยกันเยอะด้วยเป็นที่เรามองภาพภายนอกของเขามากกว่า ซึ่งเราก็บอกเพื่อนว่าเราไม่โอเค แต่สุดท้ายเขาคือ คนที่ดีที่สุดในชีวิตของเรา

ผ่านอุปสรรคในชีวิตมาเยอะมากมาถึง ณ จุดนี้ อยากบอกอะไรคุณแม่บ้าง ?

เนย : คือ เนย กับ แม่จะเป็นคู่ที่บ่อน้ำตาแตกคู่ คือ ร้องไห้กันบ่อยมากทุกวันนี้ยังร้องไห้อยู่เลย ทุกวันนี้ที่แม่มาเห็นเราอยู่บ้านหลังใหญ่ เราซื้อออฟฟิศใหญ่โต แม่ ก็จะร้องไห้ทุกครั้ง แล้วเวลาพูดย้อนอดีตกันแม่ก็จะร้องไห้มากอดทุกครั้งเลย ก็อยากจะบอกแม่แบบ (ร้องไห้) ทำทุกอย่างเพื่อแม่จริง ๆ ดีใจที่ตัวเองทำสำเร็จแล้วก็เป็นลูกที่ประสบความสำเร็จให้แม่ดีใจอย่างนี้ค่ะ เรื่องที่ห่วงคุณแม่คือ คุณแม่ ดื้อค่ะ ทุกวันนี้ยังกรีดยางอยู่เลย คือ ก็ไม่ได้กรีดตี 1-2 แล้วนะคะ แต่แม่บอกว่าฉันตื่นหกโมงเช้าได้ ไม่มีงูแน่นอน แม่บอกว่าการกรีดยางของแม่คือ เป็นการออกกำลังกายค่ะ เพราะว่าได้ขยับตัวได้มีเหงื่อออก เราก็เลยโอเค ๆ ไม่ห้ามกันค่ะ เขาก็บอกว่ากรีดนิดหน่อยหลังบ้าน แต่แม่เป็นคนที่แข็งแรงดีมาก ๆ แต่เขามีความสุขที่จะอยู่ที่บ้าน เขาไม่อยากมาอยู่ที่กรุงเทพฯ เนย อุตส่าห์แบบซื้อบ้านที่ให้มีบริเวณมีสวนเผื่อแม่จะตัดสินใจอยากมาอยู่กับเรา แต่พอเขามาอยู่เขารู้สึกว่าเวลาที่ต้องไปทานข้าว หรืออะไรมันนานไปหมดเลยค่ะ แต่ถ้าเขาอยู่ที่โน้นเขามีสวน มีไร่ มีนา มีผัก คือเขาสะดวกตรงนั้น ถ้าแม่ฟังอยู่ก็ไม่ต้องกรีดแล้วก็ได้นะ (ซับน้ำตา) ซึ่งคำหนี่งจะบอกแม่ตลอดว่า แม่ห้ามตายนะ ต้องอยู่ใช้เงินก่อนเพราะมีเงินให้แม่ได้ใช้อีกเยอะนะ (ยิ้ม)

ชมคลิปย้อนหลังได้ทาง CHANGE2561

อ่านข่าวเพิ่มเติม