ดูหนังออนไลน์
Entertainment

เป็ด เชิญยิ้ม ร่ำไห้ ผวาเสียงโทรศัพท์ กลัวได้รับข่าวร้ายซ้ำ หลังโควิดคร่าชีวิตคุณแม่

เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของศิลปินตลกชื่อดัง เป็ด เชิญยิ้ม หรือ ดร.ธัญญา โพธิ์วิจิตร ที่ต้องสูญเสีย คุณแม่วิจิตร โพธิ์วิจิตร วัย 89 ปี ไปอย่างไม่มีวันกลับ เมื่อช่วงหัวค่ำของ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา ด้วยอาการติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่คุณพ่อวัย 93 ปี ก็ติดเชื้ออีกคน และกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยคุณพ่อ-คุณแม่ ของอาเป็ด ติดเชื้อมาจากแม่บ้าน

ปกอาเป็ด1

โดยงานพิธีฌาปนกิจ มีขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (1 ก.ค.) เวลา 11.00 น. และจะมีพิธีสวดพระอภิธรรมอัฐิ ตั้งแต่วันที่ 1-3 กรกฎาคม เวลา 18.00 น. ที่วัดพระศรีมหาธาตุบางเขน ซึ่งภายในงานมีเหล่าคนดัง คนบันเทิงมาร่วมไว้อาลัยอย่างมากมาย งานพิธีฌาปนกิจนี้ ถูกจัดในรูปแบบของ Social Distancing จะเคลื่อนย้ายร่างมาที่เมรุโดยรถโรงพยาบาล พร้อมกับเจ้าหน้าที่ ที่สวมชุดป้องกัน PPE ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติและครอบครัวที่มายืนรอรับศพโดยไม่สามารถเข้าใกล้หรือขึ้นไปบนเมรุได้

โดยล่าสุด (1 ก.ค.) อาเป็ด ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ ว่า “โรคนี้มันโหดร้ายมาก เพราะในชีวิตคุณแม่ 89 ปี พ่ออายุ 94 ปี อยู่แต่ในบ้าน ดูหลานอย่างเดียว แม่บ้านดันไปเอาโควิดเข้ามา ดีที่สุดก็คือต้องดูแลคนสูงอายุให้ดีที่สุด ดูสภาพคงรับรู้ แม้จะได้เห็นหน้าแม่ผมสักครั้ง สุดท้ายก่อนส่งเขาไปสวรรค์ก็ไม่มีโอกาส ผมได้ล้างเท้าเขาเดือนเมษายน วันสงกรานต์ ล้างเท้าพ่อ ล้างเท้าแม่ และได้ยินเสียงแม่ ที่อวยพรวันเกิดให้ผม ทุกวันที่ 8 มิถุนายน เช้าขึ้นมา 10 โมง ผมจะได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอยู่ตลอด เป็ดเหรอลูก นี่แม่นะ เป็ด 67 แล้วนะลูก ลูกต้องสู้นะ ลูกต้องแข็งแรงนะ ลูกต้องสุขภาพดีนะ ลูกต้องไม่เจ็บไข้ได้ป่วยนะ แล้วปีหน้าผมจะไม่ได้ยินเสียงนี้อีกแล้ว

อาเป็ด

วันที่ 18 แม่เข้าโรงพยาบาล โทรศัพท์วีดิโอคอลไป ผมอยากได้ดูหน้าแม่ ก็ทำไม่เป็น ลูกหลานต้องไปหาซื้อเครื่องใหม่ เพื่อที่จะให้พยาบาลวีดิโอคอลให้ดู แล้วก็ได้คุยกับแม่ แม่อยู่นั่น แม่ไม่ได้เป็นอะไรนะ เอาแม่ไปอยู่กักตัว แม่จะได้อยู่ใกล้หมอ ไม่กล้าบอกแม่ว่าเป็นโควิด หมอจะได้ดูแลแม่ได้ ดูแลพ่อได้ แม่อยู่ได้ไหม แม่อยู่ได้อยู่สบาย ทำบุญทุกที่ บนทุกเรื่อง วันที่ก่อนเขาจะเสีย เมื่อวานผมต้องไปพัทลุง หมอโทรมาก่อน อาการเริ่มทรุดลง เขาถามว่าปั๊มไหม ขอให้ปั๊มขึ้นมาก่อน รอผมก่อนได้ไหม ปรากฏว่าไม่ทัน ท่านเสียตอนทุ่มนึง

กลัวมาก กลัวเสียโทรศัพท์มันจะดังขึ้นมาอีก แล้วมันโทรมาจากโรงพยาบาล ผมกลัวมาก ผมกลัวจริง ๆ ก็ยังทรง ๆ อยู่ ไม่มีโรค แต่มันทรมาณนะ เสียงโทรศัพท์กลายเป็นโรคจิตว่าอย่าโทรมาอีก จะทำลายกันถึงไหน มันลงปอดได้ แค่ใส่ท่อหายใจ หมอบอกเขารำคาญ ยังโอเค ความดัน หัวใจ ยังโอเค ได้อยู่ ก็ได้คุย เขาเดินไปทั่ว เขาบ่น หูไม่ค่อยได้ยิน ผมให้รู้ไม่ได้ แค่อัฐิแม่ จะทำยังไง หรือบอกพ่อก็เหมือนแช่งพ่ออีก เราไม่รู้จะทำยังไง ใครไม่อยู่ตรงนี้เขาจะไม่เข้าใจ ไม่รู้เลย ไม่เคยเจอปัญหาแบบนี้ โหดร้าย อยู่ในโลกของโจรมันล้อมเราไว้หมด อย่าให้อะไรมันเข้าบ้านเราเลย ให้ยาปกติอยู่ แต่พอหนักอยู่ที่ผม ตอนแม่ก็แจ้งผม กลัวจริง ๆ มันใจร้าย มันโหดจริง ๆ

อาเป็ด1

ผมเป็นเด็กที่เกเรที่สุด เขาก็ยังไปตาม เราอยู่ใกล้เขามากที่สุด ผมอยากจะล้างเท้าเขา เช็ดเท้าเขา อยากกอด ทาแป้งให้เขา หอมเขา แม้กระทั่งปิดหน้า หน้าแม่ก็ไม่มีโอกาสได้เห็นครั้งสุดท้าย มันใจร้ายที่สุด มันมีวัคซีน 20-21 เพิ่งได้วัคซีน ลงหมอพร้อม เขาไม่เห็นพร้อมให้สักที แต่ความสูญเสียมันยิ่งใหญ่สำหรับผม ทำอย่างเดียวเหมือนอยู่ในดงโจรต้องปิดบ้านให้ดีที่สุด”

ขอบคุณ NineEntertain Official

อาเป็ด2

อ่านข่าวเพิ่มเติม