ดูหนังออนไลน์
Entertainment

แพทย์เผยทำไม ‘น้าค่อม’ อาการทรุดเร็ว รักษา 19 วัน โควิดยังอยู่ – เจอเชื้ออีกตัว ?

วันที่ 30 เมษายน – รายการ “โหนกระแส” ทางช่อง 3 หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ในฐานะผู้ดำเนินรายการ สัมภาษณ์ รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษากรมการแพทย์และกรมควบคุมโรค มาให้ความรู้ว่าทำไม น้าค่อม ชวนชื่น ตลกชื่อดังถึงทรุดเร็วจนเสียชีวิต และเกิดอะไรขึ้น เชื้อรุนแรงขึ้นหรือยังไง

ได้ทราบข่าวแล้วตกใจมั้ย ?

“ก็ตกใจ ย้อนกลับไปถึงวันสงกรานต์ จำได้ว่าที่เราคุยกันกับน้าค่อม ก่อนอื่นขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติพี่น้องของน้าค่อมด้วย และขอบคุณน้าค่อมที่ได้สร้างความสุขให้พวกเรามาโดยตลอด ผมจำได้ว่าวันนั้น วันที่ 13 เม.ย. น้าค่อมก็ยังเตือนตอนสุดท้ายว่าโปรดระวังตัวหน่อยนะ อย่าเดินทางมาก ขอบคุณน้าค่อมที่ยังเตือนพวกเราอยู่ตลอด ก็เป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ครับ เพราะโรคนี้เป็นโรคระบาดโรคใหม่”

วันนั้นมีโอกาสสัมภาษณ์น้าค่อม ต่อหน้าอาจารย์ ตอนนั้นอาการไม่มีอะไร ไม่มีไอ ไม่มีไข้ อาจารย์ยังพูดว่าถ้า 7 วันไม่ทรุดลงก็น่าจะโอเค แต่อันนี้ดูแล้วเป็นยังไง ?

“ส่วนใหญ่อาการของโรคที่จะรุนแรงหรือเป็นมาก ก็จะโผล่ขึ้นมาภายใน 7 วันนี่แหละ โอกาสที่เชื้อพอเลย 7 วัน มีโอกาสรุนแรงได้ แต่น้อยกว่า วันนั้นที่สัมภาษณ์ น้าค่อมเป็นมา 3 วัน หลังจากนั้นอีก 3-4 วันแกก็ทรุดลง”

ไล่ไทม์ไลน์น้าค่อมจริง ๆ วันที่ 11 น้าค่อมไปตรวจหาเชื้อ 12 เม.ย. ทราบผลยืนยันว่าติดเชื้อ เข้ารพ. วันที่ 13 เม.ย. คุยกับเราตอนอยู่ รพ. ถ้าย้อนกลับไป เขาเจอคุณบอลในวันที่ 6-7 ได้รับเชื้อมา 5 วัน แล้วไปตรวจหาเชื้อวันที่ 11 วันที่ 12 ได้รับการยืนยัน แสดงว่ารับมาแล้ว 5 วัน วันที่ 13 ที่เราคุยกัน แกยังไม่มีอาการเลย ต้องนับจากวันไหน ?

“ต้องนับจากวันที่ตรวจเชื้อเจอคือวันที่ 11 และทรุดเข้าไอซียูวันที่ 17 ห่างกันประมาณ 6 วัน อันนี้เป็นข้อมูลทางการแพทย์ เวลาจะดูว่าคนไข้จะหนักจะทรุดอยู่ตรงนี้ วันนั้นผมยังพูดถ้าหลัง 7 วันสบายดี โอกาสที่จะสบายดีจะเยอะ แต่สังเกตดูนะ วันที่ 17 เข้าไอซียู 18 แกมีอาการเหนื่อย แล้วโรคนี้เป็นโรคที่ทางการแพทย์ หมอไอซียูต้องจับนอนคว่ำนะ ใส่ท่อช่วยหายใจ ทุกข์ทรมานมาก”

ตอนน้าค่อมย้ายจาก รพ.สินแพทย์ ไป รพ.วิภาราม น้าค่อมเริ่มเหนื่อย หายใจลำบาก รพ.ตอนแรกให้ออกซิเจนที่จมูกเฉย ๆ แต่สุดท้ายไม่ไหว เลยใส่ท่อไปที่ปอด เพื่อพยุงปอด ตรงนั้นเกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องใส่ลงไปที่ปอด ?

“ถ้าให้ออกซิเจนดมทางจมูกแล้ว เขาจะมีการตรวจวัดค่าออกซิเจนในเลือดตลอด และดูอาการด้วย ถ้าค่าออกซิเจนในเลือดไม่ดี มีอาการเหนื่อย อันนี้ไม่ดี จำเป็นต้องใส่ท่อแล้ว การใส่ท่อเป็นการตัดสินใจของแพทย์ที่ดูแลคนไข้ทางด้านปอด”

อันนี้ถือว่ารุนแรงหรือยัง ?

“รุนแรงแล้วครับ เป็นสัญญาณเตือนแล้ว”

เพราะระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ?

“ถูกต้องครับ ภาวะหายใจล้มเหลวจะมีการตรวจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นออกซิเจนในเลือดต่ำ ระบบการหายใจ หายใจกี่ครั้ง ถี่แค่ไหน คนไข้ต้องใช้แรงเบ่งมากน้อยแค่ไหน เราถือว่าเป็นภาวะหัวใจล้มเหลว ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ”

หลังจากนั้นน้าค่อมปอดแฟบ เป็นภาวะเดียวกันมั้ย ?

“ปอดแฟบต้องดูว่าเกิดจากสาเหตุอะไร แต่ส่วนใหญ่เสมหะไปอุด จะแฟบชั่วคราว เราต้องดูดเสมหะออกมา ปอดก็ขยายได้ แต่ปอดที่เป็นฝ้า เป็นเพราะเชื้อโรคพอลงไปในปอด ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง มันก็ไปดึงพวกเซลล์น้ำเหลืองมาชุมนุมอยู่ตรงนั้น เลยเกิดเป็นรอยฝ้าขึ้น รอยฝ้าขึ้นจะทำให้การเปลี่ยนแปลงออกซิเจนในปอดไม่ได้ พูดง่าย ๆ ว่าเนื้อตรงปอดตรงนั้นทำงานไม่ได้ นี่คือต้องมีการนอนคว่ำเพื่อเอาส่วนที่เป็นเนื้อปอดที่ไม่ค่อยทำงาน ให้ยกอยู่ข้างบน ข้างล่างลมจะได้เข้าไปแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ดีขึ้น”

ความทรมาน ?

“ทรมานมาก แต่ผมไม่เคยใส่นะ แต่ดูจากภาพแล้วคนไข้บ่นทรมานมาก หลายคนที่เป็นหมอไอซียูเขามักต้องน็อกคนไข้ ให้ยานอนหลับแล้วน็อกเลย เพื่อไม่ให้เจ็บดิ้นรน เจ็บหรือรำคาญก็ปน ๆ อยู่ในนั้น เผื่อใครถึงขั้นต้องเข้าไอซียูแล้ว เรียนให้ทราบว่าเป็นเรื่องใหญ่ น้าค่อมเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าผู้ที่มีอาการรุนแรง โรครุนแรง จะถึงจุดนี้มากกว่า แต่คนแข็งแรงดี เป็นหนุ่มสาวก็มีโอกาสเป็นได้ อันนี้ก็แล้วแต่แต่ละคน ที่ภูมิต้านทานแต่ละคนตอบไม่ได้”

สมัยก่อนเราเชื่อว่าโควิดจะเล่นงานเฉพาะคนสูงอายุมีโรคประจำตัว แต่วันนี้เห็นเลยว่าอายุ 24 มีภาวะแค่เป็นภูมิแพ้ ก็เสียชีวิตเหมือนกัน เชื้อมันแรงมากขึ้นหรือยังไง ?

“หลังจากที่มีเชื้อเก่า ที่เราผ่านระลอกหนึ่ง ระลอกสองมาแล้ว เชื้อใหม่คือสายพันธุ์อังกฤษ เรารู้เลยว่าสิ่งที่ตอบได้คือระบาดกว้างขวางมากขึ้น เร็วขึ้น สองคือเชื้อตอนแรกรุนแรงจริงหรือเปล่า สุดท้ายพบว่าน่าจะมีความรุนแรงมากขึ้น เจอปอดอักเสบ ปอดบวมมากขึ้น อีกอย่างคือเราจะเห็นว่าการระบาดระลอกสาม มาจากหนุ่มสาว เขาเอาเชื้อไปในครอบครัว ครั้งนี้เราจะเห็นเด็กที่เป็นโควิดสูงขึ้น คนแก่ก็เป็นมากขึ้น เพราะเด็กกับคนแก่อยู่ในบ้าน หนุ่มสาวเอาเชื้อไปสู่ในครอบครัว ขอเตือนนิดนึงว่าอันตรายมาก ทั้งกลุ่มเด็กและคนแก่เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงมาก”

ตอนแรกน้าค่อมมีภาวะทางเดินหายใจล้มเหลว ปอดแฟบ ต้องใส่ท่อลงไปในปากไปพยุงปอด ทุกคนภาวนาขอให้ดีขึ้นแต่ไม่เป็นแบบนั้น อีกวันถัดมา น้าค่อมไตวาย ทำไมเกิดภาวะนี้ได้ ?

“เมื่อไหร่ที่ร่างกายมีการอักเสบ เมื่อมีเชื้อปั๊บร่างกายจะมีการตอบโต้ด้วยกระบวนการทางร่างกาย ทำให้ร่างกายอักเสบ และมีผลต่อทุกอวัยวะของร่างกาย ไตก็เป็นส่วนหนึ่ง เมื่อไตอักเสบ เลือดส่งไปเลี้ยงที่ไตน้อยลง ก็มีโอกาสเกิดไตวายได้ อันนี้เป็นผลข้างเคียงที่ตามมา จากการที่ปอดไม่ค่อยทำงานแล้ว ก็จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ผมไม่เห็นข้อมูลนะ แต่พอคาดการณ์ได้ว่าเป็นไตวายเฉียบพลันจากภาวะการติดเชื้อที่รุนแรงมาก ร่างกายผลิตสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบออกมา และมันจะไปทุกแห่ง อันนี้เป็นจุดอ่อนอันนึงที่จะทำให้มีโอกาสทำให้เป็นไตวาย ไตวายก็พยุงโดยการฟอกเลือด ฟอกไต”

ช่วงที่กำลังสัมภาษณ์ ศพน้าค่อมกำลังเคลื่อนย้ายไปที่วัด แล้วมีการฌาปนกิจน้าค่อมในวันนี้เลย เวลา 15.00 น. วิธีการคือนำร่างน้าค่อมเข้าไปสู่เมรุ มีการทอดผ้า มีพระสัก 4 รูป สวดอภิธรรมให้น้าค่อม และนำน้าค่อมเข้าไปสู่ภายในเมรุ หลังจากนั้นน่าจะมีการเก็บอัฐิในวันนี้ และจะมีการทำบุญอีกครั้ง สิ่งหนึ่งซึ่งตกใจมาก ปกติคนรักษาโควิด ประมาณ 14 วันรับยาไปแล้ว ถ้าไม่มีอาการหนักจะทุเลาและดีขึ้น แต่ที่แน่ ๆ เชื้อโควิดน่าจะหายไปใน 14 วัน แต่น้าค่อม 19 วัน เอาแค่เข้ารพ.วันที่ 12 จนวันนี้ 19 วัน ทำไมยังมีเชื้อโควิดอยู่ ?

“ปกติ 14 วันร่างกายต่อสู้ได้หมด คิดว่าปัญหาคือหนึ่งถ้าร่างกายอ่อนแอ จะสู้ไม่ดีเท่าคนหนุ่มสาว มันถึงพัฒนากลายเป็นโรคที่รุนแรง สองช่วงที่ปอดอักเสบรุนแรง ออกซิเจนในปอดต่ำลง ทางการแพทย์จะใช้ยาตัวนึง เป็นยาสเตียรอยด์ เพื่อลดอัตราการอักเสบ ถ้าปล่อยให้อักเสบมาก ปอดจะเป็นฝ้าเต็มไปหมดจนเสียชีวิต สเตียรอยด์ตัวนี้ นอกจากลดการอักเสบ ข้อเสียอีกอันคือจะทำให้เชื้ออยู่ได้นานขึ้น ไม่ว่าจะเชื้อไวรัสโควิดหรือแบคทีเรีย ผลของน้าค่อมที่ช่วงหลังที่เป็นรุนแรง จนกระทั่งไตวาย เลือดเป็นกรดอะไรต่าง ๆ ปอดเป็นฝ้า เกิดจากเชื้อก่อให้เกิดการอักเสบที่รุนแรงมาก”

ค่าเหลืองในตับสูงมาก หลังย้าย รพ. หมอฟอกเลือดตลอด 24 ชม. ให้ยาทุกสิ่งทุกอย่าง หลังจากนั้นเห็นว่าเจอเชื้อแบคทีเรีย โควิดก็อยู่ที่ปอด แบคทีเรียก็อยู่ที่ปอด มันมีผลในทางนี้มั้ย ?

“เรื่องของเรื่อง เชื้อแบคทีเรีย เป็นเชื้อที่อยู่ในสิ่งที่แวดล้อม อยู่ในที่ไหนก็ได้ ในคอน้าค่อมก็มี ในลำไส้ของแกก็มี เชื้อตัวนี้จะออกมาจู่โจม ในเวลาที่ร่างกายอ่อนแอมาก ๆ มันจะมาแล้ว และก่อปัญหา เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ร่างกายอ่อนแอมาก ๆ เมื่อไหร่ มันก็มา ซึ่งหลาย ๆ ท่านที่อยู่ในไอซียูนาน ๆ เราจะเห็นว่ามันมีปัญหาเรื่องการใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ตัวแล้วตัวเล่า ถ้าโชคไม่ดี ไปเจอตัวที่ดื้อมาก ๆ เกือบไม่มียารักษา เพราะตัวแบคทีเรียพัฒนาการดื้อยาไปมากขึ้นเรื่อย ๆ”

คุณหมอแจ้งกับครอบครัวว่าทำทุกวิถีทาง ให้ยาทุกตัว เครื่องมือเต็มที่ช่วยกู้น้าค่อมกลับมา จน 6 โมงเย็นมีการแจ้งกับครอบครัวว่าน้าค่อมไม่ไหว อาการหนัก อาจจะยื้อไว้ไม่ได้ เรื่องนี้เป็นมาตั้งแต่ตอนไหน ที่พอประมวลได้ ตอนไตวายหรือเปล่า ?

“แพทย์ที่ดูแลในไอซียูก็เป็นแพทย์ชุดเดิม ๆ คนเดิม ๆ เขารู้หมดเลย ตอนนี้เดินมาถึงจุดไหนแล้ว พอเดินถึงจุดไหนปั๊บต้องพยายามติดต่อกับญาติคุยตลอด ตอนนี้มีหวัง ตอนนี้เริ่มแย่ ต้องเข้าใจนะ ข้อมูลที่คุณหนุ่มให้มา หนึ่งไตวาย ค่าตับเสียไปมาก”

ค่าเหลืองคืออะไร ?

“คือตับ ที่จัดการกับพวกน้ำดีอะไรต่าง ๆ ฉะนั้นพอจัดการไม่ได้ตับวาย ไม่ใช่แค่ไตวายอย่างเดียว ตับก็วายด้วย ค่าเหลืองคือตับทำงานไม่ได้ อันนี้น่าจะเป็นไตวาย ตับวาย ปอดก็วาย เขาถึงใส่ท่อช่วยหายใจ ฉะนั้นแพทย์ผู้ดูแล ผมเชื่อว่าเขาดูแลเกี่ยวกับคนไข้วิกฤติที่อยู่ในไอซียูแบบนี้ทั้งหมด ดังนั้นเรียนได้เลยว่าเต็มที่แล้ว ผมก็เชื่อว่าตอนก่อนมีอาการหนัก แพทย์อาจมีการให้ข้อมูล แสดงว่าหัวใจอาจหล่อเลี้ยงได้ด้วยยา จนวันนึงหัวใจไม่ตอบสนองต่อยาที่ทำให้หัวใจเต้น ก็เริ่มแย่ลง ปอดก็ลง ตับก็ลง ทุกอย่างจู่โจมไปหมด”

โควิดไม่ได้จู่โจมแค่ปอดเหรอ ตับไตก็ไปด้วย ?

“น้อยครับ ส่วนใหญ่ตับไตที่ไป เป็นผลจากการอักเสบ อักเสบเริ่มต้นคือทางเดินหายใจ”

มันไปซ่อนตามสมองได้มั้ย ?

“โรคนี้เพิ่งเกิดขึ้นปีกว่าเท่านั้น แต่ถามว่าไปที่ตับ เส้นเลือดได้มั้ย ได้หมด ในคนที่ไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อได้ มันก็จะไปหมด แต่ส่วนที่สำคัญที่สุดน่าจะเกิดจากการอักเสบ เวลาเชื้อเข้าร่างกายมนุษย์ ไม่ว่าอ่อนแอแค่ไหน ก็จะมีการอักเสบ การอักเสบบางคนก็ก่อผลร้ายต่อร่างกาย อันนี้เป็นตัวอย่างหนึ่ง ทำให้มีอาการตับวาย ไตวาย ทางเดินหายใจวายด้วย อันนี้เรื่องใหญ่”

น้าค่อมเคลื่อนศพไปฌาปนกิจ จริง ๆ แล้วจำเป็นต้องเผาวันนี้ ?

“จริง ๆ ต้องทำความเข้าใจว่า ศพผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ ทางการแพทย์เราเขียนแนวทางไว้แล้วว่าวิธีจัดการศพเราทำยังไง แน่นอนคนที่แพทย์พยาบาลที่ดูแลก่อนเสียชีวิต นั่นคือเสี่ยงที่สุด ศพเหล่านี้ก่อนมีการบรรจุใส่โลง ต้องมีการพ่นยา ใส่ถุงซิปล็อก 3 ชั้น แต่ละชั้นก็มีการพ่นยาฆ่าเชื้อทุกชั้น ฉะนั้นอันนี้มั่นใจว่าศพจะไม่สามารถแพร่เชื้อได้และศพเหล่านี้คำแนะนำทางการแพทย์คือ หนึ่งเวลาญาติโยมต่าง ๆ ขอความกรุณาอย่าเปิดศพดูหน้า เพราะว่ามีโอกาสเชื้อแพร่ได้ จริง ๆ เขามีซีลไว้หมดแล้ว เรียบร้อย ผมก็คิดว่าการแพร่เชื้อจากศพที่อยู่ในโลง โอกาสมันเกือบศูนย์เปอร์เซ็นต์”

เพราะศพหายใจไม่ได้ พ่นละอองออกมาไม่ได้ แต่สารคัดหลั่งติดอยู่ตามตัวได้ ?

“ใช่ เรียนให้ทราบว่าโรคนี้มาจากทางเดินหายใจ ฉะนั้นศพไม่สามารถสั่งน้ำมูกได้ ไม่สามารถไอได้ โอกาสแพร่เชื้อเป็นศูนย์เลย”

จำเป็นต้องเผาในวันเดียวมั้ย เพราะตามวัดทุกวัดที่ทราบ ศพต้องเผาเลย ?

“จริง ๆ สวดแล้วเผา ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ แต่เป็นเรื่องของทางสังคม ที่บอกว่ารีบ ๆ เผาไปเถอะ เราจะเห็นว่าศพพวกนี้ส่วนใหญ่ก็เผาเลย จริง ๆ สวดก็ได้ เพราะศพไม่ได้แพร่ไปไหน แต่ญาติโยม พระสงฆ์องค์เจ้าไม่ค่อยไว้ใจ เรียนให้ทราบว่าไว้ใจได้ เพราะเชื้ออยู่ในร่างกายศพ มีการซีล คลุม 3-4 ชั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะแพร่ออกมา ยกเว้นท่านไปเปิด เราถึงแนะนำไม่ให้เปิดโดยเด็ดขาด”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

 

The Bangkok Insight Editorial Team