ดูหนังออนไลน์
Entertainment

เอ๊าะ กีรติ เปิดหมดเปลือก ยอมรับเคยโดนภรรยาจับได้ว่ามีกิ๊ก?!

เอ๊าะ กีรติ รับเคยโดนภรรยาว่าจับได้ว่ามีกิ๊ก

พร้อมเปิดมุมมองดี ๆ อีกด้านของการใช้ชีวิต ที่หลายคนคาดไม่ถึง

    ถ้าพูดถึงนักแสดงอารมณ์ดี พิธีกรอารมณ์ขันทุกคนต้องยกให้ เอ๊าะ กีรติ เทพธัญญ์ เขาคนนี้เลยทีเดียว ที่ไม่ว่าจะพูดหรือทำอะไรก็สร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนที่อยู่รอบข้างเสมอ อย่างล่าสุดที่เจ้าตัวก็มาเยือนรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 ก็ได้เปิดเรื่องลับที่โดนภรรยาจับได้ว่ามีกิ๊ก พร้อมเปิดมุมมองดี ๆ อีกด้านของการใช้ชีวิต ที่หลายคนคาดไม่ถึง

batch 211 1

เอ๊าะ กีรติ เมื่อก่อนผมเคยเป็นนายแบบจริงๆเวทีที่ผ่านมาคือ นิตยสาร The Boy แต่ดูจากตอนนี้หลายๆคนไม่เชื่อ เพราะบางอย่างเรารังไว้ไม่ได้แต่เราก็ทำให้ชีวิตของเราสนุกเถอะ เพราะเราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เราจะได้ตื่นขึ้นมาหรือเปล่า

ถาม แต่ในความเป็นนายแบบในความเป็นนักแสดงของเขา เอ๊าะ กีรติ ก็เป็นสายฮามาโดนตลอด

เอ๊าะ กีรติ ชอบครับเพราะว่าเป็นตัวของเราเพราะว่าตอนเรียนก็เป็นแบบนี้ เพราะเราอยู่ในฝั่งของเด็กกิจกรรมมาตลอดเราชอบความสนุก

ถาม หน้าตาหล่อๆทำกิจกรรเยอะเมื่อก่อนแปลว่าต้องเป็นหนุ่มฮอตแน่ๆ

เอ๊าะ กีรติ ไม่หรอก ก็คือ เป็นเพื่อนกันพอมันใกล้กันเกินไปมันไม่สามารถอะไรได้ไม่งั้นมันแบบถ้าทำกิจกรรมอันนี้อยู่แล้วถ้าเกิดมีเรื่องรักๆเกิดขึ้นมาแล้วถ้าเกิดมันเกิดอะไรขึ้นทำให้กิจกรรมนี้ไม่สำเร็จเราเลยไม่ยุ่งดีกว่า ก็เลยจะไปต่างโรงเรียนหน่อย พอต่างโรงเรียนแล้วก็ลำบากเพราะเราจนไง

ถาม เมื่อกี้ใช้คำพูดว่าเราจนมาก เราจนขนาดนั้นเลยเหรอ

เอ๊าะ กีรติ มันไม่สบายเหมือนในวันนี้ คือ เทียบกันว่าลูกเราในวันนี้คืออยากได้อะไรได้หมดเลย แต่เราในวันนั้นที่ตอนเราเป็นเด็กเราไม่เคยได้อะไรเลย แม้กระทั่งเงินที่จะได้ไปโรงเรียนหรือเงินที่จะซื้อไอติมหลังเลิกเรียนไม่มีแม้กระทั่งตรงนั้นเลยนะ กลับบ้านก็นั่งรถสองแถวเข้าบ้านแล้วก็พอกลับบ้านเราต้องกินข้าวคลุกน้ำปลา แต่มันไม่ได้เป็นชีวิตที่แย่นะ เป็นชีวิตที่มันทำให้ผมมีความสุขมา แต่ผมมาเทียบกับลูกเราตอนนี้เราไม่ได้สบายเหมือนตอนนี้ เราเลยพยายามทุกอย่างให้ แม่ สบายที่สุด

batch 212 1

ถาม แต่ยังไงก็แล้วแต่แรงบันดาลใจที่ทำให้เราเข้าสู่วงการบันเทิงตอนนั้นคือ อยากให้แม่สบาย

เอ๊าะ กีรติ คือ มันเริ่มต้นจากผมไม่อยากเริ่มต้นจากอาชีพนี้นะผมอยากเป็นข้าราชการใส่สูท ทำงานเอกสารเพราะว่าพ่อของเราเป็นข้าราชการเราอยากเป็นอย่างนั้นมากกว่า แต่วันหนึ่งเราทำกิจกรรมอยู่แล้วมีคุณภูลิตา บุญเสริม น้องหน้าตาดีมาเป็นนายแบบไหมเราก็บอกว่าไม่ๆเพราะว่าในยุคนั้น (มีข่าวว่าใครที่จะเข้าวงการต้องเสียเนื้อเสียตัว) ซึ่งมีข่าวแบบนี้เยอะมากเราก็เลยเฉลยๆจนเข้ามาอีกรอบหนึ่งเราก็เลยอะไรคือนายแบบก็พารุ่นพี่ไปซื้อนิตยสารมาดู (แล้วเราก็ไม่มีเงินด้วยนะเอาเงินรุ่นพี่ซื้อ) พอเรามาเปิดดูก็รู้ว่ามีประกวดจริงๆก็เริ่มจากตรงนั้น ตอนนั้นอายุประมาณ 18-19 ครับ คือเราก็เอาหนังสือพิมพ์นี้กลับไปถามแม่ แม่ก็สนับสนุนเต็มที่เลยว่าเอาสิเป็นประสบการณ์นอกชั้นเรียน พอเราได้ยินประโยคนี้จากแม่เราก็ไปเลยทำเลย คือ อะไรที่มันเป็นสิ่งที่อยู่ในห้องเรียนมันทำไม่ได้ แล้วที่เราอยู่ในห้องเรียนแม่บอกเราไว้แล้วว่ามีเงินจ่ายแค่ 4 ปี ต้องจบแต่อนุญาตให้เราทำงานไปด้วยได้ ซึ่งตอนนั้นเราก็ตั้งใจว่าทำยังไงก็ต้องจบ และต้องทำงานด้วยเพราะเราอยากหาเงินเอากลับมาให้ที่บ้านให้ได้

ถาม และให้แม่เป็นคนเก็บเงินให้ด้วยทุกบาท 

เอ๊าะ กีรติ ตั้งแต่วันที่หาเงินได้จนถึงทุกวันนี้ แม่ก็จะเป็นไฟแนนซ์แม่เขาจะเป็นคนจัดการทั้งหมด ส่วนเราจะเป็นคนที่ดูสภาพคล่อง คือ แม่จะเป็นคนที่บริหารเงินให้เอาไปลงทุนต่างๆที่ดินทุกแปลง บ้านทุกหลังที่ซื้อคือ แม่จัดการหมด แล้วเราก็ขอเงินแม่ทุกวัน พอเราโตขึ้นเราก็ได้วันละ 1000 บาท (เราจะขอเขาเป็นวัน) เพราะที่เราทำแบบนี้เพราะว่าเดี๋ยวเราไม่มีเรื่องคุยกับเขาตอนเช้านี่เป็นความตั้งใจของเรา คุณจะคุยอะไรกับแม่ เจอทุกวันตั้งแต่เล็กจนโต คำถามอะไรคือเรื่องที่คุยกันทุกวัน ถ้าไม่หาเรื่องที่จะคุยกับเขา เราจะเอาปัญหาไปคุยกับเขาก็ไม่ได้นะครับ มันไม่ใช่หน้าที่ลูกที่จะคุยกับแม่ แต่หน้าที่ลูกคือแม่เงิน ตอนเช้าคือเราต้องทานข้าวด้วยกัน ห้ามเอามือถือเข้ามากินข้าวด้วย เรามีหน้าที่ต้องกินแล้วให้เขาได้คุยกับเรา ที่เราให้คุณแม่เก็บเงินของเราทั้งหมดเพราะว่าเวลาที่คุณแม่จะใช้จ่ายอะไรเขาสามารถเอาไปจ่ายได้เลย แต่เวลาที่เราจะใช้จ่ายอะไรแล้วขอคือ ยากมาก แล้วมันก็ท้าทายเราขึ้นไปอีก คือ แบบนี้เรื่องคุยมันมีนะ ชีวิตมนุษย์มันต้องหาเรื่องให้ชีวิตหมายถึงว่า เรื่องที่ดีๆหาเรื่องที่จะทำกับมันอย่าปล่อยให้เวลาเลยไปเพราะว่าแม่กำลังอายุเริ่มนับถอยหลัง เราก็กำลังเข้าสู่วัยถอยหลัง ลูกกำลังจะเดินหน้ามันต้องแมตช์มันได้หมดถามว่าพูดนี้คือเท่ห์มาก ถามว่าทำยากไหม โคตรยากเลยแต่ถ้าเราทำได้เราจะภูมิใจ

batch 213

ถาม แล้วมีวันที่เศร้าของ เอ๊าะ กีรติ คือ วันไหนบ้าง ความเศร้าเป็นแบบไหน คือ มีเรื่องเล่ามาว่าภรรยาจับได้ว่ามีกิ๊ก

เอ๊าะ กีรติ เรื่องเศร้ามีทุกวันอยู่แล้ว แต่ช่วงที่โดนจับได้คือ โลกมืดเลย ซึ่งเราก็วางแผนไว้นานแล้วด้วยซึ่งเราก็ดูล่ะว่าเราน่าจะได้กินเหยื่อที่เราเล็งไว้แล้วแน่นอน แต่ภรรยามาบุกจับก่อน (คือ แบบนี้ครับ เราแค่คุย แต่เราก็ลบทุกข้อความที่เราคุณกับคนนั้น แต่ลบไม่ได้ยกเลิกข้อความ) ซึ่งภรรยาของผมเขาไปทำวิธีไหนไม่รู้เขาไปดึงข้อมูลตรงนั้นกลับมาได้) ซึ่งตอนที่เขาจับเราได้ก็นั่งคุยกับปกติอยู่แบบนี้เลย เขาถามว่าพี่เป็นอะไรหรือเปล่า เราก็บอกว่าพี่ไม่ได้เป็นอะไรเลย คือตอนที่เขาถามมันไม่มีเหตุของประโยคนี้ขึ้นมาเลย เท้าของเราคือเย็นเจี๊ยบขึ้นมาเลยจนเราต้องมอบตัว ซึ่งภรรยาของเราการุณานะเขาก็บอกเราว่าพี่โกหกไม่เก่งเลยนะ อย่าโกหกเลย (ซึ่งเราก็รู้เลยว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไร เรากำลังจะสารภาพ แต่เขาก็บอกว่าไม่ต้องพูดเปิดให้ดูเลย) แต่งเรื่องนั้นมันก่อนแต่งงานนะครับ

ถาม แล้วเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้กี่รอบ

เอ๊าะ กีรติ ที่เป็นแบบนี้คือ รอบเดียว เพราะตอนแรกเราคิดว่าเราจะไม่มีลูกไม่แต่งงานอยู่แล้ว เพราะตอนแรกเราตั้งใจว่าจะโสดทำงานอย่างนี้ ถ้าเราชอบกันก็อยู่ด้วยกันเลย ไม่มีงานแต่งานอะไรก็ขอโทษผู้หญิงทุกคนด้วยนะครับ แต่มันก็มีจุดเปลี่ยนที่ทำให้คิดว่าเราอยากแต่งงานคือ มีอยู่วันหนึ่งที่เราทำงานอยู่ซึ่งเป็นงานที่ปิดโรงแรมหมดเลยพอเราทำหน้าที่เสร็จคือ เราเหนื่อยมากข้าวก็กินไม่ได้ น้ำก็กินไม่ลงเลย เสร็จคือเราก็มานั่งเป็นคนแบบช็อกอะไรสักอย่างที่มันเหนื่อยเกินไปแล้วก็คุณก้อย เขาก็นั่งอยู่ข้างๆเราแล้วผมก็พูดว่า แต่งงานกันไหม เขาก็คงเหนื่อยด้วยก็เลยตอบเราว่า เออ ซึ่งตอนที่บอกคือไม่ได้มีความโรแมนติกไม่ได้มีความอะไรเลย แล้วเราก็ไม่ได้คุกเข่าบอกเขาด้วยว่าเราจะแต่งงาน แต่เราก็รักษาคำพูดแล้วเราก็กลับมานั่งนึก มันคงถึงเวลาจริงๆเพราะปนะโยคนี้มันไม่น่าออกมาจากปากของ เอ๊าะ ได้เลยแน่นอน แล้วก็มีความรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่มีค่ามากแล้ว เพราะในวันที่เราสบายเข้าไม่เคยอยู่เลย แต่วันที่เราทุกข์ยาก ไม่มีเงินเลยเขานั่งอยู่ แล้วเขาเป็นคนไม่เคยโทรตามเลยตั้งแต่เป็นแฟน จนเราแบบไม่โทรไม่ถามเลยเหรอ แต่ทุกวันนี้ โทรทุกวัน โทรทั้งวันเลย (หัวเราะ)

อ่านข่าวเพิ่มเติม