ดูหนังออนไลน์
Entertainment

ไบรท์ น้ำตาคลอ โต๋ สู่ขอกลางรพ. เผยคำพูดแม่เจ้าสาว ตอนนี้การรับรู้น้อยลงแล้ว

เป็นว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวป้ายแดงอีกคู่ของวงการบันเทิงไทย สำหรับคู่ของนักร้องหนุ่มเสียงดีอย่าง โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร และผู้ประกาศข่าวสาวสวย ไบรท์ พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ หลังคบหาดูใจกันมานานถึง 9 ปี กระทั่งฝ่ายชายได้บุกเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานกลางรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ แบบสด ๆ ในช่วงเช้าของวันคริสต์มาส ท่ามกลางทีมงานและครอบครัวของหนุ่มโต๋ ทั้งคุณแม่ พี่ น้อง ที่มาร่วมแสดงความยินดีและต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว

14 โต๋ ไบรท์ 6

ล่าสุด (25 ก.พ.) โต๋ – ไบรท์ ได้ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรก ย้อนเล่าถึงความประทับใจในโมเมนต์สุดพิเศษ พร้อมเผยถึงบรรยากาศการจัดพิธีหมั้นแบบเรียบง่าย โดยมีเพียงผู้ใหญ่จากทั้งสองครอบครัวร่วมเป็นสักขีพยาน

โต๋ : “ก็เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ที่ผ่านมา ผมตั้งใจเลยว่าอยากจะไปขอไบรท์แต่งงาน เลือกวันที่ 25 ธันวาคม เพราะว่ามันเป็นวันที่มีความหมายสำหรับเราทั้งคู่ เป็นวันแรกที่เราเริ่มคบกันอย่างเป็นทางการ คือวันคริสต์มาสเมื่อ 9 ปีที่แล้ว แล้วก็ที่รายการด้วย เลยอยากไปขอเขาในที่ของเขา

หลาย ๆ คนเคยถามว่าทำไมไม่ไปขอบนคอนเสิร์ตล่ะ ถ้าเป็นศิลปินก็ต้องขอบนคอนเสิร์ตสิ ผมรู้สึกว่าเราควรจะไปขอผู้หญิงในที่ที่เขาสวยที่สุดเลยก็คือที่ที่เป็นบ้านของเขา ซึ่งก็คือที่รายการเรื่องเล่าฯ แล้วก็ไปขอบคุณแฟนเพลง แฟนข่าวที่ติดตาม เพราะทุกคนคงเห็นคู่เรามาตั้งแต่วันแรกเมื่อ 9 ปีก่อนครับ แล้วก็อยากจะไปขอทุกท่านด้วยว่าเราจะแต่งงานกันแล้วนะ

แล้วพอวันที่ 2 มกราคมปีนี้ เราเลยจัดเป็นงานพิธีสู่ขอและพิธีหมั้นเล็ก ๆ ในครอบครัวกันเองที่โรงพยาบาล เพราะว่าผมอยากให้คุณแม่ของไบรท์ ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่เห็นและมั่นใจว่าลูกสาวจะมีคนดูแล รวมถึงให้คุณแม่ได้อวยพรด้วย มันเป็นสิ่งที่มีความหมายมาก ๆ สำหรับเราทั้งคู่และครอบครัวของเราครับผม”

14 โต๋ ไบรท์ 4

ไบรท์ : “คือจริง ๆ ช่วงนั้นถ้าย้อนไปคุณแม่ก็จะตื่นไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ เนื่องจากว่าด้วยตัวโรคก็ต้องระงับอาการปวดด้วยมอร์ฟีน ซึ่งจะทำให้หลับเยอะ แต่ว่าเช้าวันนั้นคุณหมอให้ยากระตุ้นก่อนหนึ่งวัน เพื่อให้การรับรู้คุณแม่ดีขึ้น ซึ่งเช้าวันนั้นเราก็ลุ้นกันอยู่ว่าเช้านี้แม่จะตื่นมาสดชื่นหรือเปล่า เพราะว่าคืนนั้นก็ได้ยานอนหลับไปอีกด้วย

ปรากฏว่าเช้าวันนั้นไบรท์ว่าด้วยความเป็นแม่ แล้วเราไปบอกเขารับรู้ได้ว่าวันนี้มันจะมีอะไรเกิดขึ้น ไบรท์ว่าวันนั้นเขาฮึบมากนะ เพราะไบรท์กับแม่สนิทกันมาก ฮึบเพื่อที่อย่างน้อยมีแรงที่จะได้อวยพรลูก (เสียงสั่น) ซึ่งวันนั้นเราใช้เวลาไม่นานเลยค่ะ เพราะว่าคุณแม่ก็จะเหนื่อยมาก ไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็เป็นอันเสร็จสิ้น

คุณหมอก็ถามคุณแม่ว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง วันนี้ลูกสาวจัดงานต่อหน้าคุณแม่เลย แม่ก็บอกว่าดีใจ ได้ทำหน้าที่สุดท้ายแล้ว (น้ำตาคลอ) ซึ่งโดยส่วนตัว ไบรท์ดีใจที่มันเกิดขึ้น เพราะว่าจากวันนั้น มาจนถึงวันนี้ ถ้าพูดกันตรง ๆ ก็คือการรับรู้มันก็น้อยลงตามลำดับของคุณแม่

คือไบรท์ว่าอย่างน้อยแม่เขาได้รับรู้ว่า ต่อไปไบรท์จะมีคนดูแล แม่ไม่ต้องห่วง จะมีโต๋ มีครอบครัวของโต๋ มีคุณพ่อคุณแม่ ที่จะมาดูแลไบรท์เพิ่ม เพราะว่าไบรท์กับแม่คือสนิทกันมากค่ะ เหมือนกับเป็นคนละครึ่งกันของชีวิตเลย (เสียงสั่น) ดังนั้นไบรท์ว่าแม่เขาก็คงคิดว่ามันจะหนักมาก ถ้าเขาจะไม่อยู่ ไบรท์ก็รู้สึกว่าแม่น่าจะสบายใจมากขึ้น เพราะว่าพอหลังจากนั้น ช่วงที่เขายังสื่อสารได้ ไบรท์ก็ถามเขาว่า เขาเป็นห่วงอะไรไบรท์ไหม เขาก็ส่ายหัว ว่าเขาไม่มีอะไรเป็นห่วง”

14 โต๋ ไบรท์ 5

ในฐานะเจ้าบ่าวเราได้บอกอะไรกับคุณแม่บ้าง ?

โต๋ : “ก็อย่างที่ทุกคนคงเคยดูนะครับ ผมตั้งใจบอกกับคุณแม่เลย แล้วก็ตั้งใจให้คุณพ่อคุณแม่ของผมไปด้วย เพราะว่าอยากให้คุณแม่มั่นใจเลย ว่าผมและครอบครัวผมจะรักไบรท์ จะดูแลไบรท์ เหมือนลูกสาวคนหนึ่งเลยครับ ผมบอกคุณแม่ว่า คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลไบรท์ อยู่ข้าง ๆ ไบรท์ตลอด เหมือนที่คุณแม่จะอวยพรเราประจำ อยากให้คุณแม่ได้เห็น อยากให้คุณแม่ได้ยินด้วยตัวเองครับ แล้ววันนั้นมันก็มีความหมายมาก ผมยังจำแววตา ที่คุณแม่ยิ้มรับให้ผมได้ มันเป็นสัญญาที่ผมให้สัญญาไว้แล้ว แล้วผมก็ทำตามทุก ๆ อย่าง

ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันผ่านการปรึกษา ผ่านการขออนุญาตกับคุณหมอหมดแล้วครับ เอาจริง ๆ แล้วแพลนแต่งงานของผมทุกอย่าง ผมแพลนไว้กลางปีนี้ครับ เราคิดว่าเราจะทำกลางปีนี้ครับ แต่ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว พอคุณแม่ของไบรท์ไม่สบายหนัก คุณหมอก็พูดกับผมว่า ถ้าอยากจะทำอะไร ควรรีบนะครับ ผมก็เลยเลื่อนทุก ๆ อย่างมา จากตอนแรกนึกว่าจะเป็นกลางปีนี้ ก็เลื่อนมาเร็วขึ้นหมดเลย เพราะสิ่งที่สำคัญก็คือมันไม่ใช่แค่ตัวเราอย่างเดียว เราอยากให้คุณแม่เขาได้เห็น ว่าไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลลูกสาวเขา”

14 โต๋ ไบรท์ 3

ตอนนี้เราทั้งคู่วางแผนเรื่องงานไว้ยังไงบ้าง ?

โต๋ : “เอาจริง ๆ แล้วพอเสร็จงานหมั้น ผมวางแผนไว้ว่าเราจะจัดงานกันปลายปี แต่เอาจริง ๆ แล้ว ณ ตอนนี้ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา มันเป็นช่วงเวลาที่หนักสำหรับเราทั้งคู่ เพราะว่าคุณแม่ไบรท์ไม่สบายหนัก ไบรท์ต้องดูแลคุณแม่ต้องทำงานด้วย เราก็พยายามอยู่ข้าง ๆ กันตลอด แล้วเมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมาผู้จัดการผมก็มาเสียกะทันหันด้วย ก็พยายามอยู่ข้างกัน พยายามปลอบใจกันตลอดว่ามันจะต้องเดินผ่านช่วงนี้ไปนะ

ก็เลยไม่มีเวลานึกถึงเลยว่าเราจะจัดเมื่อไหร่ เราจะหาฤกษ์เมื่อไหร่ จะแพลนเมื่อไหร่ เรื่องนั้นยังเป็นเรื่องรองอยู่เลยครับ เพราะว่าตอนนี้ทุกอย่างในชีวิตมันเยอะมาก ๆ ที่ต้องจัดการครับ ณ วันนี้ก็เป็นช่วงที่หนักสำหรับเราทั้งคู่ครับ ช่วงนี้ต้องประคับประคองอยู่ด้วยกันครับ ให้กำลังใจกันทุกวันครับ ส่วนเรื่องงานฉลองเอาไว้ก่อนครับ เดี๋ยวไว้พร้อมเมื่อไหร่ ก็เดี๋ยวค่อยบอกครับ ถามว่าจะจดทะเบียนก่อนมั้ย คือ ณ ตอนนี้ยังไม่ได้คิดอะไรสักอย่างเลยครับ เพราะว่าไม่มีเวลาคิด ไม่มีเวลาทำอะไรเลย ณ ตอนนี้ เพราะว่าอย่างที่บอกมันหนักกันแล้วมาพร้อมกันในช่วงเวลานี้”

ไบรท์ : “คือโฟกัสของไบรท์ตอนนี้อยู่ที่คุณแม่เป็นหลักเลย เดี๋ยวจบงานนี้ก็จะไปที่โรงพยาบาล ปกติที่ไปอ่านข่าวตอนเช้าอ่านเสร็จก็คือไปโรงพยาบาลทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ด้วย ก็พยายามจะใช้เวลากับเขาให้ได้มากที่สุดค่ะ เรื่องอื่น ๆ ก็เลยคุยกันว่าเดี๋ยวค่อยว่ากัน เอาตรงนี้ให้มันดีที่สุดก่อนแล้วก็พอดีโต๋มามีเรื่องของพี่วิด้วย ก็เลยต้องค่อย ๆ ประคับประคองกันไปค่ะ”

14 โต๋ ไบรท์ 2

14 โต๋ ไบรท์ 7

14 โต๋ ไบรท์ 11

14 โต๋ ไบรท์ 8

14 โต๋ ไบรท์ 9

14 โต๋ ไบรท์ 10

อ่านข่าวเพิ่มเติม