Entertainment

จากนักแสดงสู่ผู้ประกาศข่าว หนุ่ม กรรชัย เจอถามแรง ดราม่าเทียบชั้น สรยุทธ-กั๊กแขกรับเชิญ


ผันตัวจากจากนักแสดงชื่อดัง มาเป็นทั้งพิธีกร และผู้ประกาศข่าวอย่างเต็มตัวแล้ว สำหรับ หนุ่ม – กรรชัย กำเนิดพลอย ที่ล่าสุด (16 มี.ค.) หนุ่ม กรรชัย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เปิดใจผ่าน รายการตีสิบเดย์ ทางช่อง 33 เผยความรู้สึกถึงการเปลี่ยนชีวิตจากนักแสดงมาเป็นผู้ประกาศข่าว รวมถึงประเด็นดราม่าต่างๆ นานา ทั้งดราม่าทียบชั้น สรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรข่าวคนดัง, กั๊กแขกรับเชิญ รวมถึงโดนดูถูกอย่างหนักจากคนในวงการเดียวกัน

3 หนุ่ม กรรชัย 4

ผันตัวจากนักแสดง พิธีกร มาเป็นผู้ประกาศข่าวแบบเต็มตัว เพราะความบังเอิญ “จริงๆ แล้ว จะบอกว่ามันเป็นโชคหรือความบังเอิญก็ได้ เพราะก่อนหน้านี้ตนทำงานพิธีกรมาเยอะมาก แทบจะทุกอย่าง ทั้งรายการผี รายการเด็ก เกมโชว์ ทอล์กโชว์ จนกระทั่งวันหนึ่งได้มีโอกาสมาทำรายการโหนกระแสที่ช่อง 3 ปรากฏว่าทางผู้ใหญ่เห็น เลยชวนลองมาอ่านข่าวดู เพราะคิดว่าน่าจะทำได้ แต่ทางผู้ใหญ่ก็ได้บอกให้ตนคิดดีๆ เพราะว่าชีวิตความเป็นส่วนตัวจะหายไปเลย”

3 หนุ่ม กรรชัย 3

ไม่มีใครมาแทนใครได้ ดราม่าเทียบชั้น “สรยุทธ” ทุกคนมีแนวทางของแต่ละคน “ในหลักของความเป็นจริงแล้วมันไม่มีใครมาแทนใครได้ พี่ยุทธก็มีแนวของแก แกเป็นกรรมกรข่าว แกก็จะทำข่าวของแกมาตลอดในการเชิงสัมภาษณ์ หรือว่าการเล่าข่าว อ่านข่าว แกเหมือนเป็นปูชนียบุคคล เป็นเหมือนคนที่ไม่มีใครจะไปแทนที่แกได้แล้ว ส่วนตัวเราก็จะเป็นตัวของเรา ซึ่งแน่นอนว่าตนไม่สามารถไปเป็นพี่ยุทธได้ และพี่ยุทธก็ไม่สามารถมาเป็นตนได้ มันคนละแนว มันจะไม่เหมือนกัน ตนคงมาแทนพี่ยุทธไม่ได้หรอก พี่ยุทธเป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว”

ห่วงคนติดภาพลักษณ์ของหนุ่ม กรรชัย เป็นดาราเป็นนักแสดง “แรกๆ ยอมรับว่าห่วง กลัวมันจะไม่หลุดออกมาจากตรงนั้น แต่พอตนได้ทำอะไรแล้ว จะต้องทำให้มันถึงที่สุด ซึ่งพอตนได้มาเป็นผู้ประกาศ สิ่งที่ผมทำอันดับแรกคือ ตื่นตี 5 ครึ่งทุกวัน จากเดิมที่ตื่น 10 โมงเช้า เพราะต้องทำการบ้านต่างๆ นานา หาข้อมูลที่มันแน่นจริงๆ มาบอกคุณผู้ชม”

“พอตื่นตี 5 ครึ่ง ตนก็ออกจากบ้าน ไปหาข่าว ไปดูข่าวว่าวันนี้มีข่าวอะไรบ้างที่ทางทีมข่าวต้องการที่จะเล่น โทรหาแหล่งข่าวเอง จะคุยกับตัวข่าวเองเลย เพราะไม่อยากฟังจากคนอื่นที่ไปฟังอีกทอดนึงมาเล่าให้ฟัง”

3 หนุ่ม กรรชัย 5

เข้าใจคนบอกไม่อิน หนุ่ม กรรชัย ไม่ใช่คนข่าว “ตนเข้าใจ และก็รับคำติคำชมทุกๆ ด้านอยู่แล้ว เพราะว่าเราก็ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าเราไม่ได้เป็นคนข่าว ไม่ได้จบสื่อสารมวลชนมาโดยตรง แต่ก็แอบคิดเหมือนกันว่า ถ้าเกิดว่าคนไปมองแบบนี้แล้วถ้าเกิดว่าวันหนึ่งคนจะมาเป็นสื่อได้มาเป็นนักข่าวได้ต้องจบสื่อสารมวลชนเท่านั้นถึงเรียกว่าคนข่าวเหรอ ซึ่งตนมองว่าปัจจุบัน ยุคโซเชียลทุกคนเป็นสื่อได้หมด สามารถนำเสนออะไรได้หมด เพียงแต่ว่าเราก็ต้องเสพสื่ออย่างมีสติเหมือนกัน ว่าอะไรเป็นข่าวเท็จหรือข่าวจริง”

“ถามว่าเสียใจมั้ยกับคำต่อว่า ไม่เสียใจนะ กลับรู้สึกว่ามันเป็นแรงอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เราอยากเอาชนะในสิ่งที่เค้ากำลังต่อว่า ซึ่งคนที่มาว่าตน ไม่ใช่ประชาชน แต่เป็นคนที่นิยามตัวเองว่าทำงานข่าวนี่แหละ บอกว่าสื่อก็ไม่ใช่ไม่รู้จะนิยามว่าอะไร ไม่ใช่สื่อละสิ ถึงได้ไปถามเขาแบบนั้นไร้มารยาท ไม่มีความเป็นสื่อ”

“ก็ไม่เป็นไร แล้วจะทำให้เห็นว่าผมทำได้ดีกว่าคุณ และอยากฝากบอกด้วยว่า วิธีที่ตนสัมภาษณ์ ก็ต้องยอมรับว่าตนเคยเป็นคนบันเทิงมาก่อน เคยเล่นละคร เพราะฉะนั้นการที่เราจะเล่นละครกับใครสักคน ต้องมีการพูดคุยละลายพฤติกรรมกัน ซึ่งมันเป็นเหมือนจุดได้เปรียบของคนที่เป็นนักแสดง อย่างวันหนึ่งที่เราต้องไปนั่งคุยกับแขกรับเชิญซึ่งเป็นเรื่องซีเรียส เขาก็เกร็งอยู่แล้ว อาจจะมีอะไรซ่อนอยู่ในใจ ซึ่งเขาไม่อยากจะพูดให้คนแปลกหน้าฟังหรอก”

3 หนุ่ม กรรชัย 2

ยอมรับกั๊กแขกรับเชิญที่มารายการตัวเองจริง “มันมีหลายเหตุการณ์ บางเหตุการณ์ก็ต้องยอมรับว่าเรากั๊กจริงๆ อย่างตอนที่รายการโหนกระแส ออนแอร์รายการอยู่ตอน 2 ทุ่มครึ่ง ช่อง 28 ซึ่งอัดเทปตอนช่วง 5 โมงเย็น แต่ระหว่างนั้นมันก็จะมีช่องอื่นๆ ที่ออกตอน 5 โมงกว่า 6 โมงบ้าง ออกสดบ้างต้องการเอาแขกไป ถามว่าถ้าเอาไปแล้วตอน 2 ทุ่มครึ่ง ทำยังไง”

“ไม่ได้ไปก็จะออกมาตีโพยตีพายด่าคนอื่นว่ากั๊กแขก แต่ในมุมกลับกัน มันมีที่คุณกั๊ก แต่ทางเราไม่เคยออกมาพูดไง ข่าวมันก็เลยไม่มีว่าคุณกั๊ก”

“พูดถึงในมุมธุรกิจ ตนเชิญแขกมา สมมติจากภูเก็ตบินมาเลย ตนเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด แต่อยู่ดีๆ ช่องอื่นมาขอไปถ่ายรายการต่อ โดยไม่ลงทุนอะไรเลย แล้วมาเอาแขกตนไป อย่างนี้จะไม่ให้ตนกั๊กไว้เหรอ”

“ซึ่งวิธีการกั๊กแขกของตนก็คือการส่งกลับเลย ถ้าคุณอยากจะเชิญก็ให้เขาบินกลับมาใหม่ สมมติว่าคุณบินกลับไปภูเก็ตเรียบร้อยแล้ว คุณจะบินกลับมาใหม่ในวันนั้นก็เรื่องของคุณ ซึ่งเคยมีนะแขกรับเชิญที่ตนซื้อตั๋วเครื่องบินให้ บินมาเสร็จ เราก็มีรถไปส่งที่สนามบินกำลังจะขึ้นเครื่อง แต่อีกช่องโทรมาจอดรถข้างทางก่อน ลงมาแล้วก็ให้แขกรับเชิญของเราเนี่ยไปสัมภาษณ์ของเขา แล้วเขาก็ซื้อตั๋วเครื่องบินกลับให้ใหม่ ซึ่งตนก็ไม่โอเคนะ รู้สึกว่าจริงๆ แล้วมันต้องชิงประเด็นกัน”

ขอบคุณ thairath.co.th