Entertainment

เปิดใจ ‘ลิฟท์ สุพจน์’ พูดชัด! เตียงหัก จนต้องแยกห้องนอนจริงไหม?

ลิฟท์ สุพจน์ พูดชัด! เตียงหัก จนต้องแยกห้องนอนจริงไหม? โดยเปิดใจผ่านรายการ คุยแซ่บShow

หลังจากกลายเป็นไวรัลในโลกโซเชียลช่วงลอยกระทงที่ผ่านมา คนแห่ชมลูกสาวของ ลิฟท์-สุพจน์ จันทร์เจริญ ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็ควง น้องพราว ลูกสาววัย 15 ปีมาออกรายการ คุยแซ่บShow ทางช่องOne31 พร้อมเล่าถึงความสัมพันธ์พ่อลูก และประเด็นที่ว่าไม่อยากให้ลูกสาวเข้าวงการเพราะอะไร รวมไปถึงข่าวลือ ”เตียงหัก“ ถึงขั้นต้องแยกห้องกันอยู่กับภรรยา มาเปิดใจที่นี่ทีแรก ส่วนประเด็นที่หลายคนสงสัย หลังจากเจ้าตัวโพสต์ว่าโดนคนใกล้ตัวโกงเงินนั้น วันนี้เจ้าตัวจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดทุกอย่าง

ลิฟท์ สุพจน์

เปิดใจ ‘ลิฟท์ สุพจน์’ พูดชัด! เตียงหัก จนต้องแยกห้องนอนจริงไหม?

ล่าสุดรูปลอยกระทงด้วยกัน คนแชร์เยอะมาก?

ลิฟท์  : ก็มีทั้งคนชม ซึ่งเราก็มองว่ามีทั้งด้านดี ก็มีคนชมว่าลูกน่ารัก โตทันพ่อแล้วนะ พ่อก็ต้องไว้หนวดแล้วนะ คือพ่อพกปืนอย่างเดียว (แต่เราก็ไม่ชอบให้ใครมาชมว่าลูกเราน่ารัก?) ก็คือเราไม่อยากให้เค้าเหลิง เข้าใจว่าเวลาอยู่ดีๆ มีคนมาชมเค้าเยอะ เค้าอาจจะลืมตัว ว่ามีคนมาชมเยอะ เราก็จะมองในมุมนั้นไป

น้องพราว : ซึ่งเราก็ไม่ได้เป็น

ลิฟท์ : ถามว่าเราสอนลูกยังไง คือคำชมก็เป็นเหมือนกำลังใจ แต่เวลามาคอมเม้นต์ทางด้านลบ มันก็เป็นภูมิคุ้มกันของเค้า เพราะว่าชีวิตจริง เหรียญไม่ได้มีอยู่ด้านเดียว มันมีทั้งด้านบวกและด้านลบ ซึ่งบางทีก็ให้เขาเจออะไรแย่ๆ บ้าง ให้เขามีประสบการณ์ มีภูมิคุ้มกันของตัวเอง ซึ่งในมุมด้านลบ เค้าก็อาจจะมีเปรียบเทียบ อาจจะเม้นว่าทำไมลูกสวยน้อยจังเลย คือไม่ได้พ่อแม่เลย ซึ่งมันก็มีอยู่ เราก็สอนลูกไปว่าต้องเรียนรู้กับชีวิตของเรา เพราะชีวิตของเรามีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบเรา ฉะนั้นคนที่ไม่ชอบเรา เราก็ปล่อยผ่าน มันก็เป็นประสบการณ์เพราะว่าไม่มีใครชอบเราร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วก็ไม่มีใครเกลียดเราร้อยเปอร์เซ็นต์

น้องพราว : ซึ่งพอเราเจอคอมเม้นต์แบบนี้ เราก็ปล่อยผ่าน ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะว่าเรายังเด็กอยู่

ลิฟท์ : การที่เราสอนลูกแบบนี้ เพราะว่าเราโดนมาก่อน อย่างเมื่อก่อนมันไม่ได้มีเยอะขนาดนี้ เพราะว่ามันไม่ได้มีคอมเม้นต์ แต่ยุคสมัยนี้ เราเห็นหมดทุกอย่าง และยิ่งไปตอบโต้ ยิ่งไปใส่ใจมากเท่าไหร่ สุดท้ายผลนั้นมันก็อยู่กับตัวเรา

คอมเมนต์ไหนที่มันแรงเกินจนคนเป็นพ่ออย่างเรารับไม่ได้ ?

ลิฟท์ : ยังไม่มีถึงขั้นนั้น แต่ถ้ามันมี อย่างน้อยเราก็แค่บล็อค ยังไม่ถึงขั้นไปฟ้องร้อง

แต่ที่เราเห็นมา กับคอมเมนต์ หน้าตาดีไม่เท่าพ่อเลย ?

ลิฟท์ : ยังไง พ่อก็หน้าตาดีกว่าลูกอยู่แล้ว

น้องพราว  : (ตี ท้องพ่อ) เคืองป๊า

ลิฟท์ : เค้าชอบว่าผมตลอด ว่าทำไมป๊าแก่จัง ว่าทำไมป๊าอ้วนจัง

น้องพราว พ่อเค้าหวงเราไหม?

น้องพราว : หวงค่ะ หวงมากค่ะ คือถ้าจะออกไปเที่ยวกับเพื่อน ก็ต้องรายงานตลอดว่าอยู่ไหนบ้าง ป๊าไม่อยากให้นั่งรถคนเดียว มันดูอันตราย

ลิฟท์ : ปกติเค้าไปเที่ยวไหนเราจะขับรถไปส่งไปรับ แต่วันนี้เค้าอายุ 15 และอีกไม่กี่ปีเค้าก็ต้องเข้ามหาลัย เค้าต้องเดินทางเอง เค้าต้องใช้ชีวิตเอง และถ้าไม่ปล่อยให้เค้าเรียนรู้ตั้งแต่ตอนนี้ อนาคตเค้าก็จะลำบาก ก็ลองเปิดใจดูว่าลองให้เขาเดินทางเอง

แล้วเรื่องหนุ่มๆ มีคนเข้ามาจีบไหม?

ลิฟท์ : มันเป็นเรื่องปกติ เค้าอายุ 15 พอย้อนกลับไปตอนที่เราอายุเท่าเขา เรื่องพวกนี้มันก็ต้องมี มันเป็นเรื่องปกติของเด็กวัยรุ่น แต่เราก็ค่อยๆ สกรีนเขามากกว่า ถ้ามีคนมาจีบ ก็ให้อยู่สถานะเป็นเพื่อน

น้องพราว : (ส่ายหัว พร้อมยิ้ม)

ลิฟท์ : มันก็เป็นเรื่องของเด็กๆ ในวัยนี้

น้องพราว : สิ่งที่พ่อห้าม ส่วนมากป๊าจะบอกว่าถ้าไม่ซีเรียสกับเขา ก็ไม่ควรไปคุยในเรื่องส่วนตัวกับเขา

ลิฟท์ : ถ้ายังไม่ชัวร์ ก็ให้เป็นเพื่อนกันไปก่อน เพราะว่าป๊ากับมี๊ เริ่มเป็นแฟนกันก็ตอนอายุ 28

แล้วตอนนี้มีหนุ่มหนุ่มเข้ามาจีบไหม ?

น้องพราว  : (ยิ้ม) ก็มีบ้าง แต่ก็ไม่ได้เยอะ ไม่ได้คุยกันมาก ซึ่งเรื่องนี้ส่วนมากก็จะคุยกับมี๊ แต่จะมีคุยกับป๊าบ้าง มีเป็นบางครั้ง

ลิฟท์ สุพจน์

จริง ๆ แล้วคุณพ่อเองก็ไม่อยากให้ลูกเข้าวงการด้วย?

ลิฟท์ : ผมก็รู้สึกว่าวงการบันเทิงผมอยู่มานาน เราอยู่ตั้งแต่ยุคที่มันรุ่งโรจน์มากๆ ก็อย่างตอนนี้มันก็เปลี่ยนไปมาก และในอนาคตเราก็ไม่รู้ว่ามันจะไปทิศทางไหน และเราอยากให้เขาสามารถดำเนินชีวิตได้ปกติ ทำอย่างอื่นน่าจะโอเคกว่า แต่เราก็ไม่ได้ปิดกั้นนะ เพราะว่าถ้าเค้าชอบจริงๆ หรือถ้าเค้ามีความฝันจริงๆ ก็ค่อยลองกัน แต่มันก็ต้องมาจากตัวเขาก่อน ไม่ใช่ให้เราผลักดัน

น้องพราว : บางครั้งก็คิดอยากจะเข้า แต่สิ่งที่ป๊าพูดมามันก็มีเหตุผล ซึ่งเราก็อยากจะหาสิ่งที่ดีที่เราชอบก่อน

ลิฟท์ : แล้วถ้าในอนาคตเค้าอยากเป็น เราก็ต้องปล่อยเขา ปล่อยให้เค้าไปลองทำ ซึ่งตรงนั้นเราพร้อมซัพพอร์ตเขาเต็มที่ ไม่ว่าเค้าจะทำอาชีพอะไร แต่ขอให้มาจากตัวตนของเค้าจริงๆ ไม่ใช่แค่ชอบตามกระแส แต่มันคงมีสักวันที่เค้าจะมุ่งไปชอบตรงนั้น

ระหว่างป๊ากับมี๊ เรากลัวใครมากกว่ากัน? 

น้องพราว : กลัวป๊ามากกว่า ตอนที่ป๊าดุ ป๊าจะซีเรียสมาก อย่างปกติคือไม่ให้ไปเที่ยวแต่ถ้าเกิดอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็คือจะให้อยู่บ้านอย่างเดียว

และไม่มีเหตุการณ์ที่เราไม่คุยกับแม่เป็นอาทิตย์ ? 

น้องพราว : ไม่รู้ว่าโกรธเพราะอะไร

ลิฟท์ : ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่มันเป็นเรื่องแค่นิดเดียว แม่ลูกคิดกันคนละแบบ สรุปก็คือต่างคนต่างงอนกันเอง คือไปไหนมาไหนด้วยกันสองคนได้ แต่ไม่คุยกัน ซึ่งเขาก็ใช้ชีวิตด้วยกันได้ ซึ่งสรุปก็ตกมาที่ผม เป็นคนกลาง แต่เราก็ต้องรอให้เค้าใจเย็นลงทั้งคู่ เราก็บอกลูกให้ไปขอโทษแม่ สุดท้ายก็ยอม อย่างที่บอกว่าเค้าทั้งคู่เหมือนกัน

และอย่างข่าวลือล่าสุด ที่มีปัญหาว่าแยกห้องนอนกัน?

ลิฟท์ : ผมโดนไล่ออกจากห้อง มีปัญหากัน เพราะว่าเค้าสะกิดผมทั้งคืน จนผมไม่ไหว ปกติเราจะนอนกันสามคน พ่อแม่ลูก แต่เราเป็นคนนอนกรน จนเราหลับไปแล้ว และสองคนนี้เค้าต้องตื่นมากลางดึก ลูกต้องไปเรียนตอนเช้า เมียไม่ได้นอนทั้งคืน จนเค้าสะกิดเรา ซึ่งมันก็ยังไม่หายกรน เราก็เลยเดินหนีไปนอนที่ห้องรับแขก เราก็เลยย้ายตัวเองไปนอนในห้องเสื้อผ้า ย้ายไปนอนซักครึ่งปี จนตอนนี้ก็ทำเป็นห้องนอน

น้องพราว : อยากให้ป๊าไปตรวจ แต่ป๊าไม่ยอมไป

ลิฟท์  : เพราะผมเห็นคนไปตรวจมา ทุกคนจะได้เครื่องกลับมาทุกคน เราก็เลยรู้สึกว่าเวลานอนมันคือเวลาที่เรามีความสุข ผมเป็นคนชอบนอนตะแคง แต่พอมีเครื่องปุ๊บ มันทรมาน แต่เราก็จะพยามกรนให้เบาลง

ลิฟท์ สุพจน์

ลิฟท์ สุพจน์

ลิฟท์ สุพจน์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo