ดูหนังออนไลน์
Lifestyle

ศุกร์ (สุข) ละวัด ‘วัดราชคฤห์วรวิหาร’


ไหว้หลวงพ่อสุขสบาย พระนอนหงาย องค์แรกของเมืองไทย วัดที่ฝังศพพระยาพิชัยดาบหัก ทหารเอกของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประวัติของวัดราชคฤห์วรวิหาร นามเดิม ชื่อ วัดวังน้ำวน เพราะวัดตั้งอยู่ติดคลองน้ำ 3 สาย  1. คลองบางกอกใหญ่ (อยู่ด้านทิศเหนือคือของวัด) 2. คลองบางน้ำชน (อยู่ทิศตะวันตกของวัด) 3. คลองท่าพระ (อยู่ด้านทิศพายัพของวัด) มาจดชนติดกันเป็นเหมือนสี่แยก เวลานำทะเลหนุนขึ้น น้ำเค็มไหลทะลักเข้ามาตามคลองบางกอกใหญ่บ้าง ไหลทะลักเข้ามาทางคลองบางน้ำชนบ้าง

วัดราชคฤห์วรวิหาร 210827 9 e1630063564761

ส่วนคลองบางกอกใหญ่ตามปกติน้ำจืดจะไหลมาตามคลองทางเขตภาษีเจริญ ก็ไหลมาชนกับน้ำเค็ม ตรงกันข้ามระหว่างคลองท่าพระน้ำจืดก็ไหลมาชนกับคลองบางกอกใหญ่ จึงทำให้น้ำที่ไหลมานั้นชนกัน ทำให้น้ำเกิดการหมุนเวียนเป็นวังวนขึ้น ชาวบ้านจึงเรียกสถานที่แถบนั้นว่าวังน้ำวน เมื่อชาวบ้านได้สร้างวัดขึ้นจึงเรียกวัดนั้นว่า “วัดวังน้ำวน” เป็นวัดโบราณสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตอนปลาย

โดยมีชาวมอญกลุ่มหนึ่ง ซึ่งได้อพยพม่าโดยทางเรือจากกาญจนบุรี เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารและสร้างบ้านเรือนอาศัยอยู่แทบริมคลองบางกอกใหญ่ และสถานที่แถบนี้เป็นชัยภูมิของทหารไทยได้ซุ่มยิงเรือข้าศึก จึงเรียกสถานที่นี้ว่า ตำบลบังยิงเรือ ต่อมาเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า บางยี่เรือ พอสงบศึก แล้วได้ช่วยกันสร้างวัดขึ้น เพื่อเป็นสถานที่ทำบุญกุศล และให้ลูกหลานเข้าเรียนหนังสือกันที่วัด โดยมีนายกองชาติรามัญ (มอญ) เป็นประธานในการสร้างวัด

วัดราชคฤห์วรวิหาร 210827 3 e1630063835269

วัดราชคฤห์วรวิหาร 210827 4 e1630063841615

ต่อมา เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ตั้งค่ายรวมพลทหาร ณ สถานที่โพธิ์สามต้น เพื่อกู้ชาติ และเมื่อข้าศึกพม่ารู้ว่า ค่ายทหารพระเจ้าตากสินอยู่ที่โพธิ์สามต้น จึงได้ยกทัพเรือมาเพื่อรบตีทหารให้แตก พระเจ้าตากสินผู้รู้หลักตำราพิชัยสงคราม จึงรับสั่งให้ทหารหารมีพระยาพิชัยดาบหักเป็นต้น แบ่งทหารออกเป็นกองๆ เพื่อดักซุ่มโจมตีทหารพม่าที่มาตามคลองนำ โดยให้อยู่ตามจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ ริมข้างคลองนำทุกๆ สายที่มาทางโพธิ์สามต้น และพระยาพิชัยดาบหัก พาทหารหารมาดักซุ่มโจมตีที่วัดราชคฤห์ โดยยิงปืนใส่ทหารพม่าที่มาจอดเรืออยู่ที่วังนำวน จึงทำให้ทหารพม่าล้มตายบ้าง บางท่านก็ลบหนีไปได้ เมื่อกอบกู้ชาติได้แล้ว พระองค็จึงคิดบูรณะปฏิสังขรณ์วัดนี้

โดยรับสั่งมอบหมายให้พระยาพิชัยดาบหัก ทหารเอกราชองค์รักษ์ มาควบคุมดูแลบูรณปฏิสังขรณ์การก่อสร้างวัด ต่อมา เมื่อพระเจ้าตากสินสิ้นพระชนม์แล้ว โดยอาศัยสถานที่นี้เป็นที่ยิงเรือรบของข้าศึก และสถานที่แทบนี้เป็นชัยภูมิของทหารไทยได้ซุ่มยิงเรือข้าศึก จึงเรียกสถานที่นี้ว่า วัดบังยิงเรือ พอสงบศึกแล้วจึงได้ช่วยกันสร้างวัดขึ้น โดยมีนายกองชาติรามัญ (มอญ) เป็นประธาน เพื่อจะได้ทำบุญกุศลและให้ลูกหลานเข้าเรียนหนังสือ ต่อมาเนื่องจากมีวัดอยู่ใกล้กัน ๓ วัด จึงเรียกชื่อตามตำบล วัดนี้ตั้งอยู่ทางเหนือน้ำไหลจึงเรียกว่า วัดบางยี่เรือเหนือ (วัดราชคฤห์) วัดบางยี่เรือกลาง (วัดจันทาราม) วัดบางยี่เรือใต้ (วัดอินทาราม) แต่ชาวบ้านเรียกกันจนติดปากว่า “วัดมอญ” สัณนิฐานว่าคนมอญช่วยกันสร้างและพระมอญอยู่จำพรรษาประจำอยู่วัดนี้มาก จึงเรียกชื่อว่าวัดมอญ

 

วัดราชคฤห์วรวิหาร 210827 13 e1630063884314

ต่อมา สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้กู้ชาติไทยได้เสร็จแล้ว จึงได้สร้างเมืองขึ้นใหม่ ให้เป็นราชธานี สถาปนา ชื่อว่า “กรุงธนบุรี” และได้ขึ้นครองราชย์ จากนั้น พระองค์พร้อมด้วยทหารคู่ใจ คือพระยาสีหราชเดโช (พระยาพิชัยดาบหัก) ได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์วัดบางยี่เรือเหนือ มีสร้างพระอุโบสถสร้างพระปรางค์เหลี่ยมย่อไม้ยี่สิบ อยู่ทั้ง 4 ด้านของพระอุโบสถ สร้างพระเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุที่นำมาจากกรุงราชคฤห์แห่งประเทศอินเดียสร้างพระพุทธรูปปางถวายพระเพลิง และสร้างภูเขาจำลอง (ภูเขามอ) พร้อมทั้งสถูปนำเอาพระบรมธาตุมาบรรจุไว้ เพื่อให้เป็นที่สักการบูชาแก่พุทธศาสนิกชนสืบมา ต่อมา พระเจ้าตากสินมหาราชได้สวรรคต ส่วนพระยาสีหราชเดโช ได้สิ้นชีวิตลงตามพระเจ้าตากสิน ได้นำเอาศพบรรจุไว้ที่วัดบางยี่เรือ

ภายในพระวิหารเล็กที่สร้างคู่กับพระวิหารใหญ่ มีพระนอนปางหนึ่ง ซึ่งไม่ค่อยมีให้เห็นเท่าใดนัก นั่นก็คือ หลวงพ่อสุขสบาย พระนอนหงายองค์แรกของเมืองไทยด้วยเพราะวัดราชคฤห์ เป็นวัดที่ฝังศพทหารเอกของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งนั่นก็คือ พระยาพิชัยดาบหักและพระยาพิชัยดาบหักก็เป็นผู้สร้างพระพุทธไสยาสน์ลักษณะนอนหงายนี้ขึ้น (ซึ่งมีอีกแห่งหนึ่งอยู่ที่วัดพระนอน จ. สุพรรณบุรีแต่องค์เล็กกว่าที่วัดนี้)และยังนับเป็นพระปางถวายพระเพลิงที่มีเพียงแห่งเดียวใน กทม.

ตามประวัติกล่าวไว้ว่า พระยาพิชัยดาบหักได้สร้างพระนอนปางพระเพลิงนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการบำเพ็ญบุญอุทิศกุศลและไถ่บาปให้กับทหารและชาวบ้านที่ล้มตายเป็นจำนวนมากเพราะตนเป็นต้นเหตุเสมือนการชดใช้ถ่ายบาปกรรมที่ตนได้ฆ่าคนตายไปน่ะค่ะพระพุทธรูปปางนอนหงาย หรือที่ชาวบ้าน เรียกกันติดปากว่าหลวงพ่อนอนหงาย ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารเล็ก เป็นพระปางถวายพระเพลิง

วัดราชคฤห์วรวิหาร 210827 15 e1630063892283

โดยที่เบื้องปลายพระบาทนั้นมี พระสาวก นั่นก็คือ พระมหากัสสปะนั่งประนมมือ โดยในพุทธประวัติมีกล่าวไว้ว่า หลังจากพระพุทธเจ้าดับขันธปรินิพพานแล้ว ได้นำผ้าใหม่ซับด้วยสำลี ห่อด้วยผ้าห้าร้อยคู่ แล้วเชิญพระพุทธสรีรศพลง ประดิษฐานในรางเหล็กที่ใส่น้ำมัน ปิดครอบด้วยฝารางเหล็ก แล้วนำไปตั้งพระพุทธสรีรศพโดยลักษณะนอนหงายไว้บนจิตกาธาร หรือเชิงตะกอนที่ทำด้วยไม้หอมล้วนๆ ที่มกุฏพันธนเจดีย์ เมืองกุสินารา เพื่อทำฌาปนกิจถวายพระเพลิง แล้วจึงได้ทำการประชุมพระเพลิงแต่ปรากฏว่าไฟไม่ติด รอจนพระมหากัสสปเถระเดินทางมาถึง ได้กราบพระพุทธสรีรศพ พอกราบครบ 3 ครั้ง ปรากฏว่าไฟติดขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ จึงเรียกพระปางนี้ว่า ปางถวายพระเพลิงหลวงพ่อนอนหงาย องค์นี้ชาวบ้านให้ความเคารพมาสักการะ ด้วยเพราะท่านมีความศักดิ์สิทธิ์ทางด้านเมตตา เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจด้านการทำกิจการต่างๆ

วัดราชคฤห์วรวิหาร 210827 6

วัดราชคฤห์วรวิหาร 210827 12 e1630063876248

วัดราชคฤห์วรวิหาร 210827 0 e1630063817187

อ่านข่าวเพิ่ม