ดูหนังออนไลน์
Lifestyle

ศุกร์ (สุข) ละวัด :วัดกัลยาณมิตร

วัดกัลยาณมิตร เป็นพระอารามหลวง อยู่ปากคลองบางกอกใหญ่ฝั่งใต้  ประวัติความเป็นมาในสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (เจ้าสัวโต) สมุหนายกต้นสกุลกัลยาณมิตร ครั้งเป็นพระยาราชสุภาวดี เจ้ากรมพระสุรัสวดีกลาง ได้อุทิศบ้านเรือนและซื้อที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเดิมเป็นหมู่บ้านที่พักของพระภิกษุจีน มีกุฎีจีน และศาลเจ้าที่เรียกว่า “เกียนอันเก๋ง” ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของวัด หมู่บ้านแห่งนี้เรียกว่า “หมู่บ้านกุฎีจีน” ถัดไปทางทิศใต้เป็นหมู่บ้านชาวโปรตุเกส เรียกว่า “หมู่บ้านกุฎีฝรั่ง” ทางด้านตะวันออกของวัดมีหมู่บ้านชาวมุสลิมเรียกว่า “กุฎีขาว” เมื่อซื้อที่ดินได้จึงสร้างวัดขึ้นใน พ.ศ. 2368 รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดฯ ช่วยสร้างวิหารหลวงและพระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปก่อพระฤกษ์ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2380 และต่อมาทรงพระราชทานนามว่า “วัดกัลยาณมิตร”

สมัยรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง “หอพระมณเฑียรธรรมเถลิงพระเกียรติ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติยศ พระบรมมาตามหัยยิกา กรมพระศรีสุดารักษ์ (แก้ว) พระเชษฐภาคินีของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และพระบรมราชมาตามหัยยิกาสุริเยนทรามาตร์ (เจ้าฟ้าหญิงบุญรอด) พระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และเป็นพระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างบริเวณที่จอดแพของสมเด็จกรมพระศรีสุดารักษ์มาก่อนและเพื่อประกอบพระราชกุศลตามสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ กับทั้งเป็นการปูนบำเหน็จเชิดชูเกียรติของเจ้าพระยานิกรบดินทร์ด้วย และพระราชทานนามพระพุทธรูปที่ประดิษฐานในพระวิหารหลวงเรียกว่า “พระโต” ว่า “พระพุทธไตรรัตนนายก”

เมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดกัลยาณมิตร ในปี พ.ศ. 2445 ทรงทราบเรื่องหอพระมณเฑียรธรรมทรุดโทรมขาดทุนทรัพย์ในการซ่อมแซมจึงโปรดฯให้กรมโยธาธิการจัดการซ่อมแซม
สิ่งสำคัญในพระอาราม

พระวิหารหลวง รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นอาคารประธานที่สร้างขึ้นในแนวแกนประธานของเขตพุทธาวาส โดยตั้งอยู่ระหว่างพระอุโบสถและการเปรียญ หันด้านสกัดออกทางหน้าวัด รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าให้สร้างขึ้น ผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสถาปัตยกรรมแบบประเพณี หลังคาประดับเครื่องลำยอง ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ไม่มีทวยรับชายคา หลังคาเป็นหลังคาชั้นลดหน้าหลัง 4 ตับ 2 ซ้อน ซ้อนสุดท้ายเป็นพะไลคลุมรอบเฉลียงพระวิหารหลวงเสาพะไลก่ออิฐถือปูนฉาบเรียบทาสีขาวไม่มีบัวหัวเสา หน้าบันแกะสลักปิดทองประดับกระจกสีเป็นลายดอกพุดตานส่วนฐานอาคารเป็นฐานปั้นปูนฐานปัทม์สองชั้น ตัวอาคารมีทางเข้าด้านสกัดทั้งหน้าและหลัง ฝาเพดานภายในฉลุลายดาวเพดานปิดทองบนพื้นสีแดง

พระประธาน ภายในวิหารหลวงเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย องค์พระประทานก่ออิฐถือปูนลงรักปิดทอง ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 11.75 เมตร สูง 15.44 เมตร รัชกาลที่ 3 ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปก่อพระฤกษ์ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2380 ชาวบ้านเรียกพระประธานองค์นี้ว่า “พระโต” ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “พระพุทธไตรรัตนนายก”

พระอุโบสถ วัดกัลยาณมิตรเป็นสถาปัตยกรรมรูปแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 คือลักษณะของอาคารนำเอาศิลปะจีนเข้ามาตกแต่ง มีพะไลรอบ พะไลมีเสาทั้งหมด 30 ต้น เสาพะไลไม่มีบัวหัวเสา ลบมุมเสาด้วยบัวเล็บมือ เฉลียงด้านสกัดมีความกว้างทั้งสองด้านเท่ากัน หลังคาพระอุโบสถเป็นหลังคาชั้นลด หลังคา 3 ตับ 2 ซ้อน ตับสุดท้ายเป็นพะไลคลุมเฉียงรอบ หน้าบันพระอุโบสถเป็นแบบกระเท่เซร ใช้การประดับกระเบื้องเคลือบสีเป็นลายแผง ตัวอาคารด้านสกัดทั้งสองด้านของพระอุโบสถ เจาะช่องประตูด้านละ 2 ช่อง ผนังด้านยาวเจาะช่องหน้าต่างแบบบานแผละด้านละ 5 ช่อง ประตูหน้าต่างปั้นปูนเป็นซุ้มเรือนแก้วประดับกระจก เสารวมด้านในเขียนลายประจำยาม ตอนล่างเขียนลายกรวยเชิง ฝาผนังภายในเขียนลายจิตกรรมฝาผนังเรื่องการดำเนินชีวิตในสมัยนั้น พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลย์

ซุ้มเสมา ลักษณะเป็นแบบฝรั่ง มีทั้งหมด 8 ซุ้ม ตั้งอยู่โดยรอบพระอุโบสถตามทิศทั้ง 8 ตามคติการใช้เสมาทั่วไป ทำด้วยหินทรายจีนเกะสลัก แผนผังซุ้มเป็นรูปสีเหลี่ยมลบมุมฐานซุ้มเป็นฐานปัทม์ ตัวเรือนซุ้มทั้งสี่มุมแกะสลักเป็นเสาอิงเจาะช่องวงโค้ง ภายในซุ้มประดิษฐานใบเสมาคู่ แกะสลักจากหินแกรนิต มีลักษณะใบเสมาเอวคอด ยอดใบเสมาทำเป็นทรงปริก บ่าเสมาแกะสลักบัวคอเสื้อเป็นกระจัง ตาเสมาทั้งสองข้างแกะสลักเป็นวงแหวน ใบเสมาทั้งอยู่บนฐานบัวซ้อนอยู่บนฐานสิงห์

หอระฆัง พระสุนทรสมาจารย์ (พรหม) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2476 ตั้งอยู่ทางเหนือพระวิหารหลวง หน้าหอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติ ฐานรูปสี่เหลี่ยมกว้าง 8 เมตร สูง 30 เมตร ชั้นบนประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางลีลา ยอดหอระฆังปั้นเป็นรูปพรหมพักตร์ ชั้นล่างแขวนระฆังใบใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 192 ซม. ระฆังใบนี้หล่อโดยช่างญี่ปุ่นชื่อ นายยีฟูยี วารา

เจดีย์ทรงกลม ขนาดเล็กทรงระฆังคว่ำ 2 องค์ ตั้งอยู่หน้าพระวิหารหลวงขนาดศาลาตรีมุข องค์เจดีย์ประดับด้วยหินอ่อน เจดีย์ตั้งอยู่บนฐานสูง 8 เหลี่ยม มีขนาดเท่ากันทั้ง 2 องค์ ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายและขวาของศาลาตรีมุข

ซุ้มประตูโขลนทวารศิลาแกะสลัก ซุ้มประตูเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบจีนใช้หินแกะแกรนิตสลัก ตั้งอยู่ระหว่างด้านหน้าของพระวิหารหลวงและประตูศาลาตรีมุข

– เจดีย์บรรจุอัฐิเจ้าพระยารัตนบดินทร์ (รอด กัลยาณมิตร) ปลัดทูลฉลองมหาดไทย พระยากัลยาณมิตรนิกรวงศ์ (คง กัลยาณมิตร) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2442 เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำหินอ่อนสีขาวประดิษฐานอยู่ข้างพระวิหารหลวง

– เจดีย์เหลี่ยมย่อมุม เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง องค์เจดีย์ทำด้วยหินแกรนิดแกะสลัก ฐานก่ออิฐถือปูนยกสูงตั้งอยู่ข้างเจดีย์บรรจุอัฐิเจ้าพระยารัตนบดินทร์ฝั่งพระวิหารหลวง ไม่ปรากฏประวัติการสร้าง

– เจดีย์บรรจุอัฐิเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กับยาณมิตร) เป็นเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้ 12 ตั้งบนฐานแปดเหลี่ยมประดับหินอ่อน มีกำแพงล้อมรอบมีบันไดขึ้นลงสองด้าน มีถะปรางค์หินแบบจีนประดับสี่มุมกำแพง

เจดีย์ถะจีน ถะทีสร้างขึ้นด้วยหินแกรนิตจีน เป็นถะแปดเหลี่ยมแบบยอดห้าชั้น ยกฐานสูง มีกำแพงแก้วล้อมรอบ ยอดถะแกะสลักมีลักษณะเป็นยอดปรางค์ มีถะขนาดเล็กล้อมรอบทั้งสี่มุมเหมือนเจดีย์บรรจุอัฐิของเจ้าพระยานิกรบดินทร์

ศาลาเก๋งจีน เป็นศาลาเก๋งจีนขนาดเล็กเดิมเป็นศาลาโถงโล่ง มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 2 หลัง ศาลาเก๋งทั้งสองตั้งขนาบทางเดินจากศาลาท่าน้ำไปพระวิหารหลวง การประดับตกแต่งศาลาเก๋งจีนเป็นการประดับตกแต่งด้วยปูนปั้นแบบจีน

ศาลาการเปรียญ อาคารตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ลานพุทธาวาส ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เดิมสร้างด้วยไม้ปัจจุบันรื้อศาลาการเปรียญเดิมออก แล้วสร้างเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น ณ ตำแหน่งเดิมเป็นสถาปัตยกรรมในรูปแบบประเพณี

ศาลาท่าน้ำ ศาลาท่าน้ำมีจำนวน 3 หลัง เป็นศาลาโถงโล่ง ก่ออิฐถือปูน ศาลาท่าน้ำหลังกลางตั้งตรงกับเส้นทางไปสู่พระวิหารหลวงเป็นศาลาจัตุรมุข โดยมุขหน้าและมุขข้างเป็นหลังคาแบบสถาปัตยกรรมไทย คือมีช่อฟ้าใบระกา ส่วนมุขที่หันหน้าไปทางพระวิหารหลวงเป็นหลังคาแบบเก๋งจีนส่วนศาลาท่าน้ำอีก 2 หลัง เป็นศาลาแบบไทยประเพณีคือมีช่อฟ้าใบระกา

This slideshow requires JavaScript.

อ่านข่าวเพิ่มเติม