ดูหนังออนไลน์
Lifestyle

กระแส ‘หมูป่า’ ดันธุรกิจดำน้ำเฟื่อง

“ดำน้ำ” เป็นทักษะที่ถูกพูดถึงมาตลอด 17 วันของการช่วย 13 ชีวิตทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย ในช่วงที่ผ่านมา จนถึงวันนี้กลายเป็นกิจกรรมที่ถูกพูดถึงอย่างมากทั้งในกลุ่มคนทั่วไป พ่อแม่ผู้ปกครอง และเด็กเยาวชน

ครูปุ๊ย (มนัสวี อยู่ทวี ) ครูฝึกดำน้ำหญิงแกร่งมากประสบการณ์ การันตีจาก PADI ( Professional Association of Diving Instructors) องค์กรระดับโลก วันนี้เธอ จึงเป็นเพียง 1 ใน 7 คนไทยที่สามารถสอนให้คนอื่นเป็น “ครูดำน้ำ” ด้วยผ่านการดำน้ำนับพันไดร์ฟ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มากกว่า 700 คนที่มาเรียนรู้จากครูคนนี้

มนัสวี อยู่ทวี

เธอเล่าว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ถ้ำหลวง ทำให้การดำน้ำเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างมาก มีผู้สนใจมาเรียนอย่างจริงจังมากขึ้นด้วยกระแสนี้ โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก

“ต้องรอดูช่วงปิดเทอมอีกที คงจะเห็นชัดเจนว่ามีคนมาเรียนมากขึ้นมากน้อยอย่างไร เพราะเป็นกิจกรรมที่ต้องวางแผนล่วงหน้า ทั้งเรียนและฝึก รวมถึงการออกทริปดำน้ำในสถานที่ต่างๆที่ต้องจองกันข้ามปี”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้สนใจต้องให้ความสำคัญกับการดำน้ำเป็นอันดับแรก ก็คือ การคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นตัวตั้ง

เธอเล่าว่า ตัวเธอเองจะสอน 2 ประเภทหลัก ๆ ก็คือ การดำน้ำลึก ( scuba diving ) ประมาณ 18 เมตร ใช้เวลาเรียน 4 วัน และน้ำลึกเกิน 18 เมตรขึ้นไปใช้เวลาเรียน 5 วัน

“หากไม่มีปมอะไรก็ใช้เวลาเรียนเท่าๆกัน แต่บางคนกลัวก็ทำได้ยากหน่อย แต่บางคนทำไม่ได้เลย เพราะเคยจมน้ำ”

ครูปุ๊ย บอกว่า แต่ส่วนใหญ่จะผ่านไปได้ เพราะมีขั้นตอนการเรียนการสอน เริ่มจากดำน้ำในสระว่ายน้ำก่อน โดยสอนการใช้อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งชุดดำน้ำ ตีนกบ หน้ากากดำน้ำ การใช้ถังอากาศ และRegulator เพื่อส่งออกซิเจนจากถังอากาศให้กับผู้ดำน้ำ เป็นต้น เพื่อให้คุ้นเคย และต้องสอนให้สามารถดูแลตัวเองได้ ให้การอยู่ใต้น้ำปลอดภัย

ดังนั้นนอกจากรู้จักอุปกรณ์แล้วต้องเอาตัวรอดได้หากเกิดปัญหาฉุกเฉิน เช่น Regulator หลุดจากปาก เพราะมีคนมาเตะ ไปเกี่ยวกับเชือก หรือมือเราเองไปเกี่ยว ทำให้ไม่มีอากาศหายใจจะทำอย่างไร และวิธีไล่น้ำออกก่อนใส่กลับเข้าไป เป็นต้น

“สำคัญคือต้องมีสติอยู่เสมอ ให้คิดสักนิดก่อนตัดสินใจทำใดๆก็ตาม จะมีโอกาสรอดมากกว่า การ panic หรือ หวาดกลัวมากจนเกินไป ที่ทำให้คนตายมาเยอะแล้ว”

ครูปุ๊ย ระบุว่า แม้การสอนในสระเอง ก็ต้องค่อยเพิ่มระดับด้วยเหมือนกันจากระดับที่ยืนได้ ความลึก 1 เมตร ไปจนถึง 5-6 เมตร จากนั้นจึงออกทริปดำน้ำในทะเลที่มีให้เลือกใกล้ไกล อย่างเกาะล้าน จังหวัดชลบุรี ไปถึงทางใต้ อย่างเกาะทะลุ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะราชา เกาะพีพี จังหวัดภูเก็ต เป็นต้น

แน่นอนว่า ความปลอดภัยมาเป็นที่ตั้งเสมอ การออกทริปแต่ละครั้งต้องดูสภาพอากาศด้วย ความเร็วลมคือตัวจับสัญญาณของนักดำน้ำ

“หากลมมาแรงยกเลิกทริปทันที ไม่มีข้อยกเว้น ถึงเอาเรือออกไปก็ดำไม่สนุก เพราะน้ำขุ่น ลมแรง เมื่อเรือโคลงเคลงมากเข้าก็เมาเรือ และเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ซึ่งคนที่มาดำน้ำจะเข้าใจสถานการณ์แบบนี้ดี”

สำหรับประเภทการดำน้ำ มีหลายแบบต่างตอบสนองความต้องการแตกต่างกันไป ตั้งแต่ดำน้ำเพื่อความสนุกสนาน เพื่อดูปลา ดูปะการังใต้น้ำเรียกว่าดำน้ำเพื่อสันทนาการไปจนถึงการทำงาน และรักษาความมั่นคงของประเทศ

หากดำน้ำเพื่อการทำงานก็ต้องสะสมประสบการณ์นับร้อยไดร์ฟ เพื่อมาสู่การเพิ่มทักษะเชิงเทคนิคอีกขั้นหนึ่ง เรียกว่า Technical Drive สำหรับการทำงานใต้น้ำ อาทิ งานวางสายเคเบิลใต้น้ำ งานที่แท่นขุดเจาะ งานซ่อมเรือ เป็นต้น

ยากขึ้นไปอีกคือ การทำงานของหน่วยซีล เพื่อภารกิจทางการทหาร ส่วนการดำถ้ำ ถือเป็นทักษะพิเศษ ที่ต้องใช้ประสบการณ์สูง ต้องมีใจรักจริง จึงจะเข้าสู่เส้นทางนี้ เพราะในถ้ำมีน้ำขุ่น ดำในที่แคบ และต้องใช้อุปกรณ์อื่นเพิ่มเติมเข้ามา อาทิ เชือก

สำหรับประเทศไทยเรียนการสอนการดำถ้ำมีไม่กี่จุด เช่น ที่ภูเก็ต เพราะไม่มีถ้ำให้ดำน้ำเข้าไปได้มากนัก ดังนั้นจึงมีนักดำถ้ำน้อยมาก การช่วยเหลือทีมหมูป่าที่ผ่านมาจึงต้องระดมนักดำถ้ำจากต่างประเทศ

คุณสมบัติของนักดำน้ำที่ดี ครูปุ๊ย เฉลยว่า ต้องมีใจรัก และมีสุขภาพดี เพราะการดำน้ำต้องใช้แรงเคลื่อนไหว มีการตีขาตลอดเวลา เพื่อต้านกระแสน้ำ ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคเหล่านี้ห้ามไม่ให้ดำน้ำนั่นคือ

“โรคหัวใจ ปอด ความดันโลหิตสูงและต่ำ สำหรับเบาหวาน ห้ามด้วยเหมือนกัน เพราะมีโอกาสที่น้ำตาลจะตก ทำให้วูบได้ การดำน้ำจึงเป็นเรื่องอันตราย”

และแน่นอนว่า แม้ร่ายกายแข็งแรงมีสุขภาพดีมาตลอด แต่ก็ต้องระวังตัวเองหากพักผ่อนน้อย มีภาวะความเครียด การดำน้ำนานติดต่อกัน และการดื่มน้ำน้อยเกินไปขณะดำน้ำ ทำให้มีปัญหาต่อระบบไหลเวียน รวมถึงการแบกของหนักเกินไปขณะดำน้ำ

“ปกติแล้วนักดำน้ำจะรู้ว่าดำติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง เหนื่อยต้องหยุดทันที เพราะเราอยู่ภายใต้แรงกดดันของน้ำไม่ได้สภาพปกติทั่วไป ”

ขณะเดียวกันการดำน้ำก็ทำให้มีสุขภาพดีเช่นเดียวกัน เพราะทำให้ได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพจิตดี ได้เจอธรรมชาติ และได้พบคนที่สนใจคล้ายกัน ได้ทั้งการพักผ่อนและได้เพื่อน เมื่อมีความสุขก็ “นอนหลับง่าย หลับสบาย” จิตใจก็ดีตาม

มาถึงการมองในเชิงธุรกิจกันบ้าง ต้องบอกเลยว่า ทะเลไทยท็อปฮิตติดอันดับโลกที่ดึงดูดนักดำน้ำจากนานาประเทศ ด้วยเพราะ 3 ปัจจัย คือ ราคาทริปแสนถูก ทั้งที่พัก และอาหาร เป็นทะเลน้ำอุ่น และดำน้ำได้ทั้งปี

แต่เราก็มีคู่แข่งเช่นเดียวกัน แม้ราคาจะสูงกว่า แต่มีการจัดการที่ดี ทั้งฟิลิปปินส์ มาเลเซีย มัลดีฟส์ และอินโดนีเซีย โดยเฉพาะที่อินโดนีเซีย รัฐบาลให้การสนับสนุน มีการจัดเขตดำน้ำที่ชัดเจนภายใต้มาตรการส่งเสริมต่างๆ และมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดี ทั้งทะเลก็สวยงาม ไทยจึงตกเป็นรองตีคู่มากับเมียนมา ที่มีทะเลสวยงามเช่นเดียวกัน เช่น เกาะฮอร์สชู

อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาทริปที่ไม่สูง ทำให้ทริปดำน้ำของไทยขายดิบขายดี เฉพาะการจัดทริปของครูปุ๊ย แต่ละปีไม่มีที่นั่งเหลือไม่ว่าจะใกล้ไกล อย่างทะเลอันดามันของไทย ไปจนถึง เกาะ Malapascua ในฟิลิปปินส์ เกาะ Raja Ampat ในอินโดนีเซีย เกาะมัลดีฟส์ ทะเลแดง ในอิยิปต์ ราคาตั้งแต่ 8,000 บาทไปจนถึงกว่า 100,000 บาทต่อทริป

ครูปุ๊ย ฝากทิ้งท้ายไว้ถึงผู้ปกครองว่า ต้องการให้เด็กทุกคนว่ายน้ำให้เป็นได้มากกว่า ส่วนการดำน้ำก็ขึ้นอยู่กับความสนใจ เพราะแต่ละปีมีเด็กตกน้ำเสียชีวิตจำนวนไม่น้อย

การว่ายน้ำจึงเป็นทักษะที่จำเป็นของเด็กไทย ทั้งช่วยตนเองและช่วยคนอื่น รวมถึงผู้ใหญ่เองก็ต้องว่ายน้ำให้เป็น

SARANYA THONGTHAB