ดูหนังออนไลน์
Lifestyle

น้ำตาซึม! ผู้ประกาศข่าวดังเล่าความในใจพยาบาลที่ทำเพื่อคนไทยทุกคน

“พิศณุ นิลกลัด” โพสต์เล่า “ความในใจของพยาบาล” ที่ทำเพื่อคนไทยทุกคน พร้อมวอน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ”

“พิศณุ นิลกลัด” ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง โพสต์เล่า “ความในใจของพยาบาล” ลงเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า “คุณหมอที่กรุณาดูแลสุขภาพผมมาเกือบ 20 ปีแล้ว ส่งเรื่อง ของสุภาพสตรีท่านหนึ่งมาให้ ผมอ่านแล้วน้ำตาไหลแบบค่อยๆ ซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว อยากให้ทุกท่านอ่านครับ เป็นเรื่องใกล้ตัวพวกเราทุกคน”

ความในใจของพยาบาล ที่ทำหน้าที่เพื่อชาวไทยทุกคน

เรื่องที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ เป็นบันทึกของสุภาพสตรีท่านหนึ่ง เธอมีอาชีพเป็นพยาบาลที่ต้องดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19ทุกวัน

เธอเป็นคุณแม่ลูกสอง ลูกคนเล็กยังเด็กมาก ทุกวันหลังเลิกงาน กลับบ้านเธอต้องเข้าบ้านทางห้องซักผ้าซึ่งอยู่หลังบ้าน อาบน้ำเสร็จจึงพบหน้าลูกและสามี พูดคุยกันได้ แต่กอดลูกไม่ได้เพราะต้องนั่งห่างกัน 2 เมตรทั้งๆ ที่อยู่ในห้องนั่งเล่นด้วยกัน เธอต้องตอบคำถามลูกคนเล็กวันละเป็นร้อยคำถาม

เวลาตอบคำถามลูก เธอไม่กล้าสบตาสามี เมื่อได้เวลานอน เธอต้องแยกห้องนอนเดี่ยว ตอนส่งลูกเข้านอน เธออยากกอดลูกเหมือนที่เคยกอด แต่ทำไม่ได้

เรื่องที่เธอเขียน ทำให้เราได้เห็นชีวิตอีกมุมหนึ่งของคนมีอาชีพเป็นหมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ยามที่เกิดโรคระบาด

เธอเขียนประโยคสุดท้ายได้ดีแบบผมไม่อยากให้ทุกท่านพลาด เชิญอ่านเรื่องของเธอครับ

ไวรัส 29363

คืนนี้…เป็นคืนสุดท้ายที่ดิฉันจะได้กอดราตรีสวัสดิ์ลูกหรือจูบสามี จนกว่าพระเจ้าเท่านั้นที่จะรู้ว่าถึงเมื่อไหร่ เป็นที่ยืนยันแล้วว่า ไวรัสกระจายในย่านที่ดิฉันอยู่ การเป็นพยาบาลห้องฉุกเฉิน หมายความว่ามีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อซ้ำแล้วซ้ำอีก 100%

ดิฉันเพียงแต่อยากจะสื่อถึงทุกคนที่ต้องอยู่แต่ที่บ้านกับครอบครัว จนเบื่อจะแย่ อยากออกไปข้างนอกเต็มทน

บางครั้งเพียงแค่ปรับมุมมองสักเล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะช่วยให้คุณมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองมี แต่คนอื่นไม่มี

เริ่มจากเวรที่ฉันจะต้องเข้าในวันพรุ่งนี้ ออกเวรแล้วดิฉันจะกลับเข้าบ้านทางประตูห้องซักผ้าซึ่งเปิดเข้ามาจากข้างนอกได้ จะถอดเสื้อผ้ารองเท้าออก เอาทุกอย่างใส่ในเครื่องซักผ้า กดซักโหมดฆ่าเชื้อ ใช้ Clorox เช็คทุกอย่างที่แตะต้อง จากนั้นหยิบผ้าเช็ดตัวที่สามีวางไว้ให้มาคลุมตัวเดินเข้าห้องน้ำ ที่จะเป็นห้องที่หลังจากวันนี้ไปห้ามคนอื่นเข้า

ดิฉันจะอาบน้ำอุ่น เสร็จแล้วจะฆ่าเชื้อทุกอย่างที่แตะต้อง ล้างมือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แล้วแต่งตัว

เสร็จกระบวนการนี้แล้ว ดิฉันก็สามารถเข้าไปนั่งในห้องนั่งเล่นได้ โดยอยู่ห่างจากทุกคนที่ฉันรัก 6 ฟุต แต่จะไม่แตะต้องใครเลย เพราะตลอดทั้งวันดิฉันอยู่ในบรรยากาศที่มีเชื้อแพร่กระจาย ตอนทำงานมีหน้ากากอันเดียวตลอดเวลาที่เข้าเวร 1 วันเป็นอย่างต่ำ ไม่สามารถแน่ใจได้ว่า ความชื้นจากลมหายใจจะทำให้ประสิทธิภาพของหน้ากากลดลงหรือไม่ จึงต้องปฏิบัติตนเสมือนมีเชื้ออยู่ และสามารถแพร่ใส่คนอื่นได้

ดิฉันคุยกับสามี และลูกจากระยะห่างที่ปลอดภัย จะไม่สัมผัสคนที่เป็นที่รักเลย ดิฉันไม่ใช่คนที่ชอบกอดคนอื่น แต่คาดว่าใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า คงมีวันที่ดิฉันอยากกอดใครเหลือเกิน แต่จะไม่สามารถกอดได้ นี่เป็นทางเดียวที่จะปกป้องคนที่อยากกอดได้

ถ้าหิว จะให้ใครสักคนทำอาหารให้ โดยจัดใส่จานชามประเภทใช้แล้วทิ้ง เพื่อจะได้ไม่ต้องห่วงว่าฆ่าเชื้อหมดเกลี้ยงหรือไม่ จะดื่มน้ำในถ้วยพลาสติก ขณะตอบคำถาม 100 ข้อของลูก และพยายามไม่สนใจสีหน้าสามี อาจจะต้องบอกลูกคนเล็กเป็นครั้งที่ล้านว่า แม่ปลอดภัยดี หลังจากนั้นดิฉันจะ..…กอดลม..…ส่งให้ลูก บอกราตรีสวัสดิ์ เมื่อลูกเข้านอนแล้ว ดิฉันจะสามารถพูดอะไรกับสามีได้เต็มปากมากขึ้น

แต่ความจริงก็คือ บางทีดิฉันอาจจะต้องโกหกบ้างนิดหน่อย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เลวร้ายแค่ไหน พอง่วงดิฉันก็จะเข้านอนตามลำพังในห้องที่ห้ามคนอื่นเข้า

ชีวิตดิฉันจะเป็นอย่างนี้ทุกวัน แม้แต่วันหยุด (จนกว่าจะไม่มี) ดิฉันสามารถแพร่เชื้อได้ก่อนที่จะมีอาการ ดังนั้นจนกว่าวิกฤตนี้จะผ่านไป สถานการณ์ในชีวิตดิฉันจะแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง บางครั้งดิฉันอาจจะกอดเพื่อนร่วมงาน เพราะเขาก็สกปรกๆกับดิฉัน

แต่ในห้วงเวลาอันหนักอึ้งนี้ ดิฉันจะไม่สามารถได้รับสัมผัสแห่งรักของมนุษย์จากคนที่รักดิฉันที่สุดเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หลายเดือน ใครเล่าจะรู้ได้ เพราะส่วนนี้อยู่ในมือของประชาชนเป็นผู้กำหนด..

สิ่งที่ดิฉันอยากขอร้องคุณก็คือ ขณะที่คุณนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้าน โดยมีลูกอยู่บนตัก โปรดช่วยให้วิกฤตนี้ จบลงเร็วๆ ด้วยการไม่ออกไปข้างนอก เว้นแต่จำเป็นจริงๆ อ้อมแขนของดิฉันว่างเปล่าทุกวัน ไม่เหมือนคุณเลย ดิฉันเข้านอนคนเดียวทุกวัน อยู่บ้านเถอะ กอดลูกคุณ นอนกับสามี ทานอาหารในจานกระเบื้อง

ยินดีในสิ่งที่คุณยังสามารถทำได้ แต่เราบางคนทำไม่ได้ ดิฉันทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ โปรดทำหน้าที่ของคุณด้วยเถิด…

อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ

Siree Osiri OHO BANGKOK