วัดเขาแก้ว เดิมเป็นวัดราษฎร์ สร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม แห่งกรุงศรีอยุธยา เมื่อประมาณปี 2171 และมีการแจ้งทะเบียนราชการอุโบสถผูกพัทธสีมา วันที่ 3 เมษายน 2312 เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
วัดแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี บนพื้นที่ที่เป็นเหมือนภูเขาเล็ก ๆ ลักษณะเป็นทรงกลม เป็นหินปูนสูงจากพื้น ประมาณ 15 เมตร ล้อมรอบไปด้วยที่นาของชาวบ้าน

ในอดีต เมื่อครั้งรัชกาลที่ 4 เสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการรอยพระพุทธบาท และพระพุทธฉาย ทรงหยุดพักบริเวณท่าหินลาด พระองศ์ทอดพระเนตรเห็นพระอารามชำรุดทรุดโทรม และทรงพอพระราชหฤทัยในธรรมชาติอันสงบร่มรื่น
จึงโปรดฯ ให้เจ้าพระยานิกรบดินทร (โต กัลยาณมิตร) ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ โดยการสร้างเสนาสนะขึ้นมาใหม่ ขยายพระอุโบสถให้ใหญ่ขึ้น รวมทั้งบูรณะพระเจดีย์ และสร้างพระปรางค์ขึ้นใหม่ มีการก่อสร้างกุฎิสงฆ์ และก่อกำแพงล้อมรอบ ทั้งยังทรงสถาปนาพระอารามแห่งนี้เป็นพระอารามหลวง และพระราชทานนามว่า “วัดคีรีรัตนาราม”

ต่อมาในปี 2456 สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราช องศ์ที่ 10 เสด็จตรวจคณะสงฆ์พื้นที่เมืองสระบุรี และทอดพระเมตรเห็นป้ายวัดคีรีรัตนาราม ทรงรับสั่งว่าเป็นคำมคธ ทรงให้เปลี่ยนชื่อ และเรียกเป็นคำไทยว่า “วัดเขาแก้ว” นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ท่าน้ำวัดเขาแก้วยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในเบญจสุทธิคงคา น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่นำไปใช้ในงานพระบรมราชพิธีสำคัญในพระบรมมหาราชวัง สันนิษฐานว่าเมื่อครั้งพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เสด็จไปนมัสการรอยพระพุทธบาท และพระพุทธฉาย ทรงพอพระราชหฤทัยในสายน้ำที่เย็นสบาย จึงมีพระราชประสงค์ให้ตักน้ำไปประกอบพระราชพิธีพุทธาภิเษก ที่วัดพระพุทธบาท

ต่อมาจึงโปรดฯ ให้มีการอัญเชิญไปร่วมกับสายน้ำศักดิ์สิทธิ์อีก 4 สายประกอบด้วย แม่น้ำเจ้าพระยา จากจังหวัดอ่างทอง แม่น้ำเพชรบุรี จากจังหวัดเพชรบุรี แม่น้ำราชบุรี จากจังหวัดสมุทรสาคร แม่น้ำบางประกง จากจังหวัดนครนายก โดยในส่วนของแม่น้ำป่าสัก จากจังหวัดสระบุรี ที่เป็นหนึ่งในสายน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้น จุดที่กำหนดให้ตักน้ำมงคล คือบริเวณท่าหินลาด ไม่ไกลจากวัดเขาแก้วนั้นเอง

องค์เจดีย์สีขาวบนเขานี้ เป็นเจดีย์ทรงปราสาท 5 ยอด ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากงานศิลปกรรมหลากแหล่งด้วยกัน ภายในจะประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง และพระพุทธรูปทรงเครื่อง ด้านทิศตะวันออกจะมี พระพุทธรูปปางป่าเลไลย์ ส่วนด้านทิศตะวันตกเป็น พระพุทธรูปปางห้ามญาติ

ถ้าสังเกตภาพจิตรกรรมฝาหนัง ที่หลงเหลืออยู่นั้น จะเห็นได้ว่าด้านหนึ่งจะเป็นภาพธุดงค์วัตร และอสุภกรรมฐาน คือ การปลงสังเวชซากมนุษย์ที่ตายไปแล้ว ส่วนอีกด้านจะเป็นภาพนรกภูมิ เป็นอีกองค์เจดีย์ที่มีความสำคัญอย่างมาก นอกจากความงดงามแล้ว ยังแฝงไปด้วยการสอนธรรมะ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ศุกร์ (สุข) ละวัด ‘วัดเจตวงศ์’ ศาสนาสถานทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์
- ศุกร์ (สุข) ละวัด พาไปวัดสำเภาล่ม กราบไหว้ ‘หลวงพ่อใหญ่’
- ศุกร์ (สุข) ละวัด ‘วัดสารพัฒนึก’ ศาสนสถานเก่าแก่ คู่เมือง ‘อุบลราชธานี’
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg