Lifestyle

นอนหลับคุณภาพ 5 – 7 ชั่วโมงต่อวันลดเสี่ยงลดโรค


เผยกลุ่มวัยรุ่นถึงวัยชรามีปัญหานอนไม่หลับมากถึง 30% แนะนอนหลับให้มีคุณภาพอย่างน้อย 5 – 7 ชั่วโมงต่อวัน ลดโรค ลดความเสี่ยงนกเขาไม่ขัน

พญ.อรุณวรรณ พฤทธิพันธุ์ นายกสมาคมโรคจากการนอนหลับแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับเริ่มเห็นผลและมีจำนวนผู้ที่มีปัญหาเพิ่มมากขึ้น แม้ในไทยจะยังไม่มีการจดบันทึกสถิติเป็นตัวเลขชัดเจน แต่หากเทียบจากทั่วโลก กลุ่มวัยรุ่นถึงวัยชรา มีปัญหานอนไม่หลับมากเกินกว่า 30% ของประชากรกลุ่มนี้ เนื่องจากปัจจัยหลักๆที่คนทั่วโลกต้องเจอและพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ทั้งเรื่องงาน ความรัก การเรียนหรือแม้กระทั่งเทคโนโลยี สื่อสังคมออนไลน์ที่ดึงความสนใจของคนในกลุ่มวัยทำงาน วันรุ่นวัยเรียน หรือแม้แต่วัยชรา ส่งผลให้เวลาการนอนลดลง

นอน หลับ

ทั้งนี้ ผลวิจัยทางการแพทย์ กลุ่มวัยรุ่น คนทำงาน หรือคนชรา ต้องนอนให้ได้อย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อวันจะเป็นผลดีต่อร่างกาย แต่ในความเป็นจริง ปัจจัยต่างๆที่กล่าวมาในข้างต้นทำให้ไม่สามารถทำได้ในความเป็นจริงทำได้ยาก แพทย์จึงแนะนำนอนให้ได้อย่างน้อยๆ 5 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งการนอนต้องเป็นการนอนหลับที่มีคุณภาพคือต้องหลับสนิท ไม่มีอาการตื่นระหว่างการนอนและตื่นมาแล้วจะรู้สึกสดใสไม่งัวเงีย จะถือว่าหลับอย่างมีคุณภาพ สิ่งที่ตามมาจากการหลับอย่างเพียงพอและมีคุณภาพ จะทำให้มีความจำที่ดี อารมณ์แจ่มใส มีภูมิต้านทานโรคที่ดีขึ้น แต่หากทำไม่ได้ผลร้ายที่ตามมา มีมากมาย ที่เห็นได้ชัดคืออารมณ์หงุดหงิด แปรปรวนง่าย สมาธิสั้น รวมทั้งความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน สมองเสื่อม และเสื่อมสมรรถภาพทางเพศทั้งในหญิงและชายด้วย

นอกจากนี้ อาการนอนไม่หลับยังมีความเชื่อมโยงนำไปสู่ภาวะโรคซึมเศร้าได้อีกด้วย แต่ข้อมูลจากเพจต่างๆที่นำเสนอว่านอนไม่หลับติดต่อกัน 3 วันจะเสี่ยงนั้น ไม่เป็นความเริง ขอชี้แจงว่าอาการนอนไม่หลับ 1 คืนหรือ 2 คืนแล้วจะมีความเสี่ยงโรคซึมเศร้า ต้องมีปัญหาการนอนอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ นานติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือนถึงจะวินิจฉัยได้ว่า มีภาวะเสี่ยง ทั้งนี้โรคซึมเศร้าก็ยังมีอาการอื่นๆอีกหลายอย่างมาเกี่ยวข้องจึงจะวินิจฉัยได้ ขอให้สบายใจได้

สำหรับเทคนิคง่ายๆที่จะช่วยทำให้นอนหลับได้อย่างมีคุณภาพ พญ.อรุณวรรณ แนะนำว่าต้องเข้านอน ตื่นนอนให้เป็นเวลา, ห้องนอนต้องมืด เงียบและเย็นสบาย, ทำสมองให้ปลอดโปร่งไม่เครียดก่อนนอน, หลีกเลี่ยงการเล่นอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด รวมถึงการกินอาหาร ดื่มกาแฟ เครื่องดื่มแอล กอฮอลล์ หรือการออกกำลังกายหนักๆ ก่อนนอน แต่หากมีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับสามารถปรึกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับใด้ที่ รพ.จุฬาฯ มีคลินิก CBT-I เป็นศูนย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนแห่งแรกของไทย รวมถึงโรงพยาบาลอื่นๆ ทั่วประเทศตอนนี้มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้คอยให้คำแนะนำแล้ว