Water Management

เฝ้าระวังเรียลไทม์ น้ำทะเลหนุน กปน.ป้องกันคุณภาพน้ำดิบผลิตประปาสุดฤทธิ์ วอนประหยัดน้ำ


เฝ้าระวังเรียลไทม์ น้ำทะเลหนุนสูง กปน.เปิดช่องทางประชาชน ตรวจสอบคุณภาพน้ำ ยันระดับค่าความเค็มปัจจุบัน ไม่กระทบสุขภาพ พร้อมวอนประชาชนประหยัดน้ำสู้ภัยแล้ง

Screenshot 20200105 155338 jp.naver.line.android ปก ตัด

การประปานครหลวง (กปน.)ได้ออกแถลงการณ์ ภาพรวมน้ำประปาวันนี้ (5 ม.ค.) โดยระบุว่า ค่าคลอไรด์ น้อยกว่า 250 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าความนำไฟฟ้า น้อยกว่า 1,200 ไมโครซีเมนต์ต่อเซนติเมตร ไม่ส่งผลต่อการรับรู้รสชาติ แนะนำประชาชน สำรองน้ำไว้บริโภค โดยค่าคลอไรด์ ต้องมากกว่า 250 มิลลิกรัมต่อลิตร ถึงจะส่งผลต่อการรับรู้รสชาติ ตามเกณฑ์แนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO Guideline for Drinking Water 2017)

ทั้งนี้กปน.ได้เปิดข้อมูลให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำประปาประจำวันแบบเรียลไทม์ ได้ที่ http://twqonline.mwa.co.th  หรือ แอปพลิเคชัน MWA onMobil

LINE P20200105 160517619
ปริญญา ยมะสมิต

โดยนายปริญญา ยมะสมิต ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) ได้กล่าวไว้ว่า ภาวะน้ำทะเลหนุน กปน. เฝ้าติดตามสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นและประสานงานกับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และ กรมชลประทาน (ชป.) อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามแม้ กปน. ได้บริหารจัดการโดยการหลีกเลี่ยงการสูบน้ำดิบ ในช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนสูงมาผลิตน้ำประปามาโดยตลอด แต่ยังคงมีความเค็มหนุนสูงเข้ามาในระบบ จึงส่งผลให้รสชาติของน้ำประปาในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

โดยล่าสุด กรมชลประทานและ กปน. ได้ร่วมมือกันดำเนินการไล่ลิ่มความเค็มด้วยการทดลองกระแทกลิ่มความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยวิธี Water Hammer of Chao Phraya River Flow Operation โดยผลการทดลองพบว่า มีค่าความเค็มลดลง ซึ่งทั้งสองหน่วยงานจะติดตามข้อมูลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันหาแนวทางบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดต่อไป

สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคไต หรือผู้ป่วย ที่แพทย์ให้ควบคุมอาหารประเภทรสเค็ม รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่อาจได้รับผลกระทบ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ฟอกย้อม ยา เลนส์ กระจก เหล็ก ฯลฯ และโรงพยาบาล  กปน. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลรักษาระบบสำรองน้ำประปา และระบบกรองน้ำของแต่ละหน่วยงานแล้ว

ทั้งนี้กปน.ขอแนะนำแนวทางการใช้น้ำประปาในช่วงภัยแล้งสำหรับประชาชน ตามคำแนะนำของกรมอนามัย ดังนี้

• ผู้ที่มีสุขภาพปกติ สามารถบริโภคน้ำประปาได้ โดยยังไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แต่ด้วยรสชาติ ที่เปลี่ยนไปอาจส่งผลต่อความน่าดื่ม ทั้งนี้ ความเค็มในรูปของโซเดียมในน้ำประปา ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณโซเดียมในอาหารทั่วไปที่บริโภคในชีวิตประจำวัน

• การใช้น้ำประปาเพื่อปรุงอาหารในช่วงเวลานี้ ควรลดการเติมเครื่องปรุงรสให้น้อยลง

• กลุ่มเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยงการบริโภค ได้แก่ ผู้ที่เป็นโรคไต โรคหัวใจ โรคความดันสูง โรคเบาหวาน โรคทางสมอง ผู้สูงอายุ และ เด็กเล็ก

โดย กปน. จะจัดให้บริการน้ำประปาดื่มได้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในกรณีดังกล่าว โดยเป็นน้ำประปา จากโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำเค็ม สามารถ นำภาชนะมารับน้ำประปาดื่มได้ที่สำนักงานประปาสาขาใกล้บ้านท่านทั้ง 18 สาขา เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่  6 มกราคม 2563 เป็นต้นไปโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยประชาชนสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่ MWA Call Center 1125 ตลอด 24 ชั่วโมง

ประหยัดน้ำ

และปัญหาภัยแล้งที่กำลังจะมาถึงเร็วๆนี้ กปน. ขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด ใช้น้ำเท่าที่จำเป็น เพื่อสงวนน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปาไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งต่อไป พร้อมกับขอให้ประชาชนช่วยตรวจสอบก๊อกน้ำ ท่อน้ำประปาภายในบ้าน และรีบซ่อมแซม หากมีการรั่วไหลเพื่อรักษาทรัพยากรน้ำอันมีค่า ซึ่งมีปริมาณน้ำที่น้อยลง เนื่องจากภัยแล้งในปัจจุบัน

หากประชาชนพบท่อประปาแตกรั่ว โปรดแจ้ง กปน. ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ MWA call center โทร. 1125 ตลอด 24 ชั่วโมง / แอปพลิเคชัน MWA onMobile / Line @ ในชื่อ @MWAthailand เพื่อช่วยกันลดน้ำที่จะสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ด้วย