Environmental Sustainability

ทส.ขับเคลื่อนเปลี่ยน ขยะพลาสติก เป็นน้ำมัน ลดมลพิษ ลดโลกร้อน

ทส. ขับเคลื่อนเปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นน้ำมัน ลดมลพิษ ลดโลกร้อน เตรียมขยายผลไปพื้นที่อื่น หวังลดขยะพลาสติกทั่วประเทศ 

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมขับเคลื่อนไทยเปลี่ยนขยะพลาสติกเพื่อลดมลพิษ ลดโลกร้อนเพื่อเปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นน้ำมันในระดับชุมชน ด้วยเทคโนโลยีอย่างง่ายสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ นอกจากจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าน้ำมันได้แล้ว ยังถือเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นในชุมชน เกิดการนำกลับมาใช้ประโยชน์ ลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และยังลดภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า ปัจจุบัน ทั่วโลกประสบกับวิกฤตจากขยะพลาสติกจำนวนมหาศาล โดย 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีขยะพลาสติกเกิดขึ้น 12% ของปริมาณขยะที่เกิดขึ้นทั้งหมด หรือประมาณปีละ 2 ล้านตัน และมีการนำกลับมาใช้ประโยชน์เพียงปีละ 0.5 ล้านตัน อีก 1.5 ล้านตัน ส่วนใหญ่เป็นเป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-Use Plastics : SUP) อาทิ ถุงร้อน ถุงเย็น ถุงหูหิ้ว แก้วพลาสติก หลอดพลาสติก กล่องพลาสติก โดยไม่มีการนำกลับไปใช้ประโยชน์หรือเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

S 17473550 1

จึงเป็นการเสียโอกาสในการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งตาม ROADMAP จัดการขยะพลาสติกประเทศไทย ปี 2561-2573 (Thailand’s Roadmap on Plastic Waste Management 2018 -2030) ซึ่งได้ขอความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และประชาชนให้เลิกใช้พลาสติก 7 ชนิดได้แก่ พลาสติกผสมสารอ็อกโซ่ พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม ไมโครบีดในผลิตภัณฑ์ต่างๆ (ภายในปี พ.ศ. 2562) ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบบาง กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และหลอดพลาสติก (ภายในปี พ.ศ. 2565) โดยให้หันไปใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังตั้งเป้าให้ขยะพลาสติกทั้ง 7 ชนิดสามารถกลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้ 100% ภายในปี พ.ศ. 2570 จึงต้องเร่งสร้างความรู้ ความเข้าใจกับทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันสร้างความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก

S 17473555

นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ยังมีความพยายามนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ด้วยการนำมาแปลงสภาพเป็นสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ใช้งานประเภทอื่นหรือที่เรียกว่า “Upcycle” เช่น นำพลาสติกไม่ใช้แล้วเปลี่ยนสภาพเป็นผ้าไตรจีวรย่ามพระ เสื้อผ้า และกระถางต้นไม้ เป็นต้น รวมทั้งการนำขยะพลาสติกมาทำเป็นน้ำมันด้วยกระบวนการไพโรไลซิส (Pyrolysis) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจากงานวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจากสถานการณ์น้ำมันที่มีราคาแพง ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรอย่างมาก การใช้น้ำมันจากขยะพลาสติก จึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ระดับหนึ่ง รวมทั้งเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก เกิดการนำกลับมาใช้ประโยชน์ ลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และลดภาวะโลกร้อนอีกด้วย
นายเฉลิมชัย ปาปะทา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดำเนินงานขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ส่งเสริมการจัดการขยะที่ต้นทางในชุมชน ให้สอดคล้องกับ Roadmap จัดการขยะพลาสติกประเทศไทย ปี 2561-2573 รวมทั้งส่งเสริมให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินงานในพื้นที่

ได้จัด “กิจกรรมขับเคลื่อนไทยเปลี่ยนขยะพลาสติกเพื่อลดมลพิษ ลดโลกร้อน” ขึ้น เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะที่ต้นทาง และการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์สอดคล้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแนวร่วมปฏิวัติขยะสุพรรณบุรีเป็นต้นแบบด้านการจัดการขยะที่ต้นทาง Zero Waste มีเทคโนโลยีเปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นน้ำมัน และมีการขยายเครือข่ายความร่วมมือไปยังชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 9 อำเภอในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี เกิดเป็นเครือข่ายการดำเนินงานตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ระดับอำเภอ จนถึงระดับจังหวัด ซึ่งเหมาะแก่การส่งเสริม เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และขยายผลแนวทางการดำเนินงานการจัดการขยะที่ต้นทาง และการจัดการขยะพลาสติกไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

S 17473549

กิจกรรมในวันนี้ (15 พ.ค. 65) ประกอบด้วย การศึกษาดูงานกิจกรรมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแนวร่วมปฏิวัติขยะสุพรรณบุรี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี การเปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นน้ำมัน การจัดแสดงนิทรรศการการจัดการขยะที่ต้นทาง การจัดการขยะพลาสติก จากชุมชนเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการคัดแยกขยะพลาสติกแลกไข่และของใช้ในครัวเรือน โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ชุมชนเครือข่ายและภาคเอกชน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวม 300 คน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight