Environmental Sustainability

(คลิป) ชุมชนได้ประโยชน์อะไรจากโรงไฟฟ้าชุมชน (โรงไฟฟ้าชีวมวล)


โรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ที่รัฐบาลประกาศรับซื้อไฟฟ้า กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าการผลิตไฟฟ้าจากชุมชน ให้มีส่วนร่วม สร้างรายได้ สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พุทธศักราช 2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 โครงการโรงไฟฟ้าชุมชน เป็นหนึ่งในนโยบายส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เมื่อสิ้นสุดแผนมีเป้าหมายกำลังผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าชุมชน รวม 1,933 เมกะวัตต์ จากเชื้อเพลิงชีวมวล ก๊าซชีวภาพ และพลังงานแสงอาทิตย์

โครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า

โรงไฟฟ้าชุมชน เกิดขึ้นจากนโยบายของภาครัฐ ที่ต้องการส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการผลิต ใช้ และจำหน่ายไฟฟ้า รวมถึงการมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า ช่วยลดการลงทุนของภาครัฐ ช่วยส่งเสริมระบบเศรษฐกิจฐานราก ชุมชนมีรายได้จากการจำหน่ายวัสดุทางการเกษตรที่ใช้เชื้อเพลิง ในรูปแบบเกษตรพันธะสัญญา หรือ Contract Farming

เพื่อให้ประโยชน์ตกอยู่กับชุมชนในพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้า คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ได้กำหนดกรอบนโยบายโรงไฟฟ้าชุมชน ให้เป็นโครงการนำร่อง ในประเภทผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก หรือ VSPP มีเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้าทั่วประเทศ รวม 150 เมกะวัตต์ โดยแบ่งเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล 75 เมกะวัตต์ ขนาดโรงไฟฟ้าไม่เกิน 6 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ รวม 75 เมกะวัตต์ ขนาดโรงไฟฟ้าไม่เกิน 3 เมกะวัตต์

เพื่อให้โรงไฟฟ้าชุมชนสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนมากที่สุด กพช. จึงกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับผู้ดำเนินโครงการ แม้จะเปิดให้บริษัทเอกชนเข้าลงทุน แต่ต้องให้ชุมชนถือหุ้นบุริมสิทธิ 10% ทำให้ชุมชนมีส่วนแบ่งรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้า

อีกทั้งผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า ยังต้องทำสัญญาซื้อเชื้อเพลิงกับชุมชนไม่ต่ำกว่า 80% เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน

โครงการโรงไฟฟ้าชุมชน

จากหลักเกณฑ์และเงื่อนไข โรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ที่กำหนดให้ผู้ลงทุนต้องให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น ช่วยแก้ปัญหาในอดีต ที่ชุมชนไม่เคยมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง จนเกิดการต่อต้านในหลายพื้นที่ ทำให้โรงไฟฟ้าไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้

หากโครงการนำร่อง 150 เมกะวัตต์ ประสบความสำเร็จ ภาครัฐจะมีไฟฟ้าเข้าระบบ ชุมชนมีรายได้ สร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจฐานราก โอกาสที่จะเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าชุมชนจะมีเพิ่มขึ้นในอนาคต ตามเป้าหมาย 1,933 เมกะวัตต์ ภายในปีพุทธศักราช 2580

เมื่อบรรลุเป้าหมาย ประเทศจะมีไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ลดการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิล สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ชุมชนมีรายได้ เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

อ่านข่าวเพิ่มเติม:

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight