Environmental Sustainability

‘GGC-KTIS’ เดินหน้าสร้าง ‘นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์’ ระยะ 2 มุ่งหน้าสู่การเป็น ‘Bio Hub’ แห่งแรกไทย


GGC เดินหน้าสร้าง “นครสวรรค์ ไบโอคอมเพล็กซ์” ระยะที่ 2 ร่วมกับกลุ่ม KTIS หลัง “เนเจอร์เวิร์คส์”  ตัดสินใจลงทุนโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ

โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) ” หรือ “GGC”  บริษัทแกนนำในธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมี เพื่อสิ่งแวดล้อม และ “เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)” หรือ “KTIS”  ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาล และอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจร เดินหน้าสร้าง “นครสวรรค์ ไบโอคอมเพล็กซ์” โครงการร่วมทุนของ 2 บริษัท ใน ระยะที่ 2

GGC และ KTIS ตัดสินใจเดินหน้าโครงการดังกล่าว หลังจากที่ “เนเจอร์เวิร์คส์” (NatureWorks) ผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพรายใหญ่ของโลก จากสหรัฐ ตัดสินใจเข้าลงทุนโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพชนิด Polylactic Acid (PLA)  โรงงานที่บริหารงานโดย จีจีซี เคทิสไบโออินดัสเทรียล จำกัด หรือ GKBI  บริษัทที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง  GGC และ KTIS ซึ่งจะเป็นผู้ดำเนินการด้านสาธารณูปโภค เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับโรงงาน PLA ดังกล่าว คาดเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 เป็นต้นไป

GGC

โครงการนครสวรรค์ ไบโอคอมเพล็กซ์ (NBC) สอดรับกับนโยบายโครงการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) ของภาครัฐ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนำร่องตามนโยบายมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพของไทย ที่ภาครัฐได้กำหนดเป้าหมาย ให้ประเทศไทยเป็น Bio Hub ของเอเชียภายในปี 2570 และเป็นโครงการ Bio Hub แห่งแรกของประเทศไทย

ดำเนินการภายใต้บริษัทร่วมทุน ระหว่าง GGC และ KTIS ในนามบริษัท จีจีซี เคทิสไบโออินดัสเทรียล จำกัด หรือ GKBI บนเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ ในตำบลหนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์

โครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ระยะที่ 2 มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้กับสินค้าทางการเกษตร ต่อยอดสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง (High Value Added) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (Biochemicals) และผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) โดยใช้อ้อยเป็นวัตถุดิบ และใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นมิตรกับสังคมและสิ่งแวดล้อม

GGC มุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำบริษัทสีเขียว

นายไพโรจน์ สมุทรธนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC กล่าวว่า  GGC มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจ คือการเป็น Leading Green Company และ Green Flagship ของ GC Group

GGC
ไพโรจน์ สมุทรธนานนท์

การร่วมทุนดังกล่าวในโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ สะท้อนถึงการเป็นผู้นำด้านธุรกิจเคมีชีวภาพของ GGC ทั้งยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับบริษัท ในธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ และเพิ่มโอกาสในการลงทุน ต่อยอดธุรกิจเคมีชีวภาพ (Biochemicals) และพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) ในอนาคต ที่ก่อให้เกิดการสร้างประโยชน์ร่วมกัน ตลอดห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมชีวภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรของประเทศอย่างยั่งยืน

โครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ระยะที่ 2 มีมูลค่าโครงการจำนวน 1,430 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลเพื่อป้อนไฟฟ้า รวมถึงระบบผลิตไอน้ำ ผลิตน้ำ บำบัดน้ำเสีย ให้กับโครงการของ NatureWorks ซึ่งการเข้ามาลงทุนสร้างโรงงานพลาสติกชีวภาพในครั้งนี้ จะทำให้เกิดโรงงานพลาสติกชีวภาพแบบครบวงจรแห่งใหม่ในประเทศไทย ตอบสนองความต้องการใช้วัสดุที่ยั่งยืนให้ตลาดโลก

นับเป็นหนึ่งในโครงการที่สนับสนุนโมเดลเศรษฐกิจ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) เพื่อช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนให้ไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs) ตามเป้าหมายที่วางไว้

GGC

นอกจากนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าว ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนจากต่างชาติ ให้เข้ามาลงทุนในโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ต่อไปในอนาคต

GGC ยังมีโครงการลงทุนทางด้านเคมีชีวภาพอื่น ๆ ที่จะลงทุนในโครงการไบโอคอมเพล็กซ์ตามแผน และกลยุทธ์ของบริษัท ที่จะเติบโตในธุรกิจเคมีชีวภาพ และพลาสติกชีวภาพ ซึ่งพื้นที่นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์เปิดรับการลงทุนจากนักลงทุนอื่น ๆ ที่สนใจลงทุนในธุรกิจชีวภาพต่างๆ ด้วยเช่นกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม