Circular Economy

ถนนทุกสาย มุ่งสู่ ‘เศรษฐกิจสีเขียว’ รับมือโลกร้อน-กีดกันการค้า-สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

“เศรษฐกิจสีเขียว” กลายเป็นเป้าหมายสำคัญ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงไทย อันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการนำมาใช้เป็นเครื่องมือกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ และเพื่อสร้างความยั่งยืน

Swiss Re Institute บริษัทเทคโนโลยีบริหารความเสี่ยงระดับโลก เผยข้อมูลสำคัญที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก กระทบโดยตรงต่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจโลกต่อเนื่อง รวมถึงไทย ในกรณีดีที่สุดคืออุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส GDP ไทยมีแนวโน้มลดลง 4.9% กรณีเลวร้ายที่สุด คือ อุณหภูมิโลกเพิ่ม 3.2 องศาเซลเซียส GDP ไทยอาจลงถึง 43.6%

เศรษฐกิจสีเขียว

นอกจากนี้ ยังพบว่า พฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกให้การตอบรับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดย PwC บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการและการลงทุนระดับโลก  รายงานผลสำรวจผู้บริโภคปี 2567  พบว่า ผู้บริโภคทั่วโลก พร้อมจ่ายเพื่อซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือ (Green Products) แม้ต้องจ่ายในราคาที่สูงกว่าสินค้าทั่วไปถึง 9.7%

ขณะที่ผู้บริโภคชาวไทย พร้อมจ่ายสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในราคาที่สูงกว่าสินค้าทั่วไปถึง 12% แม้เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดย 58% เลือกจะซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แม้ราคาสูงกว่าสินค้าที่ผลิตในกระบวนการปกติ

ภาครัฐขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทยสู่อุตสาหกรรมสีเขียว

ในส่วนของภาครัฐเองก็ให้ความสำคัญกับการลดโลกร้อน ด้วยการร่างกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยนำการจัดเก็บภาษีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาเป็นแนวทางในการกระตุ้นให้ภาคธุรกิจปรับตัว ซึ่งคาดว่าจะนำมาใช้ปี 2568-2569

สาระสำคัญของร่างกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะนำเรื่องการจ่ายภาษีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาใช้ โดยบริษัทที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาก จะต้องจ่ายภาษีเพิ่ม ส่วนบริษัทที่มีแนวทางในการทำธุรกิจที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะได้รับการลดหย่อนภาษี

รายงานจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปี 2566 ระบุว่า ภาคอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด 3 อันดับแรก คือ ภาคพลังงาน คิดเป็นสัดส่วน 40.05% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของทั้งประเทศ ถัดมา ภาคการขนส่ง 29.16% และ อุตสาหกรรมการผลิตและก่อสร้าง 20.24%

จากปัจจัยต่าง ๆ ข้างต้น ทำให้กระทรวงอุตสาหกรรม มีโรดแมปที่ชัดเจน ในการปรับเปลี่ยนภาคอุตสาหกรรมของไทยไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งจะสอดรับกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาล หรือ BCG โมเดล ที่เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม 3 ด้าน คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)

shutterstock 2421226125

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้วางเป้าหมายให้ทุกโรงงานอุตสาหกรรมในกำกับที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 71,130 โรง ทั่วประเทศ พัฒนาสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) โดยภายในปี 2568 โรงงานอุตสาหกรรมทุกแห่งต้องได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวทั้งหมด จากปัจจุบันมีสถานประกอบการอุตสาหกรรมได้รับใบรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวแล้วประมาณ 5.6 หมื่นราย

นอกจากนี้ ในภาคการเงินเองก็ได้ร่วมขับเคลื่อนไปพร้อมกัน โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้ร่วมกับ International Finance Corporation (IFC) และ Climate Bonds Initiative (CBI) จัดทำ Thailand Taxonomy หรือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเศรษฐกิจสีเขียวในภาคสมัครใจ โดยนำกลไกทางการเงินเข้ามาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน ทั้งเรื่องสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) หุ้นกู้สีเขียว (Green Bond) ที่มีต้นทุนทางการเงินต่ำ

ทั้งนี้ เพื่อให้ภาคธุรกิจนำไปใช้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ปี 2566 โดยในระยะแรกเริ่มต้นที่ภาคธุรกิจพลังงานและการขนส่ง และปี 2568 จะขยายไปสู่ภาคการเกษตร อสังหาริมทรัพย์ ภาคการผลิต และการจัดการของเสีย โดยล่าสุดมีการปล่อยสินเชื่อสีเขียวจากสถาบันการเงินแล้วกว่า 3 แสนล้านบาท

ปรับสู่ธุรกิจสีเขียวรับมือมาตรการกีดกันทางการค้า

อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียวและอุตสาหกรรมสีเขียว คือ การที่สหภาพยุโรป นำมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน หรือ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) มาใช้กับทุกประเทศที่ส่งสินค้าเข้ากลุ่มประเทศสหภาพยุโรป  โดยจะเริ่มจัดเก็บภาษีในปี 2569 และล่าสุด สหรัฐ สหราชอาณาจักร แคนาดา และออสเตรเลีย ก็เตรียมนำ CBAM มาใช้ เช่นกัน

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า นับจากนี้ไปการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตทั้ง ห่วงโซ่อุปทาน จะกลายเป็นเครื่องมือกีดกันทางการค้าตัวใหม่ ที่บีบรัดให้ผู้ผลิตต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตเพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีแผนงานที่ชัดเจนในการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและเพิ่มสมรรถนะในการแข่งขันในตลาดโลก

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า นับจากนี้ ถนนทุกสาย ล้วนมุ่งสู่การสร้างเศรษฐกิจสีเขียว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสีเขียว อุตสาหกรรมสีเขียว สินเชื่อสีเขียว เพื่อหาโอกาสสร้างการเติบโตของธุรกิจ สร้างความยั่งยืนและปรับตัวสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อรับมือมาตรการกีดกันทางการค้าไปพร้อมกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo